[SF] Unforget Love – Onew Key Minho 2/2 The End

กว่าจะถึงเช้า เรื่องบนเตียงเกิดจึงเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน และเพราะความเหนื่อยล้าจากภาระกิจบนเตียงที่เพิ่งสงบลงไปหมาดๆ
ทั้งสองก็เลยนอนยาวจนไม่อยากตื่น ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงโทรศัพท์ของคีย์ดังปลุกซะก่อน คงหลับกันไปอีกนาน

“ฮัลโหล”
“คีย์...มินโฮนะ ทำไมไม่มาหาละ เรานัดกันไว้เย็นนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“มินโฮ...คือว่า...”
“คีย์อยู่กับใครงั้นเหรอ?”
“เออ...คือ...คีย์...”
“งั้นฉันจะไปหานายที่บ้านเอง”
“มินโฮ!เดี๋ยว...เดี๋ยวมินโฮ”

มินโฮพูดจบเขาก็ตัดสายไปก่อนทันที คนร่างเล็กยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ่มใจ เขาจะทำยังไงกับเรื่องนี้ จะเลือกมินโฮหรือว่าจะอยู่กับอนยู

“คีย์...จะรีบไปไหนเหรอ?”
”ฉะ ฉันมีธุระนะ อนยูกลับบ้านไปก่อนนะ เดี๋ยวค่อยเจอกัน”
“คีย์จะไปหาเขาใช่ไหม”
“อนยู...”
“คีย์จะกลับมาหาฉันไหม จะกลับมาใช่ไหม จะไม่จากฉันไปใช่ไหม”
“อนยู...ขอร้องละอย่าพูดแบบนี้ได้ไหม...ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่ฉัน... ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ อนยู...ฉันขอโทษ”

ร่างเล็กเอาแต่ร้องไห้ ก้มหน้าไม่กล้าสบตาอีกคนที่เอาแต่จ้องมองมา

“คีย์...ฉันจะรอคีย์นะ”
“อนยู”
“ฉันจะไปรอที่ที่นายเคยรอเขาทุกวัน”
“นายรู้เหรอว่าฉัน...”
“รู้สิ...ฉันเห็นคีย์ไปนั่งร้องไห้ที่นั่นเกือบทุกวัน ฉันขอโทษที่ต้องตามนายไป แต่ฉันแค่เป็นห่วง ฉันเป็นห่วงคีย์แล้วก็รักคีย์จริงๆนะ”
“อนยู...แต่คนอย่างฉันไม่สมควรที่จะได้รับมันเลย ความรู้สึกดีๆแบบนี้จากนาย ทั้งที่นายดีกับฉันทุกอย่างแต่ฉันกลับ...”
“คีย์...ไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะรอ จะไปรอคีย์ ถ้าท้องฟ้ามดลงแล้วนายยังไม่มาแสดงว่านายเลือกเขา ฉันก็จะไม่ว่าอะไรจะไม่ตามตอแยนายอีก
ฉันจะอวยพรให้นายกับเขา อวยพรให้มีความสุขมากๆ
“อนยู...อย่าทำแบบนี้เลย”
“เร็วสิคีย์รีบไปอาบน้ำได้แล้ว”

อนยูพลักร่างเล็กให้เดินเข้าห้องน้ำ แล้วรีบปิดประตู เขาไม่อยากให้คีย์ เห็นน้ำตาของเขา ไม่อยากให้คีย์รับรู้ความจริงว่าเขาเสียใจแค่ไหน
เขารู้ตัวเองดีว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องเป็นคนเจ็บ ตั้งแต่ที่คบกันมาอนยูรู้มาตลอดว่าคีย์ไม่เคยจริงจังกับเขาเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง
ร่างเล็กเฝ้าแต่คิดถึงเขาคนๆนั้นมาตลอด แต่ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจเขาก็ยังดื้อดึง ไม่ยอมรับความจริงนี้ แต่วันนี้คงมาถึงแล้ว เขาต้องตื่นจากความฝัน
สักที อนยูนั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆอยู่นานจนในที่สุดเขา ก็ตัดสินใจเดินจากห้อง น้ำตาของเขาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทุกนาทีที่ผ่านไป
ช่างเจ็บปวดเกินกว่าจะทนรับไหว แล้ววันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงถ้าเขาไม่มีคีย์ เขาจะทำยังไงดีถ้าคีย์เลือกใครคนนั้น

“อนยู”

หลังจากออกมาจากห้องน้ำ เมื่อไม่เห็นคนตัวหนา ถึงแท้จะเรียกหาสักเท่าไหร่ก็ไม่เจอตัว คีย์รีบเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกมาจากห้อง
เขาเดินลงไปที่ห้องนั่งเล่นหวังว่าจะเจอคนที่เรียกแต่ก็ไม่มีแม้แต่เงา สักพักเสียงกริ่งก็ดังขึ้น ร่างเล็กรู้ทันทีว่ามินโฮมาถึงแล้ว ขายาวรีบ
ก้าวไปเปิดประตู ทันทีที่ประตูถูกปิดออก ร่างบางก็ถูกดันจนเซไปติดกับผนังบ้านโดยที่มีคน ร่างสูงยืนค่อมตัวไว้ มินโฮรีบกดจูบลงไป
อย่างไม่รอช้า ถึงแท้คีย์จะดิ้นหนีแต่กลับถูกอีกคนจับกดไว้แน่นจนขยับไปไหนไม่ได้

“อื้อ...มินโฮ”

ร่างบางดิ้นแรงไม่ยอมรับจูบจากอีกคน เพราะจูบที่มินโฮมอบให้มันไม่เหมือนเดิม มันไม่ใช้จูบที่มอบให้ด้วยความรักแต่มันทั้งเกรี้ยวกราดแล้วก็รุนแรงสำหรับเขา ยิ่งคีย์ดิ้นมินโฮก็ยิ่งจูบหนักขึ้นกว่าเดิม จนริมฝีปากบางเริ่มมีเลือดไหลซิบๆออกมา

“อื้อ...เจ็บมินโฮ...พอ...อือ...พอแล้ว”

คำพูดอ้อนวอนของคีย์ไม่เป็นผลเลย ในทางตรงกันข้ามร่างสูงยิ่งรุนแรงกับเขามากขึ้น มินโฮดึงกระชากเสื้อของ
คีย์จนขาดแล้วทิ้งมันลงไปกับพื้น จากนั้นเขาจึงค่อยๆชมเชยร่างเบาะบางนี้ไปทั่วจนถึงยอดอกสีชมพูที่เริ่มตั้งชูออกมา ปากหนากัด
ลงไปที่ยอดอกนั้นแรงๆจนคีย์ถึงกันสะดุ้งเกร็งตัวด้วยความเจ็บแสบ

“โอ๊ย...เจ็บมินโฮ!”

ถึงแม้คีย์จะร้องเจ็บมากแค่ไหน มินโฮก็ยังไม่มีท่าทีจะอ้อนข้อให้เลย สีหน้าของเขาเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ แต่แววตากลับแข็งกร้าว
ดูท่าคนร่างเล็กจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ทั้งสองฉุดกระชากกันอยู่นาน คีย์พยายามดิ้นจนสุดแรง ในที่สุดก็สามารถหลุดรอดออกมาจากคนร่างสูงได้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวหนีร่างเล็กก็ถูกผลักให้ล้มลงไปนอนกับพื้น มินโฮตามลงนั่งค่อมตัวเขาไว้อีก ตอนนี้คีย์หมดโอกาสที่จะหนีรอดแล้ว
ยิ่งดิ้นเหมือนยิ่งทำให้ตัวเองเจ็บตัวเข้าไปใหญ่ ร่างบางเลยเปลี่ยนมาขอร้องอ้อนวอนมินโฮอี หวังจะให้เขาใจเย็นลงบ้าง

“มินโฮ!... อย่าทำกับคีย์แบบนี้...คีย์เจ็บ ไม่อยากได้แบบนี้”
“ทำไมละ คีย์ไม่รักฉันเหรอ...ต้องการฉันไม่ใช่เหรอ...นายอยากให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง”
“แต่ไม่ใช่แบบนี้ มินโฮตอนนี้ไม่ใช่มินโฮที่คีย์รัก...ไม่ใช่เลยสักนิดเดียว”
“หึ...แล้วไอ้คนที่มันอยู่กับนายเมื่อวาน มันให้นายมากกว่าฉันงั้นสิ หรือว่านายรักมันแล้วเลยรังเกียจฉันขึ้นมา...นายรู้ไหมว่าฉันจะบ้าตาย
อยู่แล้ว รู้ไหมว่าฉันรักนายมากแค่ไหน รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่เราเลิกกันฉันเจ็บปวดมากแค่ไหน ฉันต้องทนเห็นนายอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน
มาตลอดเกือบปี ฉันทั้งทรมานทั้งโกรธ ทั้งเกลียด แทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว”
“มินโฮพูดอะไร...นายเป็นคนบอกเลิกฉันเอง นายเป็นที่คนที่ไม่ต้องการฉันเอง แล้วทำไมถึงได้พูดแบบนี้”
“ที่ฉันบอกเลิกนายก็เพราะ...”
“เพราะอะไร?”
“เพราะฉันต้องทำตามสัญญา”
“สัญญา?”
“ฉันสัญญาที่ให้ไว้กับใครคนหนึ่ง”
“ใครคนหนึ่ง?...มินโฮพูดอะไรฉันงงไปหมดแล้ว”
“คีย์ไม่ต้องรู้หรอกว่าคนๆนั้นคือใคร รู้แต่เพียงว่าตอนนี้ฉันเป็นอิสระแล้ว ฉันไม่ต้องรักษาสัญญาบ้าๆอะไรนั้นอีก และต่อจากนี้ฉันจะรักคีย์คนเดียว”
“แต่มินโฮแน่ใจเหรอว่ายังรักคีย์อยู่”
“แน่ใจสิ ฉันไม่เคยรักใครเลยนอกจากคีย์ และไม่คิดที่จะรักใครด้วย...เมื่อกี้ที่ฉันทำไปเพราะฉัน โกรธแล้วก็หวงนาย ต่อจากนี้ฉันจะไม่จากไปไหนอีกแล้ว ฉันจะไม่ให้นายจากฉันไปด้วยเช่นกัน”

มินโฮอุ้มคีย์ แล้วพาเดินขึ้นไปบนห้อง อารมณ์ของร่างบางในตอนนี้สับสนไปหมด เขาควรจะดีใจไม่ใช่เหรอที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้
เขากับมินโฮกลับมารักกันเหมือนเดิม สิ่งที่รอคอยมานาน คนที่เขาเอาแต่เฝ้าคิดถึงได้กลับมาหาแล้ว เขายังต้องการอะไรอีก ต่อจากนี้
ไปเขาจะมีมินโฮอยู่ข้างกาย แต่ทำไม...ทำไมถึงยังรู้สึกสับสนอยู่อีก

มินโฮวางคีย์ลงบนเตียงอย่างถนุถนอม ทุกส่วนของร่างบางเขาไม่เคยลืมได้เลย ทุกอย่างที่เป็นคีย์มันฝั่งอยู่ในใจเขาเสมอ คนร่างสูงค่อยๆ
ซับจูบไล้เลียเรือนร่างเพรียวบางเบาๆ เขาสัมผัสร่างบางทุกส่วนเท่าที่จะสัมผัสได้ ยิ่งมินโฮเลื่อนตัวลงไปใกล้กับส่วนกลางของคีย์ ร่างบาง
ยิ่งสั่นสะท้าน แทบหยุดหายใจ มินโฮก้มลงลียส่วนกลางนั้นเบาๆ เขาใช้มือทั้งสองข้างจับมันขึ้นมาแล้วรูดขึ้นลง ก่อนจะใช้ปากอมจนสุดโคน
ดูดตั้งแต่โคนจนถึงส่วนหัวเน้นย้ำแรงๆ นอกจากนั้นลิ้นหนายังค่อยพันรัดเลียให้อีกทาง ระหว่างที่ดูดเข้าออก จนคนร่างเล็กคล้ายทนไม่ไหว
เขาปล่อยน้ำที่อยู่ในตัวพุ่งฉีดใส่ปากมินโฮจนหมด

“อะ อ๊า...มินโฮ!!!”

เสียงร้องครางที่ดังมาจากความสุขสมของคีน์ มันยิ่งกระตุ้นให้มินโฮอยากจะปลดปล่อยของๆเขาออกมาเช่นกัน
ร่างสูงรีบจัดการถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เขาจับแท่งกายของตนรูดขึ้นลงเพื่อเตรียมอารมณ์ให้กับตัวเอง ก่อนจะใส่มัน เข้าไปในรูเล็ก
มินโฮค่อยๆดันมันเข้าไปในช่องแคบจนสุดแท่ง

“อ๊ะ! มินโฮ”
“อึก...อื้อ...”

ร่างสูง รีบกระแทกของๆเขาใส่อีกคนไม่ยั้ง ทั้งแรงแล้วก็หนักหน่วงจนเตียงสั่นไหวไปตามจังหวะที่ร่างกายขยับเขยื้อน คีย์อ้าขาออกกว้าง
เพื่อให้แท่งกายใหญ่สามารถใส่ร่างกายของได้สะดวกขึ้นอีก

“อะ อะ อ๊ะ...มินโฮ แรงอีก...อ๊า...”
“อื้อ...คีย์...”

ทำไปทำมาสักพัก มินโฮจึงจับร่างบางพลิกนอนคว่ำหน้าลงกับเตียง จากนั้นเขาก็จับก้นสวยขึ้นมาตั้งรับแท่งกายของเขาอีก
ท่านี้ยิ่งทำให้มินโฮสามารถสอดใส่ได้มากขึ้นและสะดวกขึ้นแท่งกายใหญ่ดันใส่ร่างบางอีกครั้ง แรงกระแทกถ่าโถมสอดใส่
หนักหน่วงจนช่องทางของคีย์ร้อยผ่าว

“คีย์...อ๊า...ฉันจะไม่ไหวแล้ว...อื้อออ”

มินโฮเม้มปากด้วยอารมณ์เสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก คนร่างเล็กเท่านั้นที่ทำให้เขามีความสุขได้ ความรู้สึกแบบนี้ไม่ว่าใครก็เทียบไม่ได้เลย

“อื้อ...ใส่เข้ามาอีก...มินโฮทำแรงอีก”

เสียงครวญครางร้องขอของคีย์ ยิ่งกระตุ้นให้ร่างสูงต้องเร่งจังหวะโหมหนักเร็วขึ้น ตอนนี้เตียงนอนแทบลุกเป็นไฟ มือเรียวสวยจิกกำ
ผ้าคลุมเตียงจนแน่น ปากก็เอาแต่ร้องคราง ดังลั่นไม่แพ้กับอีกคน จนในที่สุดความอัดอั้นที่เก็บมานานก็ได้ปล่อยออกมาเสียที

“มินโฮ...ฉันจะ...อะ อะ อ๊า!!!”
“คีย์ อ๊ะ...อ๊า!!!

ทั้งสองร้องครางดังลั่นเมื่อมาถึงยังจุดหมาย น้ำของมินโฮฉีดพุ่งใส่ร่างบางจนเลอะเต็มก้น ส่วนที่ไหลเข้าไปไม่หมด มันจึงค่อยๆ
ไหลออกมาตามง้ามขาเรียว คีย์เองก็ปล่อยน้ำของตัวเลอะเต็มเตียงนอน ทั้งสองล้มตัวลงนอนกับเตียงโดยที่ร่างสูงยังนอนทาบทับ
ร่างบางที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่ และเขาก็ยังคงค้างคาแท่งกายใหญ่อย่างนั้น

“...เหนื่อยไหมคีย์”
“อือ...เหนื่อย...เหนื่อยมากด้วย อยากนอนแล้ว”
“งั้นไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมานอน”
“ไม่เอา คีย์เดินไม่ไหวแล้ว”
“งั้นฉันอุ้ม”
“ก็ได้แต่ คีย์ไม่ทำในห้องน้ำแล้วนะ...เหนื่อยมากๆเลย”
“รู้แล้ว...พูดมากด้วยก็ต่ออีกรอบหรอก”

คำขู่ของมินโฮทำร่างเล็กรีบรูดซิบปากเงียบกริบไม่กล้าบ่นสักคำ

“คีย์ฉันไม่ได้เอาชุดมาด้วยนะ ทำไงดีละเนี่ย”
“ชุดของมินโฮมีอยู่ใส่ตู้เสื้อผ้าของคีย์ชุดหนึ่งนะ เดี๋ยวหาให้นะ”
“ยังเก็บไว้เหรอ”
“อืม...คีย์เก็บของมินโฮไว้เหมือนเดิมทุกอย่างแหละ”

คำพูดของคีย์ทำคนร่างสูงรู้สึกดีใจและเสียใจอย่างบอกไม่ถูก นี้เขาเห็นแกตัวเกินไปหรือเปล่า เขาทำเรื่องร้ายๆไว้กับคีย์
ตั้งเยอะแต่ทำไมคนๆนี้ถึงยังได้รักเขาอยู่ คีย์เดินไปหยิบเสื้อผ้าของมินโฮออกมา ทั้งสองคนจัดการแต่งตัวเสร็จ แล้วรีบ
เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ สักพักดูเหมือนฝนจะค่อยๆตกลงมาจนตอนนี้เริ่มที่จะตกหนักขึ้นทุกที ไม่รู้ทำไมอยู่ๆคนร่างเล็ก
กลับมีภาพคนๆหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวสมอง เขารีบหันไปมองดูนาฬิกา ตอนนี้ 6 โมงเย็นแล้ว อนยูยังจะรอเขาอยู่รึเปล่า
ตอนนี้คนๆนั้นจะเป็นยังไงบ้าง ฝนก็ดูท่าจะตกหนัก เขาจะทำยังไงดีจะไปหาอนยูหรือว่าอยู่กับมินโฮที่นี้

“คีย์...คีย์!”
“อะ อะไรเหรอมินโฮ”
“เป็นอะไรไป ยืนเหม่อเชียว”
“คือ...เออ ไม่มีอะไรหรอก”
“ไม่มีแน่เหรอ? สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ...มีอะไรบอกฉันได้นะ”

ที่สวนสาธารณะ ตอนนี้ฝนกำลังตกหนักอย่างไม่มีท่าทีจะหยุด คนร่างหนานั่งกอดอก ตัวหนาวสั่นอยู่ที่ม้านั่งคนเดียว
ทั้งที่คิดว่าจะตัดใจแล้ว แต่เขากลับเลือกที่จะเดินมานั่งรอความหวังลมๆแร้งๆ อยู่ที่นี้ ท้องฟ้าที่แทบจะมืดสนิท บอก
เวลาที่จวนจะใกล้หมดเต็มที คีย์จะมาหาเขาหรือเปล่า คำตอบนี้เขาเองก็รู้อยู่แกใจ สายฝนที่โปรยปรายตกลง มันช่วย
ชำระใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาได้เป็นอย่างดี ยิ่งเวลาใกล้หมด หัวใจก็เหมือนจะแตกสลาย คนร่างหนาภาวนา
ให้เวลาเดินผ่านไปช้าๆเขายังเผื่อใจว่าคีย์อาจจะเปลี่ยนใจมารักเขาบ้างก็ได้ แต่เวลาก็เดินตามการหมุนของโลกอย่าง
ไม่มีหยุดหย่อน จนตอนนี้มันหมดลงแล้ว แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่มีน้ำฝนหยดลงกระทบกับร่างเหมือนยังตอนแรก
อนยูขมวดคิ้วเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน มันมีร่มคันหนึ่งค่อยกันน้ำฝนให้เขา และคนที่ถือร่มยืนอยู่ด้านหลังของเขา

“คีย์!”
“ไม่กลัวเป็นหวัดหรือไง ถึงได้มานั่งตากฝนอยู่ตรงนี้”
“คีย์!นี่คีย์จริงๆใช่ไหม”
“แล้วนายคิดว่าเป็นใครละ ฝาแฝดของฉันงั้นเหรอ?”

อนยูรีบดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น จนคนร่างเล็กแทบจะหายใจไม่ออก แต่คนโดนกอดก็ไม่ได้บ่นอะไรสักคำ เขายินดี
และก็เต็มใจที่จะรับอ้อมกอดจากคนตรงหน้านี้ เพราะที่ผ่านมาเขาเองก็ยังไม่เคยตอบแทนอะไรให้กับความรักที่คนๆนี้มีให้เขา
เลย การตอบแทนที่เขาจะมอบให้ต่อจากนี้ คือหัวใจที่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขาได้มอบให้คนตัวหนานี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“คีย์เลือกฉันจริงๆเหรอ คีย์รักฉันจริงๆใช่ไหม ให้ฉันเป็นคนรักของคีย์ได้ใช่ไหม”

ร่างเล็กไม่ตอบอะไรเอาแต่ยืนนิ่งให้อีกคนกอด

“คีย์”

เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของอนยู แต่เป็นเสียงของผู้ชายอีกคนที่กำลังเดินก้าวเข้ามา

“คีย์นี้มันอะไรกัน”
“อนยู คีย์รักอนยู แต่คีย์ก็เลิกรักมินโฮไม่ได้ คีย์ไม่รู้จะทำยังไง คีย์ไม่รู้จริงๆ”

อนยูมองคนในอ้อมกอดสลับกับมองคนตัวสูง เหมือนตอนนี้เขาจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำยังไงกับรักที่เกิดจากพวกเขาทั้งสามคน

วันต่อมา
“คีย์” ฟอด...แก้มนิ่มถูกหอมจนแทบซ้ำ
“คิดถึง”
“อนยูเดี๋ยวก็มีใครมาเห็นหรอก คนอะไรบ้าๆ”
ฟอด แก้มนิ่มอีกข้างโดนจมูกคมชกชิ่งไปเช่นกัน
“ไงหลับสบายไหม”
“มินโฮ…อะไรกันเนี่ย ทั้งคู่เลยหยุดแกล้งคีย์ได้แล้ว”

หลังจากนั้นทั้งสาม จึงตกลงจะคบกัน โดยที่ไม่ให้ใครต้องซ้ำใจ ไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะดูผิดแปลกไปไหม แต่ถ้าทำแล้วมีความสุข
ไม่ทำให้เดือดร้อนใคร นั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ผิด ความรักไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับคนสองคนเสมอไป แต่มันขึ้นอยู่กับหัวใจของ
คนที่รักกันมากกว่า

kuma1.gif  
จบแบบนี้ไม่รู้ว่าจะประทับใจกันไหม แต่ไรเตอร์ว่ามันโอเคแล้ว 5555
ไม่อยากให้เศร้า ไม่ค่อยชอบแต่งเศร้าสักเท่าไหร่
ใครที่ไม่ชอบก็ขอโทษด้วยนะ ไรเตอร์ชอบแบบแฮปปี้

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

ลงความคิดเห็น















เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

ข้อมูลส่วนตัว

Shinee Land☆*゜

Author:Shinee Land☆*゜


Trackbacks ล่าสุด

ค้นหา

แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน