[SF] MY HEART (Onew Key Minho) - PG



ณ โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง

กริ่ง~~~~~~~
เสียงออด ดังขึ้นเพื่อแสดงเวลาการหมดคาบเรียนของวันนี้ หลังจากที่อาจารย์บอกเลิกคาบเรียน
เด็กนักเรียนทุกคนต่างรีบเก็บกระเป๋าแยกย้ายกลับบ้าน แต่บ้างคนก็อาจจะต้องอยู่ทำกิจกรรมที่โรงเรียน

“นี่ มินโฮ...คีย์ วันนี้พวกเราฝากทำเวรห้องได้ไหมอะ พวกนายสองคนช่วยเราหน่อยนะ พวกเรามีธุระด่วนจริงๆน๊า~”
“พวก เธอเนี่ยน๊า ฉันกับคีย์ไม่น่าอยู่เวรกลุ่มเดียวกับพวกเธอเลย...เฮ้ย~ แต่ก็ช่วยไม่ได้ คราวหน้าพวก
เธอต้องทำแทนฉันกับคีย์บ้าง ตกลงปะ”
“แหม มินโฮเนี่ย...ก็ได้ๆ งั้นพวกเราไปก่อนนะ ขอบใจมากๆน๊า bye bye~”

“มินโฮอะ รับปากง่ายจัง ไม่ถามกันสักคำ เนี่ยอนยูก็อีกคน ไม่รู้มีเรื่องด่วนอะไรนักหนาถึงได้รีบออกไป
ไม่ยอมรอกันเลย”
“น๊า...นายก็บ่นจัง รีบทำเถอะจะได้รีบกลับบ้าน อาทิตย์หน้าพวกนั้นก็บอกว่าจะทำแทนพวกเราแล้วหนิ
อดเปรี้ยวไว้กินหวานนะ นายรู้จักปะ”
“ไม่รู้หรอก เราไม่ได้เจ้าเล่ห์เหมือนนายนี่”
“555 นี้ฉันเจ้าเล่ห์เหรอเนี่ย แหมเพิ่งรู้”
“เหรอ แต่ฉันรู้มานานแล้วละ ว่านายมันเจ้าเล่ห์ขนาดหนักเลยแหละ”

ทั้ง สองคนช่วยกันทำเวรห้องไป เถียงกันไป หัวเราะอมยิ้มไปกับคำพูดที่ต่างฝ่ายต่างนำมาประชดประชัดอีกคนจนกระทั่งเสร็จ
ภาระกิจที่ได้รับมอบหมายไปโดยไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่คิดว่าถ้ามีเพื่อนตัวสูงอีกคนมาอยู่ด้วยคงจะสนุกกว่านี้แน่

“ปะ คีย์กลับบ้านกัน”
“อืม เดี๋ยวไปหยิบกระเป๋าก่อนนะ”
“อ๊ะ!”
“คีย์!”

........ตุบ........


“โอ๊ย เจ็บๆๆๆ...คีย์นายเป็นอะไรไหม?”
“ไม่...ฉันตังหากที่ต้องถาม ฉันล้มทับนายอยู่นะ”

ในระหว่างที่จะเดินไปเอากระเป๋า คีย์เกิดเดินไปสะดุดขาเก้าอี้เข้าจนหน้าเกือบคว่ำลงพื้น ถ้าอีกคนไม่มาช่วยรับเอา
ไว้มีหวังหน้าสวยๆได้มีรอยขีดขวนเป็นแน่ และเพราะอย่างนี้เลยทำให้ทั้งสองคนต้องล้มลงไปนอนกองกับพื้นด้วยกัน


“นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ฉันตัวใหญ่ล้มแค่นี้สบายมาก”
“สบายมากอะไร เมื่อกี้นายร้องซะเสียงดังเลย”

คีย์รีบลุกขึ้นยืน พร้อมทั้งฉุดมือเพื่อนตัวสูงให้ลุกขึ้นตามมาด้วย มินโฮทำหน้ามุ่ยนิดหน่อยเพราะรู้สึกเจ็บที่หลัง
จากการกระแทกกับพื้นเมื่อกี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย ถึงอย่างนั้นคีย์ยังอดเป็นห่วงไม่ได้เพราะตัวเป็นต้นเหตุ
ให้เพื่อนต้องเจ็บจึงต้องรู้สึกผิด เป็นสองเท่า

“มินโฮ นายเจ็บมากใช่ไหมอะ ทำไมทำหน้าแบบนั้นละ ฉันขอโทษ คือฉันซุ่มซาม ฉันมาแย่ ฉันมัน....”
“คีย์...พอแล้ว ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว”
“แต่ว่า...นาย...”

มินโฮดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดปลอบประโลมเพราะดูเหมือนอีกคนจะรู้สึกผิดจนเกิดเหตุ

“คีย์...ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ ไม่ต้องคิดมากนะ”
“จริงๆนะ นายไม่โกหกเรานะ”
“อืม จริงสิ...เด็กขี้แย่ แค่นี้ก็บ่อน้ำตาตื้น ดูสิตาแดงหมดแล้ว”

นิ้วหัวแม่มือของคนตัวสูงทั้งสองนิ้วไล่เกลี่ยไปตามขอบดวงตาของอีกคนที่เริ่มจะแดงก่ำเหมือนกำลังจะร้องไห้
ก่อนจะค่อยๆไล่นิ้วทั้งสองลงมาตามแก้มเนียนขาวที่เริ่มจะมีสีชมพูแต่งแต้ม

“คีย์ไม่สบายรึเปล่าทำไมหน้าแดงจัง”
“ปะ เปล่า...เรา...เราแค่...”
“แค่...แค่?”
“ไม่มีอะไร...”
“แน่นะ”
“อืม...”
“ปะ งั้นเรารีบกลับบ้านกันดีกว่านะ”
“มินโฮ...”
“หืม อะไร?”
“ปะ เปล่า”

คนตัวเล็กทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่พอมินโฮหันกลับไปมองก็กับทำเหมือนไม่มีอะไร มินโฮจับ
มือคีย์ไว้ตลอดทางที่กลับบ้าน เพราะบ้านทั้งสองอยู่ใกล้กันไม่ว่าจะมาโรงเรียนหรือกลับบ้านทั้งสองคนก็จะอยู่ด้วยกันเสมอ

“มินโฮ”
“อะไร คีย์มีอะไรรึเปล่าเห็นแปลกๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”
“เออ...คือ...”
“มินโฮ!”

ยังไม่ทันทีจะได้พูดอะไร เสียงหวานๆของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังรอดมาทางด้านหลัง จนทั้งสองต้องหันหน้ากลับไปมองพร้อมกัน

“ยูริ”
“โทรไปทำไมไม่รับหละ เขาน้อยใจแล้วนะ”
“แฮะๆๆ โทษทีพอดีวันนี้ลืมเอาโทรศัพท์มานะ”

คนตัวเล็กยืนมองสองคนคุยกันยังกับเด็กถูกทิ้ง ทำไมมินโฮถึงได้ดูสนิทกับยูริมากขนาดนี้ ทำไมถึงต้องโทรหากัน
ทำไมถึงต้องทำท่าเหมือนกับเป็น...คนรักกัน ทำไม...

“คีย์เป็นอะไรรึเปล่า ดูเงียบจัง”

หญิงสาวถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะปกติเห็นที่ห้องเรียนคีย์เป็นคนคุยเก่ง แถมยังยิ้มเก่งอีกตังหาก
แต่ตอนนี้กลับนิ่งเงียบไม่เหมือนคีย์ที่เห็นทุกๆวัน

“เราไม่เป็นไร...เออ ทำไมมินโฮกับยูริดูสนิทกันจัง”

บุคคลที่ถูกพูดถึงทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างเขินๆแล้วคนตัวสูงก็พูดออกมาว่า

“คือ...ฉันกับยูริ...เราเพิ่งตกลงเป็นแฟนกันเมื่ออาทิตย์ก่อนนะ”

แค่ ได้ยินคำว่า แฟน คนตัวเล็กถึงกับช็อกทำอะไรไม่ถูก หัวสมองหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทั้งตัวเหมือนโดนอะไรหนักๆมากดทับเอาไว้ หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกเจ็บ

“คีย์ๆๆ นายเป็นอะไร ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น มือก็เย็นด้วย”

มินโฮเดินเข้าไปเขย่าคนตัวเล็กเบาๆ ใช้ฝามือแตกที่หน้าผากกับแก้มทั้งสองข้าง แล้วเลื่อนลงมากอบกุมมือนิ่มไว้

“ขอโทษนะ เราเหมือนจะไม่สบายขอกลับบ้านก่อน”

พูดเพียงเท่านั้นคีย์ก็รีบเดินหันหลังออกไปทันที เดินได้ไม่กี่ก้าวน้ำตาก็ร่วงไหลเปรอะตามแก้มขาวๆ

“ฮือๆๆๆ...ทำไมกัน...ทำไม...”

เพราะความเสียใจที่มีอยู่เต็มอก ทำให้หัวใจด้านซ้ายรู้สึกเจ็บปวด จนเหมือนบีบรีดให้ทรมานแทบขาดใจ
คีย์นั่งกุมหัวใจตัวเองอย่างทรมาน สีหน้าเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะอะไรกันทำไมถึงได้เจ็บแบบนี้

รุ่งเช้าอากาศเริ่มมืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตกในไม่กี่วินาที ร่างบางที่นอนอยู่เตียงแทบไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาเลย
แทบไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น พอแค่นึกถึงคำพูดนั้นหัวใจด้านซ้ายก็เจ็บขึ้นมาอีกจนต้องเอามือไปกุมหยุดมันเอาไว้

((( กริ่ง )))
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้ง ทั้งๆที่ไม่อยากรับแต่ปลายสายไม่ยอมวางสายสักที คนตัวเล็กเลยต้องตัดสินใจเดิน
ไปกดรับ เป็นอนยูที่โทรมา คนตัวเล็กเลยรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดนึง ถ้าเป็นอีกคนเขาคงลังเลใจอย่างมากเป็นแน่

“ฮัลโหล คีย์จะเข้าเรียนแล้วนะ ฉันกับไอ้มินโฮรอนายอยู่ ทำไมยังไม่มาอีก”

พอ ได้ยินชื่อของคนตัวสูง น้ำตามันก็เหมือนจะไหลออกมาซะให้ได้ แต่เพื่อไม่ให้อนยูผิดสังเกตุ เลยต้องทำเป็น
เข้มแข็งทั้งที่ความจริงมันตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง

“คือ...เราไม่ค่อยสบายนะ วันนี้คงไม่เข้าเรียน ฝากอนยูจดงานแทนเราด้วยนะ”
“ไม่สบาย เป็นอะไรมากไหม แล้วนี้ที่บ้านนายมีใครอยู่รึเปล่า กินยายัง อาหารเช้าละกินแล้วใช่ไหม”
“อนยูถามเยอะจัง จะให้คีย์ตอบอันไหนก่อนดีละ”
“555 ก็เป็นห่วงนี่”
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แม่เราก็อยู่ด้วย สบายใจได้”
“งั้นพักผ่อนนะ เย็นๆเราจะไปเยี่ยม”
“อืม...bye bye”

พอวางสายน้ำตาก็ไหลออกมาเหมือนเปิดก๊อกน้ำ ที่จริงตอนนี้ในบ้านไม่มีใครเลยนอกจากคนร่างเล็ก
อยากให้มาหา...อยากให้มาเหลือเกิน มินโฮ...มินโฮ
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็นคนตัวเล็กแทบจะไม่ได้ลุกไปไหนเลย เอาแต่นอนอยู่บนเตียง ไม่อยากที่จะทำอะไร
ไม่อยากที่จะรับรู้อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว จนเสียงแม่ที่เพิ่งกลับมาจากไปทำงานข้างนอกเคาะประตูเรียก
คนตัวเล็กถึงได้สะดุ้งลุกขึ้นมานั่ง

ก๊อกๆๆ
“คีย์ คีย์วันนี้ไม่ได้ไปเรียนเหรอ เป็นอะไรรึเปล่าลูก เปิดประตูให้แม่ได้ไหม”
“ครับ”

คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นเพื่อที่จะไปเปิดประตู แต่พอเดินไปไม่ถึงก้าวก็รู้สึกเจ็บที่หน้าอกขึ้นมาอีก เจ็บจนแทบเดินไม่ไหว
เจ็บเหมือนหัวใจจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จนทนความเจ็บไม่ได้ ร่างเล็กเลยล้มลงไปนอนกองกับพื้น
เสียงร่างกายที่กระทบกับพื้นดังออกไปจนแม่ที่อยู่ข้างนอกเริ่มรู้สึกไม่ดี เคาะเรียกคนตัวเล็กเท่าไหร่
ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา จนต้องรีบลงไปเอากุญแจสำรองขึ้นมาเปิดไขเข้าไป

“คีย์!”

ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงคนตัวเล็กก็ถูกนำตัวมาตรวจอาการยังโรงพยาบาล โดยที่เจ้าตัวหลับสนิทไม่รู้เรื่องอะไรพอลืมตา
ตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในห้องพักคนไข้แล้ว

“อือ...”
“คีย์ ตื่นแล้วเหรอลูก เจ็บตรงไหนรึเปล่า”
“เปล่าฮะ”

คนตัวเล็กสังเกตุว่าสีหน้าของแม่ดูเศร้าเหมือนกับจะร้องไห้ นี่เกิดอะไรขึ้น เขาเป็นอะไรกันแน่

“แม่...ทำไมทำหน้าเหมือนเพิ่งร้องไห้มาละฮะ มีอะไรรึเปล่า”
“คือ...แม่...”

พูดยังไม่ทันจบคำผู้เป็นแม่ก็โผล่เข้ากอดลูกตัวเองพร้อมทั้งน้ำตา คนตัวเล็กเองก็จับต้นชนปลายไม่ถูก
ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น สักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นแล้วคนที่เปิดประตูเข้ามาก็เป็นคนที่ช่วย แก้ไขข้อ
สงสัยของคนตัวเล็กได้หมดทุกข้อ คุณหมอที่ดูแลอาการของคีย์เดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าที่อ่อนโยนส่ง
มองมายังคนที่นั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วบอกถึงอาการที่คนตัวเล็กเป็นให้ได้ทราบ
เพราะถึงจะปิดไปก็กลัวจะไม่ทันกาล

“เราชื่อคิม คิบอมสินะ ผมเป็นหมอรักษาอาการของเรานะ ตอนนี้ทางเรามีเวลาเหลือไม่มาก เพราะฉะนั้น
เราจำเป็นต้องบอกอาการที่คนไข้เป็นให้ได้ทราบเพื่อจะได้รีบตัดสินใจรักษาได้ทันเวลา เพราะถ้านานกว่านี้
หมอก็อาจจะรับประกันถึงความปลอดภัยไม่ได้ แต่เราจะเข้มแข็งพอที่จะรับฟังสิ่งที่หมอพูดหรือเปล่า"
“ครับ ผมพร้อมที่จะฟัง”

แม่ที่ยืนอยู่ข้างๆก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด แถมจะร้องมากกว่าเดิมด้วยซ้ำจนพี่สาวของคนตัวเล็กต้องมายืนคอยประคองเอาไว้

“คิบอมเป็นโรคหัวใจ ซึ่งตอนนี้อาการมันรุนแรงมาก ถ้าไม่รีบผ่าตัดภายในอาทิตย์นี้ หมอคิดว่า มันอาจจะสายเกินแก้”

คนตัวเล็กนิ่งเงียบไปหลายนาทีก่อนจะพูดขึ้นว่า

“คุณหมอครับ แต่ถ้าผมเปลี่ยนหัวใจแล้ว ใจผมยังจะเหมือนเดิมอยู่รึเปล่าฮะ”

คำถามที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากจะได้รับคำตอบ เขากลัว กลัวว่าจะถ้าตื่นขึ้นมาแล้วจะได้ไม่เจอมินโฮอีก
กลัวว่าหัวใจที่มีแต่คนๆนั้นอยู่เต็มทุกห้องจะเปลี่ยนไป

อีกวันผ่านไปก็เหมือนกับชีวิตที่เหลืออยู่จะหมดลงไปด้วย ตอนเย็นของเมื่อวาน อนยูกับมินโฮมาหาคีย์ที่บ้าน
แต่กลับไม่พบใครเลย โทรไปก็ไม่มีใครรับ ทำทุกวิถีทางจนทั้งสองต้องยอมแพ้กลับบ้านไปทั้งๆที่เป็นห่วง
คนตัวเล็กเหลือเกิน มารู้จากอาจารย์อีกทีในตอนเช้าที่เข้าเรียน ว่าคีย์ไม่สบายหนักต้องอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวัน
แต่ก็ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง ทั้งสองคนเลยต้องมาหาคนตัวเล็กถึงโรงพยาบาลเอง

ก๊อกๆๆ
“คีย์”
“อนยู...มินโฮ”

เด็กหนุ่มทั้งสองรีบเดินมาหาเพื่อนตัวเล็กที่นั่งเหม่ออยู่คนเดียว แต่พอเห็นหน้าคนตัวสูง คีย์ก็รู้สึกเหมือนจะ
เจ็บหัวใจขึ้นมาอีก แต่ก็พยามยามอดกลั้นทำเหมือนไม่เป็นอะไรเพื่อไม่ให้เพื่อนทั้งสองต้องเป็นกังวล

“อาจารย์บอกว่านายไม่สบายมาก ฉันกับอนยูเป็นห่วงมากรู้ไหม”

มินโฮเดินเข้าไปลูบหัวคนตัวเล็ก ทำหน้าเป็นห่วงและกังวลจนอีกคนถึงกับอยากร้องไห้ออกมา
อย่าทำแบบนี้ได้ไหม อย่าทำแบบนี้...

“คีย์...เป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้นแหละ”

อนยูที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกว่าสีหน้าของคนตัวเล็กไม่ค่อยจะสู้ดีเอาซะเลย จนต้องเอ่ยถามขึ้นมา

“เรา...เราไม่เป็นอะไร หมอบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่นะ”
“แล้วนี่ดีขึ้นยัง ไหนดูสิ”

มินโฮเลื่อนฝ่ามือไปแตะหน้าผากคนตัวเล็กเบาๆ

“คีย์!นายเป็นอะไร”

เพราะอยู่ๆคนตัวเล็กก็ร้องไห้ออกมา เพื่อนทั้งสองคนเลยตกใจทำอะไรไม่ถูก และเพราะหัวใจทำงาน
หนักขึ้นมากกว่าเก่า คนตัวเล็กเลยเจ็บแทบทนไม่ไหว ร่างกายที่พยายามทำเข้มแข็งมานานกลับทน
ต่อไปไม่ได้ เรียวมือเล็กยกขึ้นมากุมไว้ที่หัวใจก่อนจะร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมทั้ง น้ำตา มินโฮและอนยู
เริ่มทำอะไรไม่ถูกทั้งเป็นห่วงคนตัวเล็กทั้งมึนงงไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่ยังดีที่คนตัวสูงรีบกดเรียกหมอให้มาดูอาการอีกคนได้ทัน

คีย์ถูกนำตัว เข้าห้องไอซียู เรื่องราวต่างๆชักวุ่นวายเกินกว่าที่คิด เด็กหนุ่มทั้งสองได้แต่นั่งรอพ่อกับแม่
และพี่สาวของคีย์อยู่ที่หน้าห้อง โดยทำอะไรไม่ได้เลยและก็ไม่รู้อะไรเลยด้วย

“อนยู มินโฮ...คีย์ละ คีย์เป็นยังไงบ้าง”

ผู้เป็นแม่ร้องไห้แทบจะไม่มีน้ำตาให้ร้อง เรียกหาลูกชายด้วยความเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา อนยูกับมินโฮเริ่ม
รู้สึกว่าเหตุการณ์ตอนนี้ชักจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้ว ตกลงคีย์ไม่ได้เป็นไข้หวัดอย่างที่เจ้าตัวบอกเป็นแน่
เพราะความสงสัยและความเป็นห่วงที่มีมากล้น ทำให้คนตัวสูง ต้องตัดสินใจถามพี่สาวของคีย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ขอโทษนะครับ ตกลงว่า...คีย์...เป็นอะไรหรือครับ”
“นี่เราสองคนไม่รู้เลยเหรอ...คีย์...คีย์เป็นโรคหัวใจ หมอบอกว่าต้องรีบผ่าตัดภายในอาทิตย์นี้ไม่งั้น...คีย์ก็อาจจะ...”

พูดแค่นั้นผู้เป็นพี่ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เหมือนกัน ทั้งสองคนพอได้ฟังแค่นั้นตัวก็เหมือนขยับไม่ได้
แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่คนเป็นพี่พูด อะไรกัน ฟ้าเล่นตลกอะไรกับพวกเขากันแน่

“คุณหมอแย่แล้วคะ ตอนนี้หัวใจที่จะนำมาบริจาคไม่เพียงพอ จะทำยังไงดีคะ”

เสียงนางพยาบาลดังรอดออกมาจากประตูที่ยังปิดไม่สนิท ทุกคนที่เฝ้าดูอาการของคีย์อยู่ข้างนอกถึงกับ
เก็บอาการไว้ไม่อยู่ ผู้เป็นแม่และพี่สาวยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม ผู้ที่เป็นพ่อเองถึงแม้จะทำตัวให้เข้มแข็งแต่
สีหน้าก็หม่นหม่องเหมือนคนตาย ทั้งเป็น

“เฮ้ย!อนยูนายจะไปไหน”

จู่ๆอนยูก็ลุกขึ้นเดินออกไปโดยไม่บอกกล่าว มินโฮพยายามเรียกแต่เพื่อนอีกคนก็ไม่ยอมหันกลับมามอง
จนเดินหายลับออกไป ผ่านไปหลายชั่วโมง ทุกเข็มนาฬิกาที่เดินเหมือนกับจะคอยทิ่มแท่งคนที่เฝ้ารอให้เจ็บปวด

“คุณหมอคะมีหัวใจบริจาคมาให้แล้วคะ”

เสียงของนางพยาบาลคนหนึ่งดังขึ้นมา เพียงแค่นั้นสีหน้าของคนที่นั่งอยู่ข้างนอกก็เริ่มดีขึ้น และแล้วการผ่าตัดก็จบลง
ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปด้วยดี คุณหมอออกมาบอกว่าคิม คิบอมตอนนี้อาการปลอดภัยแล้วพ้นขีดอันตรายอย่างกับ ปราติหารย์

ผ่านไป เกือบเดือน คีย์อาการค่อยๆดีขึ้น หัวใจที่มีคนเอามาบริจาคให้ก็ดูเหมือนจะเข้ากับร่างกายของเขาได้ดี
ทุกวันที่อยู่ที่โรงพยาบาล มินโฮมาเยี่ยมคีย์ตลอด แต่เพื่อนอีกคนกลับไม่เคยเห็นหน้า พอคีย์ถามถึงมินโฮก็บอกว่าไม่รู้
หลังๆนี้ดูเหมือนว่ามินโฮจะมาหาและอยู่กับคนตัวเล็กตลอด พอคนตัวเล็กถามว่าไม่ดูแลยูริบ้างเหรอ เป็นแฟนกันก็
น่าจะอยู่ด้วยกันมากกว่านี้ ฝ่ายนั้นกลับตอบมาว่าเขาเลิกกับยูริแล้ว ทั้งๆที่น่าจะเป็นเรื่องเศร้าแต่คีย์กลับรู้สึกดี
ทั้งที่ไม่น่าจะคิดแบบนี้ แต่ตัวเองก็ห้ามมันไม่ได้

“แล้วทำไมนายถึงเลิกกับยูริละ”
“ไม่รู้สิ เราอาจจะเข้ากันไม่ได้มั้ง”

มินโฮพูดเพียงเท่านั้นก็ทำท่าจะเดินกลับไปนั่งแต่มือเล็กกลับฉุดดึงชายเสื้อของอีกคนไว้

“เรา...เราชอบมินโฮ”
“คีย์...”

ไม่มีคำตอบใดๆกลับมาจากคนที่ถูกสารภาพรักนอกจาก อ้อมกอดที่รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
แต่ถึงอย่างนั้นคีย์ก็อยากจะอยู่ในสภาพแบบไปนานๆ

“ฉันจะดูแลคีย์ให้ดีที่สุด จะดูแลให้เท่ากับหัวใจที่คีย์ได้รับมา”
“มินโฮ ทำไมถึงพูด...”

คนตัวเล็กถูกดึงเข้าไปจูบ จูบที่โหยหามาแสนนาน อ้อมกอดที่อยากสัมผัสทุกเวลา วันนี้เขาได้รับรู้ในรสชาด
นั้นแล้ว แต่คนตัวเล็กก็ยังไม่เข้าใจถึงคำพูดที่มินโฮพูดก่อนหน้านี้ได้กระจ่างเท่าไหร่นัก แต่นั้นก็ไม่สำคัญ
เท่ากับตอนนี้ที่เขามีมินโฮอยู่ข้างกาย

วันนี้ คีย์จะออกจากโรงพยาบาลก็เลยอยากลองออกไปเดินเล่นสูดบรรยายกาศข้างนอก สักหน่อย แต่เพราะ
เช้าไปทั้งมินโฮก็ยังเรียนอยู่ ทุกคนในครอบครัวก็ยังยุ่งกับธุระต่างๆ คนตัวเล็กเลยต้องออกมาเดินเล่นคนเดียว
พอกดลิฟต์แล้วเดินลงมาถึงเคาน์เตอร์ข้างล่างคนตัวเล็กก็เดินเข้าไปคุยกับนาง พยาบาลที่คอยดูแลอยู่อย่างสนิทสนม

“คีย์ พี่ฝากดูเอกสารพวกนี้ก่อนได้ไหมจ๊ะ แบบว่าพี่ปวดหนักมาก ไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวมานะ”
“ครับ”

เอกสารของผู้ป่วยในโรงพยาบาลเยอะจนเกือบท่วมหัว คนตัวเล็กไม่ทันระวังเลยเผลอทำตกกระจัดกระจายไปทั่ว

“ซุ่มซ่ามอีกแล้วเรา เอ๋...ทำไมมีของอนยูด้วยละ อนยูป่วยเหรอ?”

พอคนตัวเล็กเปิดดูแฟ้มประวัติของอนยูก็ถึงกับช็อกแทบขาดสติ พยายามบอกตัวเองว่าไม่ใช่ เขาต้องดูผิดแน่ๆ
แต่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งชื่อที่เห็น รูปที่ติดอยู่ จะมองยังไงก็คืออนยู พอดีกลับที่นางพยาบาลคนนั้นกลับมาคีย์เลย
รีบถามให้แน่ใจอีกครั้ง ขอให้เขาตาฝาดหรือไม่ก็เอกสารนี้มันผิดพลาดไม่ใช่เรื่องจริง

“เออ...ขะ ขอโทษจะครับคือประวัติของผู้ชายคนนี้มันผิดหรือเปล่าครับ”
“เอ๋ ไหนจ๊ะ...อ๋อ ไม่ผิดนี่จ๊ะทำไมเหรอ...เฮ้ย~ แต่จะว่าไปก็น่าสงสารนะ แถมยังน่าแปลกอีก นี้คีย์เชื่อไหม
วันที่เราเข้าผ่าตัดนะ เด็กผู้ชายคนนี้ก็เกิดอุบัติเหตุรถชนที่หน้าโรงพยาบาล แถมมันยังมีเรื่องที่น่าแปลกกว่านั้น
ก็คือก่อนที่เขาจะถูกรถชนนะ เขาได้เขียนบริจาคหัวใจให้กับคีย์ด้วยนะ น่าแปลกไม่ละ”

เพียงฟังแค่ นั้นร่างเล็กก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้น น้ำตาไหลอาบทั้งสองข้าง สองมือรีบยกขึ้นมากุมหัวใจตัวเองเอาไว้
ปากก็พร่ำเรียกหาชื่อเพื่อนอีกคนไม่หยุด ทั้งยังไม่เข้าใจสักนิดเลยว่าเพราะอะไร ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ ทำไม
ต้องทำอะไรบ้าๆแบบนี้ด้วย นายมันบ้าไปแล้ว อนยู...

วันนี้มินโฮหยุดเรียนเพื่อที่จะมารับคนตัวเล็กกลับบ้านแต่พอเดินเข้ามาในโรงพยาบาลก็เห็นร่างบางนั่งฟุบร้องไห้อยู่ที่พื้น

“คีย์!”
“มินโฮ...อนยู อนยู อนยูเขา...”
“คีย์...ไม่เป็นไร ใจเย็นๆนะ ไม่เป็นไร”

คนที่ปลอบคนตัวเล็กว่าไม่เป็นไรนั้นแหละ ดูเหมือนอาการจะหนักกว่าอีกคนด้วยซ้ำ วันที่อนยูเดินออกไปจาก
หน้าห้องผ่าตัดวันนั้น เขาไม่เคยเลยคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเพื่อนคนนี้อีก ส่วนสาเหตุของเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้น
เพราะความรัก ความรักที่อนยูมีต่อคีย์นั้นมีมากจนไม่อาจเห็นอีกคนต้องตายไปต่อหน้าต่อตาได้ ถึงแม้เขาจะรู้มา
ตลอดว่าคีย์ชอบมินโฮแต่ขอแค่ได้รักข้างเดียว ได้อยู่กับคีย์ ได้มองหน้าแค่นั้นเขาก็มีความสุขแล้ว ไม่ต้องการให้
อีกคนมารักตอบเลยสักนิด รักคือการให้แล้วเขาพร้อมที่จะให้ทุกอย่างกับคนตัวเล็กเช่นกัน
……………………………………………………………………………………..
หลังจากที่พยาบาลบอกว่าไม่มีหัวใจที่จะบริจาคให้กับคีย์ อนยูก็แทบนั่งไม่ติด กระวนกระวายจนแทบคลั่ง สุดท้าย
ก็ตัดสินใจเดินออกมาที่ด้านล่างของโรงพยาบาล แล้วก็ขอกระดาษกับปากกานางพยาบาลคนหนึ่งเพื่อเขียนข้อมูล
บางอย่างลงไป แล้วส่งคืนให้กับนางพยาบาลคนนั้นพร้อมกับบอกให้ฝากไปให้กับคุณหมอที่ดูแลอาการป่วยของคีย์
และอีกแผ่นให้เอาไปให้กับมินโฮ จากนั้นตัวเองก็เดินออกไปหน้าโรงพยาบาลก่อนจะมองกลับเข้ามาด้านในด้วย
สีหน้าที่มีความสุข เพียงแค่คิดว่าหัวใจของเขาสามารถที่จะต่อลมหายใจให้กับอีกคนได้ เขาก็พร้อมที่จะยอมแลก

“คีย์ ขอโทษนะที่จะไม่ได้เจอกันแล้ว ขอโทษที่ฉันจะไม่ได้อยู่ข้างๆนายอีก หลังจากนี้ฉันคงได้เห็นสีหน้าที่มีความสุข
ของนายทุกวัน เมื่อนายอยู่กับคนที่นายรัก และความรักที่ฉันมีให้มันจะไม่หายไปไหน เพราะหัวใจของฉันอยู่ที่นายคนเดียว อนยู รัก คีย์”

โครม!!!!!
เสียงรถที่กระทบเข้ากับร่างกายของชายคนหนึ่งดังพอๆกับเสียงกรี๊ดร้องจากความตกใจ ร่างที่ถูกรถกระแทกนั้นกระเด็น
ไปไกลแล้วก็ตกลงมากระแทกกับพื้นซ้ำอีกจนเลือด เจืองนองท่วมตัวและพื้นถนน ช่างเป็นภาพที่น่าสลดหดหูจนไม่
น่ามอง ร่างของอนยูถูกนำส่งเข้ามายังโรงพยาบาลทันที แต่นั้นก็สายเกินไปซะแล้ว พอทางโรงพยาบาลยื้อชีวิตของ
เขาต่อไปไม่ได้ หัวใจที่เขาได้ตั้งใจที่จะนำมาบริจาดไว้กับคนๆเดียวนั้นก็ได้ถูกนำมาใช้ได้ท่วงทันเวลา เสียงชีพจร
ของอีกคนดับลงไปพร้อมกับเสียงเสียงการเต้นของหัวใจของอีกคนกำลังขยับสูบฉีดขึ้นมา หัวใจที่เต้นอยู่ในร่างกาย
ของคนตัวเล็กทำหน้าที่ได้ดีจนเหลือเชื่อ เหมือนกับว่านี้คือหัวใจที่แท้จริงของเขายังไงยังงั้น

“คุณมินโฮ นี่จดหมายจากคุณอนยูฝากมาถึงคุณคะ”

หลังจากนั้นจดหมายที่อนยูเขียนให้มินโฮก็ถูกส่งให้ถึงมือกับคนตัวสูง อนยูเขียนเรื่องราวต่างๆของคนตัวเล็กว่ารู้สึก
ยังไงกับเขาให้คนตัวสูงรู้ และขอให้มินโฮดูแลคีย์แทนเขาที ขอให้ดูแลให้ดีที่สุด ตราบเท่าที่หัวใจของคีย์ยังเต้นอยู่
และที่สำคัญขอให้เก็บของเขาไว้เป็นความลับ อย่าบอกให้คีย์รู้ว่าหัวใจที่ได้มานั้นมาจากใคร
………………………………………………………………………………………….

“ฮือๆๆๆ ทำไมอนยูต้องทำแบบนี้ ทำอะไรบ้าๆ ฉันเกลียดอนยู”
“คีย์...ความรักนะคือการให้ไม่ใช่เหรอ เพราะอย่างนั้นอนยูถึงได้ให้หัวใจกับนาย อนยูรักคีย์มากนะ คีย์รู้ไหม”
“ฮือๆๆๆ อนยู”

เกือบ ครึ่งปีผ่านไป มินโฮก็ยังคอยดูแลคนตัวเล็กไม่ห่างเหมือนกับคำขอร้องที่อนยูได้บอกไว้ แต่เพราะเกิด
เรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งเขาและคีย์เลยได้คิดตรึกตร่อง จนวันนี้ที่ทุกอย่างไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน
คิม คิบอมก็ยังมีเพื่อนที่แสนดีอย่าง มินโฮ คนนี้ตลอดไป

“มินโฮ เราไปก่อนนะ”
“อืม...กลับบ้านดีๆนะคีย์”

คนตัวเล็กเดินมาตามทางที่มีทั้งต้นไม้และดอกไม้แทรมสลับกันไป พร้อมกับสายลมที่พัดจนทำให้ใบไม้
และดอกไม้เหล่านั้นพริ้วไปมา อีกทั้งยังมีแสงแดดที่สอดส่องลงมามอบความอบอุ่นให้กับหัวใจ เดินไป
จนถึงเกือบยอดเนินเขา ขาเรียวทั้งสองจึงได้มาหยุดอยู่ที่แท่นปูนสีขาวที่สลักเขียนบางสิ่งบางอย่างเอาไว้
คีย์วางดอกไม้ช่อเล็กที่ตัวเองเป็นคนจัดแต่งมันทุกวันเพื่อที่จะนำมาให้กับคนๆนี้ได้ดูทุกๆวัน เขาวางมัน
แทนช่อเก่าของเมื่อวาน และส่งมอบรอยยิ้มหวานไปยังคนๆนั้น

“คีย์ รัก อนยูนะ”

คำบอกรักนี้คีย์ก็พูดมันทุกวันเช่นกัน ถึงแม้คนที่บอกรักจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วก็ตาม แต่คีย์ก็ยังมีคนๆนี้
อยู่ข้างกายเสมอเพราะหัวใจของอนยูเต้นอยู่ในตัวคีย์ตลอดเวลา และไม่ว่าจะนานสักแค่ไหน หัวใจดวงนี้
ก็ยังจะอยู่อย่างนี้ตลอดไปจนกว่าจะถึงวันที่เราจะได้เจอกัน

00028555_105012.gif


Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(1)
ความคิดเห็นนี้รอคำอนุญาตจากผู้เขียนเว็บนี้
2013/07/10 (Wed) 02:10| | # [แก้ไข]

ลงความคิดเห็น















เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

ข้อมูลส่วนตัว

Shinee Land☆*゜

Author:Shinee Land☆*゜


Trackbacks ล่าสุด

ค้นหา

แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน