[SF] Marry Me? - OnKey...The End

tumblr_m1e8m54lgx1qe4x2ao1_1280.jpg

credit pic :tumblr


อนยูประคองกอดคนตัวบางวิ่งเข้าบ้านแข่งกับฝนที่ตกหนัก จะปล่อยให้คนในอ้อมกอดอยู่ห่างตัวบ้างก็ตอนที่ไขกุญแจเข้าบ้านเนี่ยแหละ

“คีย์นั่งที่โซฟาก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาผ้าเช็ดตัวก่อน”

พูดจบร่างหนาจึงรีบวิ่งขึ้นห้องตน หาผ้าขนหนูผืนใหญ่สักผืน ก่อนจะวิ่งกลับมาหาคนรักที่นั่งตัวสั่นบนโซฟา

“ขึ้นไปอาบน้ำนอนดีกว่านะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”
“อือ”

คีย์ก้มหน้าซุกอกหนาเหมือนเด็กขี้อ้อน แต่นั้นกลับทำให้อนยูรู้ว่าคนในอ้อมกอดกำลังร้องไห้อยู่

“ไม่เป็นไรนะคนดี”
“ฮึก ฮือ...พี่อนยู”

ความอ่อนโยนของอนยูมันจะถูกถ่ายทอดผ่านอ้อมกอดอบอุ่นและน้ำเสียงอ่อนโยน ยามที่ร่างบางรู้สึกอ่อนแอเหมือนดั่งในตอนนี้ เวลาที่ฝนตกฟ้าร้องคีย์มักจะวิ่งเข้ามาให้เขาเป็นคนแรก แม้แต่พ่อกับแม่ของตัวเองยังแทบจะไม่สนใจ คีย์ชอบให้เขากอด ชอบให้จูบ ชอบให้เขาจับมือ ชอบให้เขาเป็นที่พิงและชอบนั่งตักเขามากกว่าเก้าอี้เสียอีก ความรักที่เริ่มก่อตัวมาตั้งแต่ยังเป็นแค่คนรู้จักข้างบ้าน และมันเริ่มพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนนี้แทบไม่รู้เลยว่า มันจะมีที่สิ้นสุดไหมกับความรักของเราทั้งคู่

“พี่...อ่ะ อืออ”

ในห้องนอนสีขาวสะอาด และในบรรยายกาศที่แสนจะเป็นใจ บางทีความยับยั้งช่างใจก็อาจจะเหือดหายไปได้ ก็แค่คนธรรมดาไม่ใช่พระอิฐพระปูน ใครมันจะมีสติพอในสถานการณ์แบบนี้

“คีย์...อึก..อื้อ”

ร่างกายทั้งสองกำลังหลอมเป็นหนึ่งเดียว เตียงสีขาวสั่นไหวโยกเอนบ่งบอกถึงการกระทำของคนที่กำลังร่วมสุขได้เป็นอย่างดี ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งเข้าใกล้ความสุขที่เฝ้าทวินหา สองร่างกอดรัดกันแน่นขึ้น ไม่นานน้ำสีขุ่นใสก็ไหลรินออกมา ก่อนทั้งคู่จะหลับเข้าสู่นิทราจนถึงรุ่งเช้า

ติ๊ดๆๆ
“อือ”

อนยูงัวเงียตื่นเหมือนเช่นทุกเช้า ก่อนจะใช้มือคลำหาเจ้านาฬิกาปลุกที่ตั้งเวลาไว้แล้วปิดมันลง จำได้ว่าวันนี้วันเสาร์ ร่างหนาเลยยังคงนอนแช่ใต้ผ้าห่มและกอดหมอนข้างใบโปรด แต่...หมอนข้างมันกลับเปลี่ยนไปชอบกล

“เฮ้ย!”
“อือ...อะไรกัน พี่จะเสียงดังทำไม”

ร่างหนาเด้งตัวขึ้นจากผ้าห่ม มองดูคนที่นอนข้างกายอย่างตกตลึง ทั้งๆที่เมื่อคืนตัวเองเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ ยังลืมได้

“คีย์ คือ...คือว่าพี่...พี่...”
“อะไร พี่อะไร”
“พี่ขอโทษ...พี่เสียใจ คือพี่...”

เพียะๆๆ
มือนิ่มตีอีกคนไม่หยุด แถมน้ำตาก็เริ่มคอเบ้าจนจะหยดลงข้างแก้มแล้ว
“พี่อนยู! คนเลว คนใจร้าย ทำไมพูดแบบนี้”
“คีย์...คีย์เดี๋ยวก่อน...คีย์…”
“ฮึก...พี่พูดแบบนี้แสดงว่าเรื่องเมื่อคืนพี่ไม่ได้ตั้งใจใช่ไหม จะทิ้งคีย์แล้วใช่ไหม”
“ไม่! ไม่ใช่...ไปกันใหญ่แล้ว พี่แค่รู้สึกผิดที่พี่เป็นผู้ชายไม่ได้ พี่ฉวยโอกาสกับคีย์ พี่น่าจะรอให้เราแต่งงานกันก่อน”
“...แต่งงาน”
“ใช่...เราควรจะแต่งงานกันก่อน แต่พี่กลับ...ทำแบบนี้”
“แต่คีย์เต็มใจ พี่ไม่ผิดหรอก ไม่มีใครผิด”
“งั้น...คีย์เรียนจบ เราแต่งงานกันเลยนะ”
“โหย...ของ่ายไปป่ะเนี่ย”
“ก็คีย์เป็นของพี่แล้ว ไม่รู้แหละ เรียนจบปุ๊บพี่จะจัดงานแต่งงานเลยดีไหม”
“บ้า...เวอร์เกินไปล่ะ อีกตั้งหนึ่งปี รอให้ได้ละกัน”
“พูดแบบนี้แสดงว่า ตกละ...”

ผ้าห่มพื้นนุ่มถูกยกขึ้นปิดปากคนพูดมาก ร่างเล็กผลิกตัวขึ้นไปค่อมคนตัวหนา แกล้งอีกคนให้หายใจไม่ออก จะได้ไม่ต้องพูดมากอีก

“ฮะ ฮัดชิ้ว!”

เหมือนจะถูกเจ้าเม็ดฝนเมื่อวานเล่นงาน คนที่นั่งค่อมร่างหนาใต้ผ้าห่ม จู่ๆก็จามขึ้นแถมยังทำท่าฟึดฟัดเหมือนน้ำมูกจะไหลอีกตังหาก

“ไม่สบายรึเปล่า ไหนพี่ดูสิ”

อนยูรีบมุดออกมาจากผ้าห่ม ใช้หลังมือแตะหน้าผากมน ข้างแก้มกับลำคอ จนแน่ใจว่าคนรักคงจะเริ่มเป็นไข้แล้วแน่ๆ

“เพราะตากฝนเมื่อคืนแน่เลย แถมเรายัง...เออ...ยัง...”
“หิวข้าว!”
“เอ๋?”
“คีย์ หิวแล้ว”

คนหน้าสวยพูดแก้เขิน แก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะสิ่งที่คนรักกำลังจะพูด มันน่าอายจนใครจะทำฟังได้

“งั้น เดี๋ยวพี่ลงไปทำกับข้าว...คีย์ก็เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าซะนะ”
“อืม”
“แต่ถ้าไม่ไหว พี่ทำ...”
“ไม่...ไม่ต้อง คีย์ทำเองได้”

อนยูหอมแก้มแดงแจ๋ให้ที ก่อนจะลุกไปอาบน้ำแล้วลงไปทำกับข้าวให้คนรัก
อาหารมื้อเช้า(เกือบเที่ยง) ผ่านพ้นไปด้วยดี ถึงจะไม่ได้เลิศรสมากมาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกินไม่ได้ ตอนแรกอนยูคิดโปรแกรมไว้ว่าวันหยุดวันนี้จะพาคีย์ไปเดท แต่พอเห็นคนรักทั้งจามทั้งไอจนหน้าแดง แถมตัวก็ร้อนรุมๆ แบบนี้คงต้องงดไปก่อน ทั้งวันอนยูหมดเวลาไปกับการเฝ้าดูแลคนป่วย ยิ่งคีย์ไม่สบายความขี้อ้อน เอาแต่ใจยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิมที่เป็นอยู่แล้ว (นิดหน่อย)

“พี่อนยู...” นั้นไงทั้งสายตาแล้วก็น้ำเสียงอ้อนๆ
“ครับ...คีย์จะเอาอะไร”
“กอดหน่อย”
“ก็กอดอยู่ไง”
“แน่นอีก”

อนยูกระชับกอดแน่นตามที่ขอ พร้อมหอมแก้มนิ่มแถมให้อีก

“อือ...คีย์ไม่ได้ให้หอมนะ”
“แถม”
“บ้า...”
“ดีขึ้นไหม ยังปวดหัวอยู่รึเปล่า”
“นิดหน่อยฮะ”
“หิวยัง”
“ยังเลย...อยากนอน”
“ครับ...งั้นนอนนะจะได้หายเร็วๆ”

มือหนาปัดเส้นผมที่ปกคลุมอยู่ข้างขมับคนรัก เขาเฝ้ามองดูใบหน้าของคนที่หลับใหลอย่างเอ็นดู ก่อนจะหลับตามไปอย่างอ่อนเพลียเช่นกัน

เช้าของอีกวัน

“อือ...ทำไมมันร้อนอย่างนี้เนี่ย”

คนตัวเล็กตื่นขึ้นจากไอร้อนที่แผ่ไปทั่ว นี้เขาอาการหนักขึ้นเหรอ แต่พอจับตัววัดไข้ดูแล้ว มันก็ทุเลาลงบ้างแล้วหนิ แต่ทำไมถึงได้ร้อน

“พี่อนยู...พี่...”

ถึงกับบางอ้อ ที่แท้คนที่เฝ้าไข้กลับเป็นไข้ซะเอง แล้วที่นี้จะดูแลกันยังไงเนี่ย คนหนึ่งไข้เพิ่งจะลดกับอีกคนที่ไข้ขึ้นสูง งานเข้าคิม คิบอมเต็มๆ

หลังจากที่ต้องผลัดกันดูแลอาการไข้ขึ้นอยู่หลายวัน ทั้งคู่ก็กลับมาใช้ชีวิตตามเดิม ช่วงนี้เป็นเวลาสอบ ซึ่งก็เป็นเทอมสุดท้ายของอนยู เขาดูจะเคร่งเครียดเป็นพิเศษ คีย์เองก็ติวหนังสือเอาเป็นเอาตายไม่แพ้กัน จนถึงเวลาที่ต้องใช้ชีวิตในมหาลัยโดยที่ไม่มีคนตัวหนา แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะห่างหายจากกันไปไหน ทุกเช้าอนยูจะมาส่งและทุกเย็นเขาก็จะมารับคีย์กลับบ้านพร้อมกัน เป็นมาอย่างนี้จนใกล้จะถึงวันที่คีย์จะเรียนจบ

“พี่อนยู อาทิตย์หน้าคีย์ก็จะสอบเทอมสุดท้ายแล้วนะ”
“จริงเหรอ เร็วจัง...แล้วคีย์จะเรียนต่อหรือมาทำงานกับพี่เลยละ”
“...พี่อะ คีย์ไม่ได้อยากพูดเรื่องนั้นสักหน่อย”

ครืดๆๆๆ
“เดี๋ยวนะ พี่รับโทรศัพท์ก่อน”

คีย์ถึงกับเบ้ปาก กอดอกแสดงความไม่พอใจที่คนรักเอาแต่สนใจเรื่องงาน

“ครับ...ประชุมพรุ่งนี้เลื่อนใช่ไหม ได้ๆ งั้นเดี๋ยวผมจะเข้าไปเร็วหน่อยละกัน จะได้มีเวลาเตรียมตัว ผมฝากแทมินบอกมินโฮด้วยนะ”

แทมิน...ชื่อของคนไม่คุ้นเคย ชวนให้ร่างบางอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที หลังจากอนยูวางสายเขาจึงรีบถามทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ดีแต่ก็อดหึงไม่ได้หนิ

“ใครเหรอฮะ แทมิน”
“เลขาพี่นะ”
“ผู้ชายหรือผู้หญิง”
“...หึงเหรอ”
“นี่!อย่ามานอกเรื่อง”
“ฮาๆๆ ผู้หญิง” (เรื่องนี้แทมินเป็นผู้หญิงนะจ๊ะ)
“ผู้หญิง!”
“อืมใช่ ผู้หญิงทำไมเหรอ มีอะไรรึเปล่า”

ระหว่างที่รถกำลังติด อนยูจึงได้ทียื่นหน้าเข้าไปแกล้งร่างบาง รู้ทั้งรู้ว่าหึงแต่เจ้าตัวก็ยังทำเก็ก

“กะ ก็เปล่า...อุ๊บ”

ปากหนาไม่รอให้เสียเวลา เข้าจู่โจมคนปากแข็งจนอ่อนระทวยแทบละลายกับรสชาดดิปคิสที่เพิ่งเคยลองเป็นครั้งแรก

“แฮ่กๆ ทำอะไรเนี่ย คีย์เกือบตาย”
“แค่จูบเอง มากกว่านี้ก็เคย...”
“พี่อนยู ตาแก่ลามก”
“ฮาๆๆ ลามกตรงไหน พี่พูดความจริงหนิ”
“ชิ...ไม่พูดด้วยแล้ว”

อีกวันผ่านไป
ที่ บริษัทของอนยู

“คุณอนยูค่ะ เอกสารการประชุมค่ะ”
“ขอบคุณครับ ใกล้เที่ยงแล้ว แทมินกินอะไรยัง”
“ยังค่ะ”
“งั้นไปกินข้าวเที่ยงกัน เรื่องประชุมเดี๋ยวผมค่อยกลับมาดู”
“จะดีเหรอค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ใช่ว่าจะไม่เคยกินข้าวเที่ยงด้วยกัน”

อนยูเดินนำเลขาคนสวยออกนอกห้อง เขาเลือกร้านอาหารใกล้บริษัทสักร้าน สำหรับฝากมื้อเที่ยงของวันนี้

“เฮ้ย อนยู”

เสียงมินโฮ ตอนนี้เขาเองก็เข้ามาทำงานในบริษัทของอนยู ตำแหน่งใหญ่ไม่แพ้ประธานบริษัทเลยทีเดียว

“นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว”

เหมือนแทมินที่นั่งข้างๆจะทำหน้าที่พิรุทแปลกๆ อนยูเองก็คิดว่าแทมินคงสงสัยที่มินโฮมาร่วมโต๊ะกับเขาวันนี้จึงพูดขึ้นว่า

“คือผมชวนมินโฮมาเองนะ แทมินคงไม่...”
“ไม่ค่ะไม่ แทมินไม่ได้ว่าอะไร คุณมินโฮอยู่ด้วยคุณอนยูจะได้มีเพื่อนคุย แทมินคุยไม่ค่อยเก่งคุณอนยูคงเบื่อแย่”
“ไม่หรอก บางทีแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
“ค๊ะ?”
“เปล่าๆ สั่งอาหารกันเถอะ”

“แหมผมก็มีตัวตนนะครับ คุยกันซะไม่เห็นหัวเลย”
“ฮาๆๆ”

คำพูดของมินโฮทำเอาเสียงหัวเราะของอีกสองคนดังขึ้นไม่หยุด หลังจากมื้อเที่ยง ทุกคนจึงต้องเข้าประชุม กว่าจะเสร็จก็เกือบเย็น เล่นเอาแทบจะคลานกลับบ้านกันเลย

“แทมิน กลับก่อนก็ได้นะ วันนี้คงไม่มีอะไรแล้วละ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เลขาจะกลับก่อนเจ้านายได้ไง”
“งั้นรอผมเคลียงานแปบหนึ่ง เดี๋ยวไปส่งละกัน”
“แต่...”
“ไม่มีแต่ โอเค๊”
“ค่ะ”

เกือบชั่วโมงกว่าอนยูจะเคลียงานเสร็จ เลขาคนสวยเลยถือโอกาสจัดการสะสางงานของพรุ่งนี้ไปด้วย ดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์อนยูจึงไม่ได้รีบร้อนเหมือนวันปกติ เพราะเขาต้องไปรับคีย์ทุกเย็น วันนี้เลยหมดปัญหาเรื่องนั้นไป

“แทมิน”
“ค๊ะ”
“ปะ กลับบ้านกันเดี๋ยวจะมืด”
“ค๊ะ...อ๊ะ...”
“แทมิน!”

จู่ๆแทมินก็ล้มเซจนหน้าเกือบทิ่มยังดีที่อนยูรับไว้ได้ทัน

“เป็นไรไหม”
“เออ...ไม่ค่ะ คงรีบลุกไปหน่อย หน้าเลยมืด”
“แต่หน้าคุณซีดๆนะ
“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ”
“โอเค งั้นผมจะไปส่ง แล้วก็นอนพักผ่อนเยอะๆละกัน”
“ค่ะ”

อนยูพยุงแทมินเดินไปยังรถที่จอดไว้ ถึงแม้จะมีพนักงานคนอื่นมองมากแค่ไหน แต่ในเมื่อคนบริสุทธิ์ใจจะไปกลัวอะไรกัน

“แทมิน”

ยังไม่ทันจะเข้าไปในรถเสียงของมินโฮก็ดังขึ้น เขารีบวิ่งมาดึงตัวแทมินเข้าประคองไว้แทน

“เฮ้ยมินโฮ! แกทำอะไรเนี่ย”
“แกนั้นแหละ ทำอะไร”
“ก็แทมินไม่สบาย ฉันก็แค่ช่วย”
“ช่วยอะไร ทำไมต้องกอดกันขนาดนั้น”
“เอ้า! ก็เขาไม่สบายหน้ามืด”

มินโฮหันมองหน้าแทมิน มือหนายกขึ้นจับหน้าหวานดูว่าตัวร้อนไหม การแสดงออกที่เกินกว่าเพื่อนร่วมงาน ทำให้อนยูต้องหรี่ตามองอย่างสงสัย

“หึ...อย่างนี้มันต้องพิสูจน์” ร่างหนาพูดกับตัวเองเบาๆ
“แทมิน กลับบ้านเถอะ”

“ไม่ต้อง ฉันพาแทมินกลับบ้านเอง” จู่ๆมินโฮก็พูดขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“แกนี่ยังไงเนี่ย แทมินเป็นเลขาฉันนะ”
“แต่แทมินเป็นเมียฉัน”

“มินโฮ!” เสียงหวานเตือนเอ็ดคนข้างตัว

“ฮาๆๆ ฉันว่าแล้ว...แต่เมีย?...งั้นก็แสดงว่า...”
“เมียฉันกำลังท้อง เข้าใจ๊”
“เฮ้ย! ไปท้องตอนไหนเนี่ย”
“เรื่องของฉัน...ฉันกับแทมินเราคบกันตั้งแต่ที่ฉันมาทำงานแล้ว”
“โหย...ไวไฟโคตรๆ แต่แกก็ควรจะขอแทมินแต่งงานให้ถูกต้องนะ”
“ฉันก็กำลังจะแต่งแต่มันดันมา...เออ...ช่างเถอะ...แล้วแกกับคีย์ละ เมื่อไหร่?”

คำพูดของเพื่อนตัวแสบที่พูดทิ้งท้ายไว้ เล่นเอาคนที่กำลังขับรถถึงกับไม่ค่อยมีสมาธิเลยทีเดียว

“เฮ้อ อาทิตย์หน้าแล้วสินะ” อนยูบ่นกับตัวเองอย่างสลด

ร่างหนาขับรถมาจนถึงหน้าบ้านของคนตัวเล็ก เขาหยิบมือถือขึ้นกดไปยังคนที่กำลังคิดถึง

“ฮัลโหล พี่อนยู”
“คีย์ทำอะไรอยู่”
“อ่านหนังสืออยู่ฮะ”
“พี่กวนเวลาเราอ่านหนังสือรึเปล่า”
“เปล่า...แต่พี่เป็นอะไร ทำไมเสียงดูแปลกๆ”
“ลงมาหาพี่หน่อยสิ”
“เอ๋?”
“พี่รออยู่หน้าบ้าน”
“หึ...” ขาเรียวรีบวิ่งเปิดหน้าต่างออกไปดู ก่อนจะโบกมือให้ร่างหนาแล้วรีบลงมาหน้าบ้าน

“มีอะไรรึเปล่าทำไมฮะ พี่ดูไม่ค่อยสบายเลย”

คีย์จับแก้มของคนตรงหน้า มองอย่างสงสัย มือหนาจึงยกขึ้นทาบประกบ จับมือนิ่มค้างไว้ ก่อนหลับตาแล้วจูบลงไปบนฝ่ามือนั้น

“คีย์”
“ฮะ”

อนยูจับมือนิ่มไว้กลางอก และขณะเดียวกันสายตาของเขาก็ไม่ได้ละไปจากใบหน้าสวยนี้เลย

“คีย์ยังจะรอพี่อยู่ไหม”
“หึ...ทำไมพูดแบบนั้นละ พี่ก็รู้ว่าคีย์มีพี่คนเดียวแล้วก็รอพี่คนเดียว”
“คีย์...อาทิตย์หน้าพี่ต้องบินไปทำงานบริษัทใหม่ที่อังกฤษ”
“พี่...”
“คีย์พี่ไม่ได้อย่างปิดเรื่องนี้นะแต่พี่กลัวว่าถ้าบอกไป...”
“แล้วจะกลับเมื่อไหร่ฮะ”
“คือ...พี่ก็...ไม่รู้”
“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ไปเถอะ”
“คีย์...”
“ฮึ ฮึก...ไปเถอะฮะ...”

หลังจากนั้นร่างบางก็ไม่พูดอะไรอีกเลย มีแต่เสียงสะอึกร้องไห้ อนยูเองก็ไม่รู้จะปลอบยังไงได้แต่กอดคนรักเอาไว้แน่น
เวลาเดินผ่านไปจนถึงวันที่อนยูต้องไปต่างประเทศ และมันก็เป็นวันเดียวกับที่คีย์เรียนจบพอดี ตั้งแต่วันที่อนยูไปหาคีย์ตอนนั้นทั้งคู่ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน อนยูพยายามโทรไปหา ไปดักรอหน้าบ้านแต่ก็ไร้ผล และทั้งๆที่วันนี้เขาควรจะขอคีย์แต่งงาน แต่เขาก็ทำไม่ได้ ตอนนี้ก็ได้แต่ก้มหน้าเดินไปตามทางที่ไม่รู้ว่าจะได้มาบรรจบกับอีกคนเมื่อไหร่

ผ่านไป 1 อาทิตย์
บริษัทของอนยูที่อังกฤษ...

ก๊อกๆๆ
“เชิญครับ”
“สวัสดีค่ะคุณอนยู”
“สวัสดีครับ คุณคงจะเป็นเลขาผมใช่ไหมครับ”
“เปล่าค่ะ ฉันแค่จะพาเลขาของคุณมาแนะนำตัวนะคะ”
“ครับ แล้วเขา...”
“เข้ามาเลยค่ะ คุณคิม คิบอม”
“หึม!?”

ไม่รู้ว่าเขาหูฝาด ฝันไปเองหรือเพ้อถึงคนหน้าสวยมากกันแน่ แต่คนที่อยู่ตรงหน้ามันชัดเจนจนไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน

“คีย์!”
“เอ๋? คุณอนยูรู้จักคิบอมด้วยเหรอค่ะ”
“ครับ รู้จักครับ เขาเป็นคนรักของผม”

ตั้งแต่นั้นอนยูใช่เวลาง้องอนคนรักนานพอสมควรกว่าจะเข้าใจกันได้ จนมาถึงตอนนี้

“คีย์”

ร่างบางที่กำลังยืนดูทิวทัศน์ยามดึกหันหน้ามองตามเสียง แต่พอหันกลับมา จมูกดันกระทบกับแก้มขาวๆของอนยูอย่างจัง

“อยากหอมแก้มพี่ก็ไม่บอก”
“บ้า...พี่นั้นแหละจงใจยื่นหน้าเข้ามาตังหาก”

ฟอด...
อนยูแกล้งหอมแก้มเนียนจนแทบซ้ำ

“อื้อ...พอแล้ว หมู่นี้พี่ชอบลวนลามคีย์อยู่เรื่อย”
“พี่ว่าคีย์ก็ชอบนะ”
“อะ โอ๊ย!” แขนหนาที่กอดเอวบางไว้โดนหยิกเข้าให้ทีหนึ่ง
“ง่า...พี่เจ็บนะ”
“สมน้ำหน้า”
“คีย์...”
“ฮะ”
“แต่งงานกันนะ”
“หึ!?”

ร่างบางหันมองหน้าคนพูดอย่างงุงงง

“แต่งงานกับพี่นะครับ”
“อะ เออ...ขอกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ”
“พี่รู้ว่ามันอาจจะไม่โรแมนติก ดูแปลกๆ แต่พี่...”
“ไม่!”
“ห๊ะ!...นี่คีย์”
“ไม่มีแหวนก็ไม่แต่ง”
“แหวน?”
“ใช่...ไหนละแหวน”
“งั้นหลับตาก่อนสิ หันหน้าไปทางระเบียงด้วย”

คนตัวเล็กหลับตาลงอย่างว่าง่าย แต่รอจนรู้สึกว่ามันจะนานเกินเหตุ เจ้าตัวเลยเริ่มร้องทักแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

“พี่อนยู มันนานเกินไปแล้วนะ...นี่! พี่อนยูคีย์จะลืมตาจริงๆนะ พี่อน...”

พอลืมตา คำพูดทุกอย่างเหมือนถูกกลืนลงคอ ดวงตาน้อยๆเริ่มคลอไปด้วยน้ำตาที่กำลังจะไหลริน ตึกสูงที่อยู่ด้านหน้า ถูกแสงไฟหลากสีจัดเรียงเป็นรูปแหวนหนึ่งวงพร้อมกับคำว่า marry me? ที่อยู่ตรงกลาง สักพักทั่วทั้งบริเวณบ้านก็สว่างไสวไปด้วยแสงไฟที่สวยงามไม่แพ้กัน

“พี่อนยู...”
“แต่งงานกับพี่นะ”
“ฮะ...แต่งฮะ”

ร่างเล็กแทบจะกระโดดกอดคนตรงหน้าให้สมกับความตื้นตันใจ ความดีใจ และความรักที่อีกคนมอบให้ ใบหน้าสวยกดจูบถ่ายทอดสิ่งที่อยากจะสื่อสานผ่านรสจูบอ่อนหวานที่ไม่รู้จบ ค่ำคืนนี้จบลงด้วยความสุขและวันใหม่ก็จะเริ่มต้นด้วยความสุขเช่นกัน

...สเปเชียล...

“ยูกึน อย่าวิ่งตอนลงบันไดสิ่”

เด็กน้อยที่กำลังเล่นซน วิ่งไปมาทั่วบ้าน คนหน้าสวยเลยต้องเหนื่อยเป็นสองเท่าในการดูแลทั้งสามีและลูก(บุญธรรม)

“ยูกึน”
“แทมินออมม่า”
“อ้าว มาแล้วเหรอแทมิน”
“ค่ะ ซื้อของนานไปหน่อยขอโทษด้วยนะคะ พี่คีย์เลยต้องเหนื่อยนานเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก ยูกึนน่ารัก ถึงจะซนไปนิดก็เถอะนะ”
“ฮาๆๆ ลูกเราทำเอาคีย์กุน เหงื่อตกเลยนะเนี่ย”

มินโฮที่เพิ่งเข้ามา เดินมาอุ้มลูกชายแสนซนที่เกาะเอวคุณแม่แจ

“วันนี้อยู่กินข้าวที่นี้นะ เดี๋ยวคีย์จะแสดงฝีมือเต็มที่เลย”

ฟอด...
“อื้อ...พี่อนยูทำไรเนี่ย”
“หอมแก้มภรรยา”
“นี่...มันน่าอายนะ”
“อายทำไม ใช่ว่าสองคนนี้จะไม่เคยเห็น”

“โอ๊ย พอเถอะครับ เดี๋ยวเย็นนี้จะไม่มีน้ำตาลไว้ทำกับข้าว”
“ฮาๆๆ”

คำพูดของมินโฮทำเอาทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่ ยกเว้นก็แต่ร่างบางที่เอาแต่หน้าแดงซบอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวหนา แทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีซะจริงๆ
ถ้าจะย้อนไปว่าทำไมถึงมียูกึนและมินโฮกับแทมินมาที่นี้ได้ยังไง คงต้องเริ่มจากที่อนยูย้ายมาประจำที่อังกฤษหลังจากนั้นมินโอก็ได้เป็นผู้บริหารที่บริษัทเดิมแทนและไม่นานทั้งมินโฮกับแทมินก็แต่งงานกันทั้งๆที่แทมินก็ยังท้องเด็กตัวน้อยอยู่ จนคลอดออกมาเป็นยูกึนนะแหละ ส่วนอีกเรื่องที่คีย์ไปเป็นเลขาอนยูได้นั้นก็เพราะได้มินโฮที่ช่วยติดต่อให้ทุกอย่าง และหลังจากคลอดยูกึนมินโฮเลยพาทั้งภรรยาและลูกไปเยี่ยมอนยูกับคีย์ที่อังกฤษ ยูกึนได้รับความรักความเอ็นดูจากทั้งคีย์และอนยูเป็นอย่างมาก จนถึงกับขอเป็นลูกบุญธรรมกันเลย ยูกึนเองก็ดูเหมือนจะชอบพ่อแม่บุญธรรมไม่ใช่น้อยเพราะเรียกคีย์ว่าออมม่าและอนยูว่าอัปป้าจนติดปาก
ตอนนี้ทุกอย่างถูกเติมเต็มจากความสุขที่สามารถสัมผัสถึงกันได้ หวังว่าชีวิตคู่ที่เริ่มต้นจะดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จบชั่วนิรันดร์

From…OnewKey
ทุกอย่างมันถูกกำหนดมาให้อยู่เป็นคู่เสมอ คุณลองมองดูให้ดีๆแล้วคุณจะเจอ ข้างกายคุณจะถูกเติมเต็มด้วยเขาคนนั้นตลอดไป
                                                                                            To…You

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

ลงความคิดเห็น















เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

ข้อมูลส่วนตัว

Shinee Land☆*゜

Author:Shinee Land☆*゜


Trackbacks ล่าสุด

ค้นหา

แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน