[SF] Marry Me? - OnKey





ท้องถนนที่แต่งแต้มไปด้วยไฟหลากสี อากาศเย็นๆที่หนาวจับใจ รอบข้างตัวผมต่างปะปนไปด้วยคนมากมาย แต่มันจะดีสักแค่ไหนนะ ถ้ามีใครสักคนคอยจับมือแล้วเดินไปด้วยกัน สักคนเดินข้างๆ สักคนที่คอยเป็นห่วง สักคนที่อยากกอด สักคนที่ผมจะรักเขาไปทุกวัน

“พี่อนยู! ระวัง!”
“เฮ้ย...!”

โครม! รถจักรยานคันเก่ากับคนที่ขี่มากลิ้งตกไปคนละทาง แต่ก็ยังดีที่จักรยานไม่เป็นอะไร ผิดกับเจ้าของ ร้องเจ็บแทบขาดใจ

“อ๊ากกกกกกกกกกกก เจ็บๆๆๆ”
“ตายแล้ว! เลือดออกด้วย”

เด็กหนุ่มหน้าสวยรีบกลีกุจอวิ่งเข้ามาดูพี่ชายข้างบ้านอย่างห่วงใย มือบางจับแขนที่มีเลือดซึม ขึ้นช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อน แต่ทำไมวิธีมันแปลกชอบกล ผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่คีย์ใส่ติดกระเป๋า ถูกนำมาพันแผลให้อนยูอย่างเบามือ
จุ๊บ...

“คีย์...” เหมือนผมจะเห็นสีชมพูอยู่รอบตัวผมในตอนนี้

เมื่อริมฝีปากบางกดจูบลงไปยังปากแผลที่มีผ้าเช็ดหน้าปิดทับ แค่นั้นก็เรียกสีหน้าตื่นตกใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมาก

“คีย์...ทำอะไรนะ”
“ก็ทำแผลให้พี่ไง”
“แต่เมื่อกี้มัน...”
“มันทำไมเหรอ ทำไมพี่ต้องทำหน้าตกใจแบบนั้นด้วย แม่ยังทำแบบนี้เลย ตอนที่คีย์มีแผล”
“แต่...มัน...เออ...เฮ้อ...เอาเถอะ แต่อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีกนะ นอกจาก...พี่”

คำพูดสุดท้ายดูแผ่วเบา แต่มันก็ไม่ถึงกับจางหายจนอีกฝ่ายไม่ได้ยิน สีหน้าแดงระเรื่อจึงถูกแต่งแต้มบนแก้มของทั้งคู่

“เออ...พี่ จะกลับบ้านหรือไปโรงพยาบาลดีฮะ คีย์จะได้พาไปส่ง”

อนยูก้มมองแผล ก่อนจะค่อยๆขยับตรวจเช็คอาการ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อยังรู้สึกเจ็บอยู่

“เจ็บใช่ไหม? คีย์ว่าพี่อนยู ไปหาหมอดีกว่านะ”
“อื้อ...ไม่เอาอะ ไปทำแผลที่บ้านก็พอแล้ว”
“ดื้อ!”
“โถ่ คีย์อ่า...”

คนถูกว่ากระพริบตาปริบๆออดอ้อนคนอายุน้อยกว่าด้วยท่าทางน่ารักให้ดูน่าสงสาร แต่ดูท่าคนถูกอ้อนกลับรู้สึกว่ามันไม่น่ารักเลยสักนิดเดียว

“น่ารักตายละ คิดว่าตัวเองอายุ 5 ขวบหรือไง ปัญญาอ่อน!”
“คีย์อ่า...”
“เฮ้อ...ตกลงจะไม่ไปหาหมอใช่ไหม?”

อนยูเลือกพยักหน้าขึ้นลงแทนคำตอบ แถมยังทำหน้าขอความเห็นใจกันแบบสุดๆ

“ก็ได้ งั้นไปทำแผลที่บ้าน...”
“ของคีย์”
“หึ?”

คีย์หันมองอนยูทันที ร่างบางกำลังจะเอ่ยปากประท้วง ว่าทำไมต้องเป็นบ้านเขาด้วย แต่ดันถูกอนยูพูดดักไว้ก่อน

“บ้านพี่ไม่มีใครอยู่ พ่อกับแม่พี่ไปต่างประเทศ”
“ตะ...แต่บ้านคีย์ก็ไม่มีใครอยู่เหมือนกัน”

หลังจากจบบทสนทนา ทั้งคู่ก็เงียบโดยอัตโนมัติ (คิดอะไรกันอยู่น๊า 555) แล้วทีนี้จะพาคนเจ็บไปทำแผลที่ไหนดีละ

“เออ...ไปทำแผลบ้านคีย์ก่อนก็ได้...คือ...แบบว่าบ้านคีย์อยู่ใกล้กว่า”

เหมือนคีย์จะพูดตะกุกตะกักเล็กน้อย หน้าสวยก็เอาแต่ก้มมองพื้น เหมือนกับคนตรงหน้าที่ก็เอาแต่ก้มหน้า คอยฟังเสียงหวานว่าจะพูดอะไร

“อืม”

ทั้งคู่เดินลากจักรยานกลับพร้อมกัน โดยที่ทั้งสองเดินคนละฝั่ง แต่เหมือนพระเจ้าจะกลั่นแกล้งยังไงพิกล จู่ๆ นิ้วก้อยของอนยูที่จับเบาะนั่งดันแตะโดนนิ้วก้อยของอีกคนเข้า คีย์สะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดึงนิ้วออก แต่สักพักเหมือนนิ้วที่แตะกันกลับสอดเกี่ยวเข้าหาเหมือนการเกี่ยวก้อยสัญญาของทั้งสองฝ่าย จักรยานถูกเข่นมาเรื่อยๆจนถึงหน้าบ้านของคีย์

“คีย์”

เจ้าของชื่อที่ยืนอยู่ข้างๆ สะดุ้งเล็กน้อย พร้อมใบหน้าที่หันมองคนเรียกอย่างสงสัย

“อะ อะไร”
“เออ...พี่...พี่ว่า...คือ...”
“อะไรเล่า! จะพูดก็พูดสักทีสิมัวแต่...”
“พี่ชอบคีย์”

ความเงียบปกคลุม มีแต่เสียงของใบไม้ที่พัดปลิว ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่เอยอะไร จนแล้วจนรอดคนที่เริ่มสารภาพรักจึงพูดขึ้นเสียเอง

“คีย์...คือพี่ชอบคีย์จริงๆนะ คีย์คิดเหมือนพี่ไหม”
“เมื่อไหร่”
“หึม?”
“ชอบเมื่อไหร่!”
“ตั้งแต่ที่เจอ...พี่ก็รัก...”
“คนบ้า!”
“เอ๋?...ค คีย์ เดี๋ยว!”

ปัง!
ร่างเพรียวรีบวิ่งเข้าบ้านแถมยังจงใจปิดประตูเสียงดังใส่หน้าอนยู แต่ใครจะรู้ว่าใบหน้าหวานฉายยิ้มกว้างแค่ไหนเมื่อประตูถูกปิดลง แผ่นหลังบางผิงแนบกับบานประตูใหญ่สองมือน้อยยืนกุมการเต้นของจังหวะหัวใจที่แทบจะหลุดออกมานอกอก ใบหน้าแดงฉานแถมยังยิ้มจนหน้าบาน

“พี่อนยูรักคีย์ พี่อนยูรักเรา รักๆๆๆๆๆๆ “

คนหน้าสวยเต้นพล่านไปทั่วห้อง ใบหน้ายิ้มอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงคำบอกรักจากคนที่ตนก็แอบรักมาแสนนาน

ก๊อกๆ
การกระทำที่แสนจะเปิดเผยจบลงเมื่อเกิดเสียงเคาะประตูดังขึ้น ร่างเล็กรีบปรับสีหน้าเรียบเฉย ทำท่าเนียบเดินไปเปิดประตูให้ผู้ยืนรอด้านนอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร

“คีย์...”

พอประตูเปิดออก คนตัวหนาที่เพิ่งถูกปิดประตูใส่หน้าก็รีบกุลีกุจอน เดินหน้าเศร้ามาหาเจ้าของบ้าน

“พี่มีอะไรอีก”
“คีย์อย่าโกรธพี่เลยนะ พี่รักคีย์จริงๆ ที่พี่เพิ่งมาบอกก็เพราะพี่...พี่กลัวว่าถ้าบอกไปแล้วคีย์จะปฏิเสธ กลัวคีย์จะหนีพี่ไป กลัว อุ๊บ!”

ฝ่ามือนิ่มยกขึ้นปิดปากคนที่กำลังพูดจ่อ ก่อนใบหน้าหวานจะเลื่อนมาจูบซ้อนทับมือเรียวที่กั้นริมฝีปากของทั้งสองไว้

“คีย์จองไว้แล้ว ห้ามไปมีคนอื่น ไม่งั้นเจอดีแน่...แล้วก็อย่าลืมทำแผลด้วย”

ปัง!

อีกครั้งที่อนยูถูกร่างบางปิดประตูใส่หน้า แต่ครั้งนี้ มันต่างกัน ต่างกันโดยสิ้นเชิง

“เย้! คีย์รับรักแล้ว รักแล้ววววว”

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ทั้งคู่จึงเริ่มต้นคบกันแบบจริงจังและเปิดเผยมากขึ้น และครอบครัวของพวกเขาก็ไม่ได้ขัดแย่งอะไรในการคบกัน เวลาผ่านไป อนยูเริ่มเข้าสู่การเรียนปีสุดท้าย คีย์เหลืออีก 1 ปี ถึงจะเรียนจบ เรื่องราวต่างๆก็ดำเนินไปตามการกระทำของแต่ละคน

“พี่อนยู วันนี้มาทานข้าวบ้านคีย์นะ คีย์ว่าจะทำ...”
“คีย์วันนี้พี่ต้องทำรายงานนะ คงต้องไปค้างบ้านเพื่อน”
“อีกแล้วเหรอ เดี๋ยวนี้พี่ไปค้างบ้านเพื่อนตลอดเลย”
“คีย์...อย่างอแงสิ นะ...คนดี”

นิ้วโป่งของอนยูไล่เกลี่ยแก้มนิ้ม ก่อนจะก้มหน้าหอมแก้มอ้อนให้คนรักใจอ่อน

“อือ...ก็ได้ แต่ต้องโทรหาคีย์ด้วยนะ”
“จ๊า พี่จะโทรหาคีย์ทุก 5 นาทีเลย”
“เว่อร์! งั้นพี่ส่งคีย์ตรงนี้ก็พอ คีย์กลับเองได้”
“ไม่เอา มันดึกแล้ว พี่หวง คีย์ก็รู้”
“จะมาหวงอะไร พี่นะแหละน่าเป็นหวงมากกว่า หอพักเพื่อนพี่อยู่ตั้งไกล”
“แต่พี่เป็นผู้ชาย ไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”
“คีย์ก็เป็น...ผู้ อะ อื้อ”

จู่ๆร่างบางก็ถูกฉุดเข้ากอด ปากหนาจู่โจมบดขยี้ริมฝีปากนิ่มจนคนในอ้อมกอดต้องประท้วงทุบตีอกแกร่งเมื่อใกล้จะหายใจไม่ทัน

“แฮ่กๆๆ”
คีย์รีบหอบหายใจรับอากาศเข้าปอดเมื่อถูกปล่อยเป็นอิสระ แต่ก็ไม่วายโดนคนที่สวมกอดแกล้งเข้าให้อีก ลิ้นหนาไล้เลียใบหูบาง ตามด้วยปากที่ขบเม้มติ่งหูจนร่างกายของผู้ที่ถูกกระทำอ่อนระทวยแทบทรงตัวไม่อยู่

“คีย์เป็นผู้ชายของพี่ คีย์เป็นของอนยู”

ร่างกายที่กำลังเคลิ้บเคลิ้มกับรสสัมผัสที่อีกคนมอบให้ ชะงักลงเมื่อเสียงนุ่มแทรกเข้ามาเต็มโซนปราสาทการได้ยิน

“พี่อนยู...”

ใบหน้าหวานหันมาซบอิงอกแกร่งถูไถออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยก็ไม่ปราน อ้อมกอดที่รัดแน่นอยู่แล้วกลับยิ่งแน่นขึ้นอีก หากไม่ติดว่าต้องส่งรายงานอาจารย์พรุ่งนี้ อนยูคงไม่คิดจะปล่อยร่างบางนี้ออกจากอ้อมกอดเป็นแน่

“คีย์ เดี๋ยวจะสายนะ”
“อยู่กับ...คีย์ไม่ได้เหรอ”
“คีย์”
“นะ อย่าไปเลยนะพี่อนยู”
“โถ่ คีย์ คือพี่...”

อนยูแถบจะกลืนน้ำลายลงคอได้ยากเย็นนัก เหมือนกับการจะปล่อยร่างเบาะบางนี้ให้ออกห่าง

ครืดๆๆๆ
เสียงโทรศัพท์สั่นดังภายในกระเป๋ากางเกงคนตัวหนา เหมือนสัญญาณเตือนของเวลาที่ใกล้จะจบลง

“คีย์...คือว่าพี่”
“ไปเถอะฮะ คีย์ขอโทษที่เอาแต่ใจ”

คนหน้าสวยเงยหน้ามองคนรักก่อนจะจูบปลายคางทิ้งท้าย ร่างบางรีบผละออกจากอ้อมกอดแกร่งแล้ววิ่งกลับบ้านที่อยู่ห่างไปไม่กี่ซอย

“เฮ้อ...”

อนยูได้แต่ถอนหายใจเดินคอตก พาร่างที่แห้งเหี่ยวเหมือนคนขาดน้ำไปยังหอพักของเพื่อนที่นัดทำรายการ

ก๊อกๆๆ (หอพักของมินโฮ)

“อ้าวนึกว่าจะอู่ซะแล้วมึง รีบเลย พรุ่งนี้อาจารย์โคตรเคี้ยว ขืนทำรายงานออกมาไม่ดี ตายหมู่แน่มึง”

อนยูที่เพิ่งเข้ามา เอาแต่นั่งถอนหายใจ เรียกบรรยากาศสลดหดหู่จนเพื่อนในต่าง งงงวยไปตามๆกัน

“เฮ้ย มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย”
“คีย์...”
“หึ...ว่าอะไรนะ?”
“คีย์...”
“โหย ไอ้เวร ที่แท้ก็คิดถึงเมีย มึงมัวแต่มานั่งพร่ำแล้วเมื่อไหร่งานจะเสร็จ อยากไปหาเมียก็รีบๆสิวะ”
“เออๆ รู้แล้ว”

ร่างหนารีบลุก ตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานที่กองท่วมหัวให้เสร็จก่อนรุ่งเช้า และที่สำคัญเขาจะได้เจอคีย์เร็วๆด้วย

to be continue...

Up past1.1 18/4/2012
(อับเพิ่มของพาส 1 เราเลยใส่เป็น 1.1 แฮกๆๆ รู้สึกรื่องนี้มันจะยาวเเล้วอะ แต่จบแน่ๆ เพราะเรากำลังนั่งเขียนตอนจบอยู่ อย่าเพิ่งเหวี่ยงใส่ไรเตอร์นะTT)

ตึกๆๆๆ
“ไอ้อน แกจะรีบไปไหน เดินจนอาคารแม่งจะทรุดแล้ว”
“กูรีบไปหาคีย์”

เท้ายาวรีบวิ่งแทบจะเหาะได้ ตรงไปยังห้องของคนที่เขาอยากเจอมากที่สุด

“แฮ่กๆ คีย์...”

อนยูสอดสายตาส่องไปมาหาคนรักทั่วห้อง แต่ก็ไม่เจอ คีย์ไม่ได้มาเรียนเหรอ

“อ้าวพี่อนยู มาหาคีย์เหรอ”
“อืม คีย์อยู่ไหน จงฮยอนเห็นไหม”
“เออ...เมื่อกี้เห็นออกไปกับรุ่นพี่ซึงรีนะครับ”
“ซึงรี...ไปไหน”
“น่าจะไปห้องสมุดนะ เห็นบอกว่า...อะ อ้าว พี่อนยู”

อนยูรีบวิ่งตรงไปยังห้องสมุด โดยไม่คิดจะรอฟังให้อีกฝ่ายพูดจบ ตอนนี้ลมออกหูจนจะพ้นไฟได้อยู่แล้ว รู้ทั้งรู้ว่าซึงรีแอบชอบ คีย์ก็ยังไปกับมัน แบบนี้จะไม่ให้เขาหึงหน้ามืดได้ยังไง เมื่อถึงห้องสมุด ร่างหนาเดินหาคนรักแทบจะทุกซอกทุกมุม จนในที่สุดก็เจอ ภาพที่เห็นเล่นเอาต่อมหึงประทุโหมอย่างหนักยิ่งกว่าเดิม คีย์ยืนหาหนังสือที่เรียงอยู่ตามชั้นโดยมีซึงรีประกบซ้อนทับอยู่ด้านหลัง หน้าของซึงรีค่อยๆใกล้เฉียดแก้มนิ่มเข้าไปทุกที แถมสีหน้าเจ้านั้นยังบ่งบอกถึงความพึงพอใจต่อคนที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

ตุบ!
“พี่ซึงรี!”

อนยูกระชากร่างของซึงรีออกห่างคนรัก ก่อนหมัดแข็งจะตามกระแทกแก้มเข้าไปอย่างจัง

“พี่อนยูหยุดนะ”
“คีย์นั้นแหละหยุด มานี่!”

โชคดีที่พวกเขาอยู่ในมุมที่ไม่มีคน ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้ เรื่องชกต่อยจึงไม่ได้ถึงหูบรรณารักษ์ ไม่งั้นคงโดนเรียกไปสอบสวนเป็นการใหญ่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนร่างเล็กกำลังจะถูกสอบสวนหนักเข้าให้แล้ว

“พี่อนยู ปล่อย! คีย์เจ็บ”

คนหน้ามืดดูท่าจะไม่ฟังอะไรเลย อนยูลากคีย์เข้ามาในห้องสโมสร ซึ่งห้องนี้เป็นห้องของเขาที่เป็นประธานของชมรม

ปัง!
ประตูถูกปิดล็อก ร่างบางถูกเหวี่ยงลงกับโต๊ะตัวใหญ่ที่เอาไว้ใช้ประชุม แขนสองข้างถูกตรึงจนขยับแทบไม่ได้

“พี่อนยู พี่เข้าใจผิดนะ ฟังคีย์อธิบายก่อน”

คนหน้าสวยพูดทั้งน้ำตาคลอเบ้า เขากลัว กลัวอนยูตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เคยเกิดขึ้น ตอนอนยูหึง เขาก็มันจะเจ็บตัวแบบนี้ทุกครั้ง

“พูดมา”

อนยูพยายามข่มใจรับฟังสิ่งที่คนตรงหน้าพยายามจะอธิบาย ถึงแม้ตอนนี้อารมณ์กำลังเดือดพล่านก็ตาม

“พี่ซึงรี เขาแค่มาขอให้คีย์ช่วยติวภาษาอังกฤษให้ พี่เขาบอกว่าคีย์ได้ท็อปอังกฤษทุกเทอม น่าจะช่วยเขาได้ คีย์เลยพาพี่เขาไปยืมหนังสือ เพื่อจะได้เอา...เอามาช่วยสอนให้”
“หึ...มันก็ข้ออ้าง”
“แต่...พี่ซึงรี...”
“หยุด พอแล้ว”
“พี่อนยู”
“ต่อไปนี้ ห้ามเข้าใกล้มัน”
“แต่...อ๊ะ!”

ร่างบางที่ถูกพันธนาการ ถูกรวบกอดเข้าหาอกแกร่ง จมูกคมซกไซ้สูดดมกลิ่นกายคนรักจนเต็มปอด ก่อนจะอุ้มลงมานั่งทับตักบนเก้าอี้ไม้แข็งที่อีกคนนั้นอยู่

“คิดถึง เมื่อวานคีย์ทำพี่แทบคลั่งเลยรู้ไหม แถมวันนี้พี่ก็แทบบ้า”

จู่ๆคนตัวหนากลับเปลี่ยนอารมณ์เสียดื้อๆ คีย์เลยถือโอกาสซบไหล่แอบอิงง้องอนขอโทษคนรักเสียเลย

“คีย์ขอโทษ”

ร่างเล็กก้มหอมแก้มนุ่มของคนรักทั้งสองข้าง แทนคำขอโทษในเรื่องที่ตนเป็นเหตุ

“คีย์ พรุ่งนี้วันหยุด ไปเที่ยวกันนะ”
“จริงเหรอ พี่อนยูจะพาคีย์ไปไหนฮะ”
“ความลับ”
“ชิ...ไม่อยากรู้หรอก คิ...พี่อนยู อย่าจิ้มเอวสิ่”

คนบนตักเริ่มอยู่ไม่สุขบิดตัวไปมา เมื่อคนรักเริ่มแกล้งมากขึ้น คีย์ขยับผลิกตัวจนหลุดพ้นคนขี้แกล้ง ขาเรียวกำลังจะวิ่งตรงไปยังประตู แต่ใครจะยอม... ร่างหนารีบประกบตามคนหน้าสวยหวังแกล้งให้หมั่นเคี้ยวอีก แต่...

“อ๊ะ อ๊ายยยยย พี่อนยู!”

ตุบ!
ด้วยความซุ่มซ่ามของอนยู ดันเป็นเหตุให้ขาทั้งสองสะดุดเกี่ยวกัน จนตัวเองต้องล้มคว่ำจับกบบนพื้น แถมยังดึงคนรักให้ร่วงหล่นตามกันไปด้วย สภาพที่ร่างหนาล้มทับค่อมคนตัวเล็ก ดูท่าจะเจ็บไม่เบาเลย

“โอ๊ย!พี่อนยู ลุกสิ่”

เจ้าของชื่อดูจะยังมึนงงกับความซุ่มซ่ามของตัวเอง ก่อนพยายามดันตัวลุกขึ้น แต่

แอ๊ด...
“เฮ้ย! ทำอะไรกันเนี่ย กูยังไม่อยากดูหนังสดนะโว้ย”

เสียงเข้มของเพื่อนตัวสูงร้องแซวลั่นห้อง

“เพ้อเจ้อแล้ว กูแค่สะดุดล้ม”
“เหรอ!”

อนยูรีบยันตัวลุกจากพื้น โดยไม่ลืมจะประคองแฟนหน้าสวยลุกตาม

“เจ็บตรงไหนไม่คีย์”
“ไม่ฮะ”

ถึงคีย์จะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ดูท่าอีกคนจะไม่ยอมเชื่อเลยสักนิด อนยูจับตัวคนรักหมุนไปมา หารอยแผลบ้าง จับเนื้อตัวดูอาการเจ็บปวดว่ามีไหม แต่คนหน้าสวยก็สายหัวปฏิเสธลูกเดียว

“โอ๊ยๆ จะหวานกันอีกนานไหม ข้าวนะจะกินไหม มันจะหมดเวลาพักแล้วนะเฟ้ย”

คนตัวสูงที่ยืนเป็นตัวประกอบเริ่มเอ๋ยท้วง อย่างหมั่นไส้

“รู้แล้ว แล้วทำไมมึงไม่ไปกินก่อนว่ะ มารอทำไม”
“ก็กูอยากเป็น กขค มีไรป่ะ”
“กวนแล้วมึง”

“คิๆ...คีย์ว่าเราก็ไปกินข้าวกันเถอะ”

ทั้งสามคนเดินออกมาจากห้องสโมสร เพื่อไปยัง ร้านอาหารข้างๆมหาลัยที่คีย์กับอนยูมักจะมากินประจำ บ้างวันก็มีมินโฮและจงฮยอนเพื่อนของคีย์มากินด้วย
มื้อเที่ยงผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงเวลาเรียนช่วงบ่าย มินโฮขอกลับบ้านก่อนเพราะช่วงบ่ายไม่มีเรียน ช่วงนี้รุ่นพี่ปี 4 มักจะมีเรียนไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะเอาเวลาไปทำรายงาน ทำวิจัยกันส่วนมาก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติสำหรับนักศึกษาที่ใกล้จะจบ

“พี่อนยู วันนี้คีย์มีซ้อมละคร คงอยู่ดึก ไม่ต้องรอก็ได้นะ”
“ไม่เอา พี่จะรอ”
“แล้วรายงาน...”
“รายงานของเก่าเสร็จไปแล้ว ของใหม่กว่าจะส่งก็อีกตั้งสิ้นเดือน มีเวลาอีกเยอะ”
“ชิ...ให้มันจริงเถอะ เห็นพูดอย่างนี้ทุกที แต่คีย์เห็นพี่มาเร่งทำก่อนวันใกล้ส่งทุกครั้ง”
“แหม ก็...”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ถ้าจะรอก็ตามใจละกัน แล้วอย่ามาบ่นนะ”
“คร๊าบบบ”

ห้องซ้อมละคร

“เอาๆ ทุกคน มารวมตัวกันได้แล้ว วันนี้เราเริ่มเล่นตามบทที่แจกให้เลยนะ”

อนยูที่นั่งอยู่เกือบท้ายห้อง เริ่มเงยหน้าขึ้นจากหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดเพื่อมองการซ้อมละคร คีย์ไม่เคยบอกเขาเรื่องนี้ เขาก็เพิ่งจะรู้เมื่อวานเนี่ยแหละว่าคนตัวเล็กจะแสดงละคร เพื่ออำลาให้กับรุ่นพี่ปี 4 ในคณะ (ที่สำคัญมันเป็นความลับที่รุ่นพี่ห้ามรู้ แต่เขาก็ยังใช่สิทธิพิเศษ หาทางเข้ามาจนได้ 555)
การแสดงดำเนินไปเรื่อยๆ ตามบทบาทของตัวละคร เมื่อถึงฉากที่ต้องแสดงทุกคนก็ต่างขมักเขม้นทำตามบทที่ได้รับกันอย่างเต็มที่ แต่มันติดอยู่ตรงที่ ทำไมคีย์ต้องได้เล่นเป็นบทเจ้าหญิง จากที่นั่งดูเชยๆ อนยูเริ่มยกแขนขึ้นกอดอก สีหน้าเริ่มเรียบตรึง ยิ่งเวลาที่เจ้าชายกับเจ้าหญิงใกล้ชิดกัน เส้นเลือดข้างขมับยิ่งปูดนู้นจากการข่มใจให้อารมณ์ไม่ฟุ่งซ่าน

โครม!
โต๊ะด้านหน้าอนยูถูกเขาแตะจนล้ม เมื่อถึงบทที่เจ้าชายจะต้องจุมพิตเจ้าหญิงนิทราที่นอนหลับใหลให้ตื่นจากคำสาป
เพื่อนร่วมห้องที่กำกับการแสดง ค่อยๆเดินเข้ามากระซิบหูคนหน้าสวยด้วยเรื่องบางอย่าง คีย์พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดขอโทษเล็กน้อย แล้วเดินไปลากคนหน้ามุ่ยออกไปคุยด้านนอก

“ทำไมพี่ทำแบบนี้ ถ้าจะหึงก็ให้มันรู้เวลาหน่อยสิ”
“พี่เพิ่งรู้ว่าคนจะหึงมันต้องมีเวลาด้วย”
“พี่อนยู!”

ทั้งสองเริ่มหันหน้าออกไปคนละทาง ยิ่งพูดยิ่งอธิบายยิ่งไม่รู้เรื่อง

“คีย์ว่าพี่กลับไปก่อนเถอะ”
“ไม่”
“พี่อนยู...ขอร้องละ กลับไปก่อนเถอะนะ”

ความดื้อดึงของอนยูไม่แพ้ใครเลย วันนี้คีย์เพิ่งจะได้รู้ ไม่ว่าจะสันหาถ้อยคำออดอ้อนหว่านล้อมยังไง ร่างหนาก็ยังยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวไม่ยอมเลิกลา

“เฮ้อ...ไม่กลับก็ไม่กลับ แต่ถ้าก่อเรื่องอีก คีย์ไม่ยอมแล้วนะ”
“จ๊ะ”

ร่างหนายิ้มแป้นเดินตามคนรักกลับเข้าห้องซ้อมต่อ การซ้อมดำเนินไปอีกครั้ง จนมาถึงฉากจุมพิต ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด กลัวว่าคนที่กอดอกมองด้านหลังห้องจะไม่พอใจอีกหรือเปล่า โดยเฉพาะคนที่เล่นเป็นเจ้าชาย ดูท่าจะอาการหนักกว่าใคร ท่าทางยึกยักเล่นไม่ออกของเขา ส่งผลให้คนกำกับการแสดงต้องสั่งเริ่มใหม่หลายรอบ

“เฮ้อ...พักก่อนแล้วกัน”

เพื่อนที่กำกับสั่งพัก หลังจากเหนื่อยกันมาเกือบ 2 ชั่วโมงเต็ม

“คีย์น้ำ”
“ขอบคุณฮะ”

ทั้งคู่นั่งหวานใส่กันจนคนอื่นๆที่อยู่ในห้องด้วยนั้น แทบจะไม่มีตัวตนเลย ถึงเวลาซ้อมอีกครั้ง การแสดงก็ดำเนินไปตามปกติ จนมาถึงฉากสำคัญ ทุกคนรู้ดีว่าต้องรีบเล่นไปให้มันจบๆสักที ไม่งั้นคงได้ประสาทหล่อนกับสายตาอำมหิตที่ส่งมาจากผู้นั่งหลังห้องเป็นแน่

“โอเค ดีมาก!วันนี้ทุกคนทำได้ดีมาก พรุ่งนี้เราค่อยมาซ้อมกันอีกที ที่เดิมเวลาเดิมนะ”

กว่าการซ้อมละครจะจบลง ตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มเข้าไปแล้ว ยูจึงชวนคนรักหาอะไรกินกันก่อนกลับบ้านอน เพราะถึงกลับบ้านไป เขาทั้งคู่ก็มีไม่อะไรกินอยู่ดี พ่อกับแม่ของพวกเขาไปต่างประเทศกันหมด หมู่นี้ชอบทิ้งให้เขาสองคนอยู่บ้านกันตามลำพัง ไม่รู้ตั้งใจหรืออะไรกันแน่

“คีย์ไป KFC กัน”
“อีกแล้วเหรอ เมื่อวานพี่ก็สั่งไก่มากินแทนข้าวเย็น วันก็จะกินอีกแล้ว?”
“แหมก็พี่ชอบกิน น๊า...นะๆ”
“เฮ้อ ก็ได้”

จุ๊บ...
“น่ารักจริงๆเลย”

เพียะ!
“คนบ้า อายเขาไหมเนี่ย”

แก้มนิ่มถูกหอมต่อหน้าประชาชีอย่างไม่แคร์สื่อ เล่นเอาคนแถวนั้นอมยิ้มไปตามๆกัน แต่ความสุขมันยอมแลกมาด้วยความเจ็บปวด ฝ่ามือนิ่มตีแขนหนาของอีกคนไม่เบาเลยทีเดียว แทนที่คนถูกตีจะเจ็บกลับหัวเราะชอบใจเสียยกใหญ่ เมื่อเข้ามาในร้าน ทั้งคู่ยืนสั่งอาหารจนได้ตามที่ต้องการ จึงถือถาดที่มีของที่แต่คนสั่งเดินหาโต๊ะว่างๆ แล้วนั่งกินกันตามปกติ

“อ้า....”

ร่างหนายื่นหน้าอ้าปากมาทางคนตัวเล็ก อ้อนให้ป้อนเป็นเด็กอีกทุกครั้งสินะ

“กินเองไม่เป็นรึไง”

ถึงจะบ่นแต่ก็ยอมป้อน มือนิ่มหยิบเนื้อไก่ที่หันพอดีคำป้อนอีกคนกลับ แต่ยังไม่ทันที่จะดึงนิ้วออก ร่างหนากลับใช้ปากดูดเม้มนิ้วเรียวค้างเอาไว้ จนคีย์เริ่มหน้าแดง ยิ่งเจออีกคนจ้องเข้าด้วยแล้วแทบอยากจะมุดโต๊ะหายออกไปนอกร้านให้รู้แล้วรู้รอด

“อร่อย”

แกล้งให้คนรักเขินจนพอใจ เจ้าตัวจึงยิ้มหน้าบาน หัวเราะชอบใจใหญ่

“คนบ้า”
“คนน่ารัก”
“บ้า”
“น่ารักจะตาย”
“โอ๊ย หยุดพูดเลย รีบๆกินเลยนะ เดี๋ยวกลับบ้านดึก”
“ฮาๆๆ รับทราบครับผม”

หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทั้งคู่เลยถือโอกาสเดินซื้อของดูนู้นนี้นิดหน่อย แต่มันจะไม่นิดก็เพราะคนหน้าสวยเนี่ยแหละ แทบจะเดินเข้าทุกร้านที่เดินผ่านเลยก็ว่าได้ หนักเข้าร่างหนาจึงต้องรวบรัดฉุดกระชากขึ้นรถกลับเองเสียเลย ไม่งั้นห้างไม่ปิดคุณเธอคงไม่ยอมกลับ

“คีย์วันนี้พี่นอนด้วยนะ”
“ไม่”
“โธ่ วันนี้คีย์อยู่บ้านคนเดียวพี่เป็นห่วง มันอันตราย”
“มันจะอันตรายก็เพราะพี่เนี่ยแหละ”
“น่า นะ”
“ไม่ ยังไงก็ไม่ให้นะ...”

เปรี้ยง!

“กรี๊ด พี่อนยูอย่าทิ้งคีย์นะ”

อนยูนึกอยากขอบคุณฟ้าฝนที่เลือกมาตกเอาวันนี้ ร่างหนารีบกอดคนในอ้อมแขนที่ซุกหนาอยู่กับอกเขา หวังให้หายตื่นกลัว

“โอ้ๆ คนดีของพี่ไม่ต้องกลัวนะครับ”

สีหน้ายิ้มระรื่นแถบจะสำลักความสุขตายของอนยู ถ้าคีย์ได้เห็นในตอนนี้คงหมั่นไส้น่าดู งานนี้เสร็จอนยูเลยละสิ โชคเข้าข้างเต็มๆ สักพัก รถแท็กซี่ก็ขับมาจอดส่งทั้งคู่ถึงหน้าบ้าน ด้วยสภาพที่ฝนตกหนัก ฟ้าร้องดังลั่น อนยูจึงตัดสินใจพาคีย์ไปบ้านเขาจึงจะดีที่สุด คนตัวเล็กคงไม่ร้องโวยแถมจะเต็มใจด้วยซ้ำ อนยูรู้ว่าคีย์เกลียดฟ้าร้องเกลียด และเขาคงจะปล่อยให้คีย์อยู่กับมันคนเดียวไม่ได้เป็นแน่

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

ลงความคิดเห็น















เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

ข้อมูลส่วนตัว

Shinee Land☆*゜

Author:Shinee Land☆*゜


Trackbacks ล่าสุด

ค้นหา

แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน