[Fic] เจ้านายหน้าเลือดกับลูกจ้างสุดเแสบ OnKey-Nc Part 3

16795_106491.gif

หลังจากนั้นอีกสองสามวัน คนตัวเล็กก็หายเป็นปกติ จนกลับมาทะเลาะกับจินกิได้เหมือนเคย

“คีย์! ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าออกไปไหนคนเดียว ถ้าจะออกไปไหนนายต้องบอกฉันก่อน”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายนะ! ทำไมต้องคอยรายงายด้วย ฉันจะไปไหนมาไหนมันก็เรื่องของฉัน นายไม่ต้องยุ่ง”
“แน่ใจเหรอคีย์ว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน รึว่าต้องให้ทวนความจำ นายถึงจะ...”
“หยุดพูดนะ ไอ้คนบ้า คนลามก! นายอย่าเอาเรื่องเมื่อคืนมาบังคับฉันหน่อยเลย มันก็เป็นแค่ความอยาก บ้าตัณหา ของนายคนเดียว ฉันไม่เก็บเอามาคิดให้มันรกสมองหรอก”
“งั้น เราคงต้องทวนความจำกันบ่อยๆแล้วมั้ง นายจะได้จำเรื่องของเราได้ขึ้นใจซะที”
“จ จะทำอะไรนะ อย่าเข้ามานะไอ้คนลามก”
“ไม่ชอบเหรอ ฉันว่านายดูออกจะชอบนะ หน้านายตอนมีอารมณ์นะ มันยั่วชะมัดเลย”
“ไอ้บ้า ไปไกลๆเลย”
“กลัวเหรอ...งั้นก็ขอร้องฉันสิ ถ้านายทำให้ฉันพอใจฉันอาจจะไม่ทำอะไรนายก็ได้”
“แล้วจะให้ฉันทำ...อะไร”
“จูบฉัน จนกว่าฉันจะพอใจ ทำได้ไหมคิบอม”

พอได้ฟังคำสั่ง คีย์แทบอยากจะหายไปจากตรงนี้เลยเสียให้ได้ ถ้าเขาทำอย่างที่อีกคนพูด ก็เหมือนเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในกองเพลิงนะสิ แต่ถ้าไม่ทำ เขาเองก็คงต้องกลายเป็นเถ้าถ่านแน่ จินกิคงไม่ปล่อยเขาออกไป แน่นอน
ยิ่งคิดก็ยิ่งหมดหนทางเอาตัวรอด นอกจากต้องเดินตามเกมของคนตรงหน้า ร่างบางเดินเข้าไปไกลคนตัวสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วค่อยๆนั่งลงบนตักของหนา แขนทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาโอบรอบคอแกร่ง ก่อนใบหน้าเนียนจะก้มลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากของจินกิ ร่างบางบรรจงจูบอีกคนอย่างคนที่อ่อนประสบการณ์ ปากเล็กวนเวียนอยู่แต่ภายนอกเท่านั้นไม่กล้าที่จะทำอะไรมากกว่านี้ จนคนตัวสูงต้องเป็นคนใช้ลิ้นของตัวเองเข้าไปคว้านหาความหวานจากปากของอีกคนแทน เมื่อคีย์เริ่มทำท่าเหมือนจะขัดขืนจินกิจึงใช้มือรั้งศีรษะไว้ แล้วก็จูบอีกคนหนักหน่วงขึ้น แต่มันต่างจากแต่ก่อน อ่อนหวาน หนักหน่วง แต่ไม่รุนแรง แต่กลับทำให้ลุ่มหลง จนคนตัวเล็กอดใจสั่นไม่ได้ เผลอไผลไปกับรสจูบของนั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

“อือออออ~”

คีย์จูบตอบจินกิอย่างลืมตัว ทั้งสองต่างแลกจูบกันอย่างเร่าร้อน จูบแล้วจูบเล่าอยู่นาน จากที่อ่อนหวานกลายเป็นเร่าร้อนมากขึ้นแทบจะหายใจหายคอไม่ทัน ถ้าร่างสูงไม่ผลักออกซะก่อน คีย์คงได้หมดลมหายใจเป็น

“จูบเก่งเหมือนกันหนิ ฉันชักติดใจ แล้วสิ”
“บ้า นายหนิมันลามกได้ตลอดเวลาเลยนะ แล้วจะปล่อยฉันได้รึยัง ฉันทำตามที่นายบอกแล้วนะ!”
“ก็ได้...แต่...”
“แต่...อะไร?”
“ พรุ่งนี้นายต้องไปทำงานกับฉัน”
“ไปทำงาน?”
“ใช่”
“ฉันก็ทำอยู่นี่ไง ที่บ้านนายเนี่ย แล้วจะให้ไปทำที่ไหนอีก”
“ก็ทำที่งานไง ที่บริษัทของฉัน”
“ไม่...ฉันไม่ไป”
“แน่ใจ...คิดให้ดีๆนะ นายอยากออกข้างนอกไม่ใช่เหรอ พอฉันจะให้ออกนายกลับไม่อยากไปซะนี่”
“แต่...แต่ทำไมต้องเป็นที่บริษัทของนาย ฉันช่วยอะไรนายได้หรอกนะ”
“แค่นั่งเฉยๆเอง ฉันไม่ได้ใช้งานอะไรนายสักหน่อย กลัวไปได้”
“ใครกลัว...ตกลงจะไปกับนายพรุ่งนี้”
“ก็แค่นี่แหละ เรื่องชุดเดี๋ยวฉันให้แม่บ้านจัดการให้ละกัน”
“ชุด...?”
“อืม...นายจะแก้ผ้าไปทำงานเหรอ...หึ”
“นี่...ไม่ต้องมาจ้องหน้าฉันแบบนี้นะ ตามใจนายก็แล้วกัน...ชิ”

ร่างบางรีบลุกขึ้นเดินกระแทกเท้าอย่างหัวเสีย นึกแล้วก็อดน้อยใจพ่อกับแม่ไม่ได้ ทำไมต้องผลักเขามาลงนรกแบบนี้ด้วย นี่ยังเห็นเขาเป็นลูกอยู่รึเปล่า

เช้าวันรุ่งขึ้น จินกิตื่นแต่เช้าเป็นปกติ พอจัดการแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เขาจึงรีบเดินตรงไปยังห้องของร่างบางอย่างไม่รอช้า

“คีย์ แต่งตัว เสร็จยัง นายมัวทำอะไรอยู่ ออกมาได้แล้ว!”
“จะรีบไปตายที่ไหนห๊ะ เสร็จแล้ว!”

พอคนตัวเล็กออกมาจากห้อง จินกิถึงกับอดทึ่งไม่ได้ ชุดสูทราคาแพงแสนแพงพร้อมกระเป๋ายี่ห้อดังมันช่างเข้ากับคนตัวเล็กมากเหลือเกิน ตั้งแต่หัวจรดเท้าแทบจะไม่มีตรงไหนที่ไม่น่ามองเลย ขนาดเขายังถึงกับอึ้งขนาดนี้แล้วคนอื่นๆที่บริษัทละจะเป็นยังไง (ชักไม่อยากให้ไปด้วยแล้วซิ)

“จะมองอีกนานไหม! แล้วไม่ไปแล้วหรอบริษัทนะ เมื่อกี้ยังเร่งฉันแทบตายอยู่เลย”
“อ เออ ไปสิ”
ทั้งสองเดินลงมายังด้านล่างของตัวบ้าน แต่ในขณะที่จะเดินตรงไปขึ้นรถ คนตัวเล็กกลฃับพูดขัดขึ้นก่อน

“นี่นาย...ไม่กินข้าวเช้าหรอ”
“ไม่อะฉันไม่ชอบกิน”
“ไม่ได้นะ อาหารเช้าสำคัญที่สุด ยังไงก็ต้องกินก่อนไปทำงาน”
“เอ๋? นี้นายเป็นห่วงฉันหรอคีย์”
“ปะ เปล่านะ ฉันแค่เป็นห่วงตัวเองต่างหากละ นายไม่กินก็เรื่องของนาย”

ไม่รู้ว่าจินกิคิดไปเองรึเปล่า เมื่อกี้เขาเห็นคีย์หน้าแดง หรือว่าเขาแค่ตาฝาดไป คีย์เดินไปยังห้องอาหารพร้อมกับจินกิที่เดินตามมาอย่างกับเงา ทั้งสองนั่งลงทานอาหารเช้าอย่างเงียบๆ ไม่มีการพูดจาใดๆ นอกจากสายตาที่มองกันไปมองกันมาจนเล่นเอาทานอะไรกันไม่ค่อยลง รู้สึกแปลกๆพิกล เมื่ออาหารเช้าถูกเติมเต็มเข้ามาในร่างกาย ทั้งสองจึงพร้อมที่จะไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ จินกิสั่งให้คนขับรถนำรถมารอรับเขากับคีย์ที่หน้าบ้านแล้ว เพียงเดินออกมาจากประตูบ้านไม่กี่ก้าวรถหรูสีดำคันใหญ่ก็มาจอดรอรับช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนตัวเล็ก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ภาพในละครมันเกิดขึ้นจริงๆต่อหน้า คนจนๆอย่างเขาต้องทำงานเก็บเงินกี่ชาติถึงจะมีรถมีบ้านมีคนใช้มากมายได้ขนาดนี้ เหลือเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง
“เอ้า ยืนอึ้งอยู่นั่นแหละ ขึ้นรถได้แล้ว”
“เออๆ รู้แล้ว”

พอเข้าไป นั่งในรถเรียบร้อยแล้วจินกิก็สั่งให้คนขับรถออกรถทันที ทั้งสองนั่งห่างกันเหมือนอยู่คนละโลก ถึงแม้คนตัวเล็กจะเขยิบถอยห่างแค่ไหนก็ยังห่างไปไม่ได้ไกลอยู่ดี เพราะอีกคนก็พร้อมที่จะขยับเข้ามานั่งใกล้ๆค่อยแกล้งร่างบางหน้าตาเฉย

“ฉันไม่ใช่ยักษ์นะทำไม่ต้องกลัวขนาดนั้นด้วย”
“ใครกลัวนาย ฉันแค่ไม่อยากอยู่ใกล้ก็เท่านั้นแหละ”

ยิ่งคนตัวเล็กทำท่ารังเกียจเขา จินกิก็ยิ่งอยากแกล้ง ร่างสูงขยับเบียดชิดร่างบางจนสุดมุมรถ นี้ถ้าไม่มีประตูค่อยกั้นอยู่ ร่างบางได้ตกรถแล้วเป็นแน่

“นายขาดความอบอุ่นหรือไงห๊ะ!”
“ขึ้นมานั่งบนตักฉันสิ”
“ห๊ะ! นายพูดบ้าอะไร”
“ถ้านายไม่ทำฉันจะให้นายนอนบนตัวฉันแทนดีไหม”
“อะ ไอ้ลามก!”
“คีย์~” จินกิลากเสียงยาวๆเป็นการเตือนคนตัวเล็กว่าเขาพูดจริงแน่ถ้ายังไม่ยอมทำตาม คำสั่งเขา

ถึงจะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกให้ร่างบางเลย เขาจึงต้องขยับขึ้นไปนั่งบนตักหนา แขนทั้งสองข้างของจินกิรีบเข้ามาสวมกอดคนที่อยู่บนตักทันที แถมรัดแน่นจนจะหลอมเป็นคนๆเดียวกันอยู่แล้ว

“อะ ไอ้บ้า ลามก นายจะทำอะไรปล่อยฉันด้วยนี้นะ” แค่คำพูดยังไม่พอคีย์ยังทุบตีแขนหนาๆที่โอบรอบตัวเขาไว้ด้วย แต่ก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรกับคนอย่างลี จินกิเลยสักนิด
“นายจะเสียงดังทำไม อยู่กันแค่นี้ นายไม่ชอบหรอ”
“บ้า ใครเขาชอบกัน ปล่อยเลยนะ”
“ไม่ปล่อย จะถึงบริษัทแล้ว อย่าดิ้นนักซิ เดี๋ยวก็จับปล้ำซะเลย ถ้านายอยากลองรสชาดใหม่ๆฉันจัดการให้ได้นะ”

คำพูดขู่ของจินกิ ทำให้คนตัวเล็กหยุดการกระทำทุกอย่างทันที รีบนั่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไรต่อ จนใกล้จะลงจากรถร่างสูงจึงขโมยหอมแก้มคนตัวเล็กหนึ่งทีก่อนปล่อยให้เป็นอิสละ แล้วก็ลงจากรถไป ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งหน้าแดงอยู่ในรถ ไม่รู้เพราะอายหรือเจ็บใจที่ถูกหอมแก้มเจ้าตัวก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

ตั้งแต่หน้าบริษัทจนถึงหน้าห้องทำงาน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ทุกคนล้วนแต่ก้มหน้าคำนับทักทาย คนตัวสูงกันทุกคน ช่างดูเป็นผู้ที่มีอำนาจน่าเกรงขาม แต่สำหรับร่างบางที่เดินเคียงข้างมากลับรู้สึก ตรงกันข้ามกันทุกคนโดยสิ้นเชิง ได้แต่ยิ้มฝืดๆ เวลาที่มีคนมากมายเข้ามาทักทายร่างสูง เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทำงาน เลขาคนสวยก็รีบตรงเข้ามาสวัสดีทักทายเจ้านายอย่างคุ้นเคย แต่ เมื่อเธอหันมองร่างบางที่อยู่ข้างๆเจ้านายของเธอสีหน้ากลับทำเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ โกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน

“คุณซันนี่วันนี้ผมจะพาคนรับใช้ส่วนตัวมาด้วย คุณดูแลผมแค่เรื่องงานก็พอ ส่วนเรื่องอื่นเดียวผมให้คนของผมจัดการเอง”
“ตะ แต่ว่า...”
“ตามนี้ครับ ไม่มีแต่”

จินกิดึงร่างบางให้เดินตามเขาเข้ามาในห้องทำงาน โดยไม่สนใจสีหน้าไม่สบอารมณ์ของเลขาตัวเองเลยสักนิด

“นี่ เปล่าได้แล้ว แล้วนายจะจ้องไปถึงไหน”

เข้ามาในห้องไม่ถึงวินาที คนตัวเล็กก็เริ่มร้องประท้วง ก็เจ้านายของเขาเล่นจับแขนเขาไว้แน่น แถมยังจ้องไม่วางตาอีก

“วันนี้ฉันมาทำงาน”
“อืม รู้แล้วจะบอกทำไมอีก”
“นายห้ามหาเรื่อง หรือสร้างความรำคาญให้ฉัน”
“ฉันว่า ฉันควรจะเป็นคนพูดประโยคนี้มากกว่านะ ไม่ใช่นาย”
“นี่ บอกว่าห้ามหาเรื่องไง”
“นายพูดกับฉันเหรอ นึกว่าพูดกับตัวเอง”
“คีย์”
“เออ รู้แล้ว...ฉันจะนั่งเฉยๆ ไม่พูดไม่คุยไม่ขยับ และไม่หายใจเลยดีไหม”
“ปากดีนักนะ อยากโดนทำโทษใช่ไหม ปากดีแบบนี้”
“ทำ ทำอะไร นี่...อย่าเข้ามานะ”

คีย์เริ่มรนถอยหนีร่างสูงที่เดินย่างก้าวมาหาตน จนแผ่นหลังบางแนบติดไปกับบานประตู ใบหน้าหวานพยายามเอียงหลบหน้าคมที่กำลังก้มลงมาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ

“อือ...อย่านะ”

ริมฝีปากเกือบจะได้แตะกันอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะซะก่อน
“จะเคาะหาอะไรวะเนี่ย” จินกิสถบด่าคนเคาะประตูในใจ อย่างหัวเสีย พอร่างบางถูกปล่อยเป็นอิสระ ก็รีบวิ่งไปนั่งเกาะโซฟาตัวใหญ่ไว้เป็นที่เพิ่ง นึกขอบคุณเลขาหน้าห้องที่เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ร่างสูงจึงต้องเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานอย่างเสียดาย แต่ก็ไม่วาย ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มองร่างน้อยด้วยความท้าทายเข้าให้อีก

“มีอะไรคุณซันนี่”
“ดิฉันเอากำหนดการการประชุมของวันนี้มาให้ดูคะ”
“อืม...แล้วมีช่วงบ่ายใช่ไหม”
“คะ แล้วนี่ก็เอกสารที่ท่านต้องเซ็นคะ”
“ขอบใจ ถ้าเสร็จแล้วผมจะเรียก”
“แล้วท่านจะรับกาแฟหรือว่า...”
“เดี๋ยวผมให้คนของผมจัดการเองเรื่องนั้น คุณกลับไปทำงานได้แล้วละ”
“คะ”

เลขาคุณสวยพูดตอบรับเจ้านายโดยที่หันมามองร่างบาง แถมสายตาไม่เป็นมิตรอีก คีย์ถึงกับทำหน้าไม่ถูก แต่ได้ยิ้มฝืดกลับไปให้เลขาที่จิกสายตานางมารร้ายส่งกลับมาให้อีกทีก่อนเดินออกจากห้อง

“คีย์”
“หึ...อะไร ระ เรียกทำไม”
“ฉันอยากดื่มกาแฟ”
“แล้วไง”
“ยังจะมาถามอีก ฉันเป็นเจ้านาย ฉันบอกว่าอยากดื่ม นายก็ไปเอามาสิ”
“เออๆ จะไปเอามาให้เดี๋ยวนี้แหละ เจ้านายยยย”

ร่างบางลากเสียงยาวประชดคนตัวเล็ก ก่อนจะเดินออกมาชงกาแฟให้ตามที่อีกคนสั่ง แต่พอเดินออกมาไม่กี่ก้าว เลขาหน้าห้องกลับทักขึ้นไม่มีปี่ไม่มีขลุย จนเขาต้องหยุดคุยว่าหล่อนต้องการอะไร

“มีอะไรเหรอครับ”
“ท่านประธาน ให้นายไปชงกาแฟมาให้ใช่ไหม”
“เอ๋...ค ครับ”
“อะ นี่กาแฟ”
“เอ๋...?”
“สงสัยอะไรเล่า นี่ไงกาแฟ ฉันชงมาให้แล้ว”
“ครับ...ขอบคุณครับ งั้นผมเอาเข้าไปเลยนะครับ”
“ก็ไปสิ”

ถึงกับงง คีย์แทบประติประต่อเรื่องไม่ถูก สรุปแล้วเขามองเลขาคนนั้นผิดไปหรือนี้ ที่จริงหล่อนก็ไม่ได้เป็นคนมีพิษมีภัยอะไร คงจะแค่กลัวเขามาแย่งตำแหน่ง หรือห่วงเจ้านาย อันนี้ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็ถือว่ายังเป็นคนดีแหละนะ เมื่อรับกาแฟมาจากเลขาคนสวย คีย์ก็รีบยกเข้าไปให้ร่างสูงที่นั่งทำงานขมักเขม้นอยู่ด้านใน เขาไม่เคยเห็นจินกิในมุม เอางานเอาการแบบนี้ จนตัวเองก็อดชื่นชมผู้ชายคนนี้อยู่นิดๆเหมือนกัน

“ตกหลุมรักฉันแล้วละสิ มองอยู่นั้นแหละ”
“บ้า...อะ กาแฟของนาย”
“เร็วดีหนิ สั่งปุ๊บก็ได้ปั๊บ นี่ใส่ยาพิษลงไปรึเปล่า”
“ที่จริงก็อยากจะใส่อยู่หรอกนะ แต่ฉันไม่ได้...”
“อืม...ใช้ได้ รสชาดโอเค”

ร่างบางยังพูดไม่ทันจบ กาแฟที่คนตัวสูงถืออยู่ในมือก็ถูกกลืนเข้าไปแล้ว แถมเหมือนเขาจะชอบรสชาดของมันเสียด้วย

“ขอบใจ”
“อืม แค่นี้ใช่ไหม เจ้านาย”

ตัวเล็กพูดเสร็จก็แลบลิ้นใส่เจ้านายจอมโหดให้ที ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม ได้คนตัวเล็กจะรู้บางไหมว่าช่วงที่ตัวเดินหันหลังกลับไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ อีกคนที่นั่งอยู่ที่ตรงทำงานแอบอมยิ้มกับท่าทางของตัวเขาอยู่

“ร้อน...ทำไมมันร้อนอย่างนี้วะ”
ร่างสูงจู่ๆก็บ่นออกมาซ้ำๆกัน ไม่รู้จะร้อนอะไรกันนักหนา แอร์ก็เร่งเปิดซะจนน้ำแข็งจะเกาะห้องอยู่แล้ว ร่างบางเองก็อดไม่ได้ที่จะถามอีกคนว่า เป็นอะไร

“นายเป็นอะไร จะร้อนอะไรกันนักหนา ฉันว่าอากาศมันก็ปกติดี ไม่เห็นร้อนเลย”
“ไม่รู้ ก็มันร้อน อึดอัด...เข้าใจไหม”
“ชิ...เอาแต่ใจชะมัด”
“เมื่อกี้พูดว่าอะไร”
“พูดว่านายเอาแต่ใจไง”
“คีย์!”

ร่างสูงรีบเดินตรงมาหาคนปากดีทันที ยิ่งอารมณ์หงุดหงิดแล้วยังมาเจอคนปากดีใส่ จินกิยิ่งหัวเสียเข้าไปใหญ่ ร่างสูงรีบนั่งค่อมอีกคนไว้จนตัวแทบติดกัน ใบหน้าของจินกิจ้องมองคนข้างล่างอย่างเอาเรื่อง

“นายเอาอะไรใส่ในกาแฟรึเปล่า”
“ปะ เปล่า ฉันจะเอาอะไรใส่เข้าไปได้ยังไง ฉันไม่ใช่คนชงมันด้วยซ้ำ”
“ห๊ะ ว่าไงนะ”
“แล้วนายไปเอามาจากไหน ใครเอามาให้”
“ก็ เลขาหน้าห้องนายเอามาให้ฉัน”
“เลขา...นี่นายอย่าบอกนะว่า กาแฟถ้วยนี้ ซันนี่เป็นคนชงมาให้”
“อืม...ใช่”
“นี่นาย...บ้ารึเปล่า แล้วทำไมไม่บอกฉันก่อน”
“ก็นายไม่ได้ถาม”
“คีย์...นาย...ออกไป”
“...ทำไมนาย...”
“ฉันบอกให้ออกไปไง!”
“แต่...ทำไมเรื่องแค่นี้ต้อง...”
“ออกไป ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง!”

จินกิตะคอกคนตัวเล็กจนอีกคนถึงกับหน้าเสีย จู่ๆกับทำเหมือนกับเขาเป็นขยะไม่มีค่า ไม่เคยนึกถึงจิตใจกันบ้าง ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ

“ไอ้บ้า! นายเป็นอะไร เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องมาตะคอกกันด้วย”
“ฉันนับหนึ่งถึงสาม ถ้านายยังไม่ออกไป นายจะเสียใจ”
“เสียใจ เรื่องอะไรแล้ว...”
“หนึ่ง”
“นี่นายอธิบายมาก่อนได้ไหม”
“สอง”
“จินกิ...อ๊ะ...”
“สาม...ฉันเตือนนายแล้ว...คีย์”
“จะทำอะไรอะ...ปล่อยนะ...อื้อ”

ร่างบางถูกกดให้นอนราบลงกับโซฟา ริมฝีปากปากก็ถูกจู่โจมบดเบียดหนัก ร่างกายที่พยายามจะขัดขืดกลับเป็นเหมือนแรงกระตุ้นให้คนตัวสูงอารมณ์พล่านหนักกว่าเดิม

“อือ...อย่า...จินกิ...”

พอปากบางเปิดปากจะพูดให้สติอีกคน แต่นั้นกลับเปิดโอกาสให้ลิ้นหนาแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานภายในแทน สักพักแขนเรียวก็ถูกเนกไทสีเข้มมัดรวบตรึงไว้เหนือศีรษะจนขยับหนีไม่ได้ เสื้อผ้าที่สวมใส่ถูกระชากออกอย่างไม่ใยดี เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมออกจนหมดด้วยฝีมือคนหน้ามืดที่ตอนนี้เหมือนซาตานในคราบมนุษย์ หน้าอกบางเริ่มกระเพือมหนักจากการเล้าโลมของคนตัวสูง

“อือออ”

เสียงร้องครางเริ่มดังขึ้น เมื่อยอดอกเล็กถูกปากหน้าประทับจับจองความเป็นเจ้าของ ทั้งดูดเลียโหยหายังกับอาหารรสชสดโปรดปราน

“จินกิ...อะ อ๊า”

ความเสียวซ่านเริ่มแพร่ไปทั่วตัว ไม่รู้คนทำหรือคนถูกทำที่มีมากกว่ากัน แต่ตอนนี้ร่างกายช่วงล่างเริ่มปวดหนึบอยากจะปลดปล่อยเต็มที ลิ้นหนาละเลงปัดปายไล้เลียไปทั่วร่างน้อย กลิ่นกายของร่างใต้อาญัติยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบให้ตื่นเต็มตัว เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ในตอนนี้ถูกถอดออกจนหมด เหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าที่แนบชิดติดกัน สะโพกบางถูกยกขึ้นสูง ทั้งเรียวขายาวยังถูกแยกออกกว้างจนเห็นช่องทางเล็กแคบ ไม่มีการรั้งรอให้เสียเวลา แท่งกายที่ตั้งชันสอดใส่กระแทกเข้าไปในช่องทางนั้นจนสุด ถึงแม้จะเคยมีอะไรกันมาก่อนแต่มันก็ยังรัดแน่นร้อนผ่าวจนทำคนตัวสูงแทบคลั่ง ยิ่งสอดใส่ผนังสีชมพูก็ยิ่งตอดรัดจนเจียนจะถึงที่หมายในไม่ช้า

“อึก...อือ...”
“เจ็บ...จินกิ...เบาๆได้ไหม”

เพราะแรงรักของคนตัวสูงมีมากเกินยับยั้ง ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไร แต่ที่แน่ๆเรื่องนี้ต้องมีที่มาที่ไปเป็นแน่ ไม่งั้นคงไม่หน้ามืดตามัวปล้ำคนตรงหน้าได้ง่ายดาย

“อือ...คีย์”

จินกิจับเรียวขาบางมาพาดไว้ที่บ่า ก่อนจะเร่งกระแทกเข้าไปเติมเต็มช่งอทางแคบที่บวมแดง สติของเขาตอนนี้แทบจะไม่เหลือ นอกจากความต้องการปลดปล่อย และร่างกายของคนตรงหน้าเท่านั้นที่ต้องการ

“อ๊ะ...จินกิ...อะ อ๊า~”

ร่างบางเผลอเกรงตัวแอ่นอกขึ้น เมื่อตัวเองรู้สึกถึงการปลดปล่อยที่ออกมาจากภายใน น้ำสีขุ่นทะลักออกมาจากเลอะหน้าขาของอีกคน แต่ไม่นานคนตัวสูงก็ปล่อยมันออกมาบ้าง แท่งกายใหญ่กระแทกรัวจะร่างน้อยสั่นขึ้นลงไม่หยุด บั้นท้ายถูกกดให้ลงมาแนบชิดของๆเขามากขึ้นอีก ก่อนน้ำเหนียวจะฉีดพุ่งเข้าไปจนเต็มช่องแคบจนทะลักไหลออกมา

“อึ อือ...คีย์...”

จินกิทิ้งตัวลงนอนกอดคนข้างล่างไว้ ทั้งสองหอบหายใจแข่งกันเหมือนวิ่งมาหลายกิโล แต่นั้นก็ยังคงไม่พอถ้าฤทธิ์ของยาที่อยู่ในกาแฟ ยังไม่หมด บทรักก็คงยังไม่จบลงง่ายๆ แท่งกายของคนตัวสูงที่ยังคงค้างคาอยู่ในตัวของร่างบางยังคงตื่นขึ้นมาอีกครั้งและอีกครั้ง ห้องทำงานเริ่มกลายเป็นสมรภูมิรบให้ทั้งสองได้ใช้งานหลายครั้ง ร่างบางถูกจับให้นอนคว่ำ ทั้งๆที่แท่งกายใหญ่ยังสอดคาอยู่อย่างนั้น ก่อนมันจะเริ่มทำงานกระแทกเติมเต็มเข้าไปอีก ไม่นานเขาก็ถูกจับให้นั่งค่อมร่างสูงเอาไว้ บั้นท้ายงอนก็ยังถูกจับให้กระดกขึ้นลงสอดรับแท่งกายหนาจนอีกอีกครั้งที่น้ำสีขุ่นถูกฉีดเข้าใส่ช่องทางเดิม

“อ่า...จินกิ”
“คีย์...อึก อือ”

นั่งให้หัวใจเต้นช้าลงอีกสักพัก ร่างบากก็ถูกอุ้มมาพาดไว้ที่โต๊ะทำงาน แท่งกายหนาอีกยังคงเร่งสอดใส่ไม่หยุด จนเหงือเริ่มผลุดไหลทั่วกาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าความร้อนแรงในห้องจะทะลุจุดเดือดไปแล้วหรือยัง

ก๊อกๆๆๆ
เสียงเคาะประตูดึงขึ้นจนร่างบางถึงกับสะดุ้ง เพราะสภาพของเขากับร่างสูงตอนนี้ ยังไม่พร้อมที่จะให้บุคคลที่สามเข้ามายุ่งยามด้วย

“จินกิ...เสียง...อือ...”
“ช่างมัน...”
“ตะ แต่...อ๊ะ”

จู่ๆร่างน้อยก็ถูกดึงจนตัวแทบปลิว มารู้สึกตัวอีกที่ที่แผ่นหลังกระทบกับบานประตูเสียแล้ว แถมร่างสูงยังตามาประกบติดเป็นปาต้องโก๋ ก่อนจะจับขาของเขาเกี่ยวเอว แล้วใส่แท่งกายเข้ามาอีก

“จินกิ!”

ร่างบางจะร้องห้ามก็ไม่ทันแล้ว แล้วถ้าร้องออกไปตอนนี้ เสียงร้องนั้นคงกลายเป็นเสียงครางให้คนข้างนอกได้ยินเป็นแน่

“อือ...อย่า...จินกิ...”
“ก็กลัวคนข้างนอกเห็นไม่ใช่เหรอ”
“แต่...อ๊า”

จินกิกระแทกแท่งกายใส่เข้าไปจนอีกคนถึงกับตั้งรับไม่ทัน ต้องกัดปากไว้แน่นเพื่อไม่ให้เสียงรอดออกไปนอกห้อง

“ท่านประทานคะ ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้วคะ จะรับ...”
“ฉันยังไม่หิว...”
“แต่ว่า...ตอนบ่ายมีประชุมนะคะ ถ้าไม่ทาน”
“ผม...บอกว่ายังไม่หิว ถ้าหิวเดี๋ยวผมให้คนของผมจัดการเอง”
“คะ...ก็ได้คะ”

เหมือนจะได้เห็นเสียงไม่พอใจจากเลขาคนสวยอยู่ไม่น้อย แต่ใครจะไปสนใจ ในเมื่อตอนนี้คนตัวสูงที่สิ่งที่น่าสนใจกว่าอยู่ในอ้อมกอด

“ที่นี้ สบายใจแล้วใช่ไหม”
“อ๊ะ...คนบ้า...จะทำอะไรก็รีบทำ ฉันเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว”
“อึ อือ...นายคงเหนื่อยนานหน่อยนะ เพราะนายทำตัวเอง ฉันเตือนนายแล้ว”
“อะไร...อือ...นายพูดอะไร”
“กาแฟที่นายให้ฉันกินนะ...อ่า...มันมียาปลุกเซ็กซ์อยู่”
“ยา...นี่นายล้อเล่นใช่ไหม”
“แล้วนายว่าอาการที่ฉันเป็นอยู่มันน่าเอามาล้อเล่นไหมละ”
“อ๊ะ...จินกิ...เดี๋ยว...อ๊า”
“อ๊า...คีย์”

ยังพูดไม่ทันจบน้ำรักก็ฉีดพุงออกมาอีกครั้ง ร่างบางหอบหายใจแรงเหมือนคนใกล้ตาย แต่ยังดีที่อีกคนประคองกอดไว้ คนตัวสูงรีบกดล็อกประตู ก่อนจะอุ้มร่างบางกลับไปนั่งที่โซฟาอีกครั้ง

“...นี่...ทำไมในกาแฟนายถึงมียาบ้าๆนั้นได้ ฉันไม่เข้าใจ”
“นายได้มาจากใครก็ไปถามคนๆนั้นเองดีกว่าไหม”
“คุณซันนี่นะเหรอ”
“อืม...หล่อนคงตั้งใจจะให้ฉันกินแล้วก็ให้ฉันทำอย่างที่ทำกับนายไง”
“แล้วทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย”
“เฮ้ย...นายเพิ่งเคยมาที่นี้ครั้งแรกจะไปรู้อะไรนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันโดนวางยาหรอกนะ”
“คุณซันนี่ชอบนายเหรอ”
“คงงั้น...มั้ง”
“แล้ว...นายกับเธอ เคย...”
“หึม...เคยอะไร”
“เคยทำแบบ...ทำแบบ...”
“ทำแบบนี้...หมายถึงที่ฉันทำกับนายนะเหรอ ถ้าจะพูดว่าเคย...นายจะว่ายังไง”
“จะว่าอะไรได้ ฉันกับนายไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ฉันเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่มีสิทธิ์อะไรอยู่แล้ว นายจะไปทำอะไรกับใครทำไม่ฉันต้องสนใจ ทำไมต้องโกรธด้วย...ชิ”
“เอ้า พูดซะยาว...เนี่ยนะไม่ได้โกรธ”
“ก็บอกว่าไม่ได้โกรธไง”
“งั้นก็หึง”
“เอ๋ ใครเขาหึง อย่ามามัว ปล่อยเลยนะ”
“นี่...อยู่นิ่งๆสิคีย์”
“ไม่ปล่อยนะ คนบ้า”
“เอ๋ ฉันบอกให้อยู่นิ่งๆไง”
“ปล่อยนะ จะทำอะไรอีกเนี่ย”

คนตัวเล็กถูกจับกดลงกับโซฟาอีกครั้ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต่อไปอะไรจะเกิดขึ้นอีก

“นายไม่อยู่เฉย ของๆฉันมันเลยอยู่เฉยไม่ได้เลย เห็นไหมมัน...”
“อ๊าย...หยุดพูดนะคนลามก”
“นายเริ่มก่อน....หึ ฉันเตือนแล้ว”
“ก็ฉัน...อือ...”

บทรักเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง และไม่รู้มันจะจบลงเมื่อไหร่ เพราฤทธิ์ยายังคงเหลืออยู่มากพอให้ต่อได้อีกนับไม่ถ้วน ร่างสองร่างขยับเคลื่อนไหวไปตามเพลงรักอย่างหารู้จบไหม ทั้งหวาน ทั้งโรแมนติก หรือแม้แต่จังหวะเร่าใจที่ร้อนแรงจนร่างกายแทบมอดไหม้ ก็ยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าเชื้อเพลิงมันจะมอดไหม้ลงไปเอง
00027557_102300.gif

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(1)
ความคิดเห็นนี้รอคำอนุญาตจากผู้เขียนเว็บนี้
2012/09/07 (Fri) 15:00| | # [แก้ไข]

ลงความคิดเห็น















เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

ข้อมูลส่วนตัว

Shinee Land☆*゜

Author:Shinee Land☆*゜


Trackbacks ล่าสุด

ค้นหา

แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน