[SF] จำนำรัก 2min - nc 18 Part 2 the end

ตะวันใกล้ตกสู่พื้นสุทา ภายในห้องอาบน้ำโอ่งอ่างมีร่างสองร่างนอนแช่น้ำฟองหนาจนเกือบจะท่วมตัว
กลิ่นหอมของน้ำที่แช่ ยังเทียบไม่ได้กับกลิ่นกายของคนที่ร่างสูงกกกอดไว้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“นายท่าน กระผมนำของนำจำมาแล้วครับ”

สิ้นเสียงคนรับใช้ มินโฮจึงพาร่างของตนลุกจากอ่างอาบน้ำ ก่อนชำระล้างร่างกายอีกครั้ง

“อาบน้ำเสร็จแล้ว เจ้ารอข้าอยู่ในห้องนี้ห้ามออกไปที่ใด ส่วนอาหารเย็นข้าจะให้คนยกมาให้ทาน”
“...”

ไม่มีวาจาใดๆตอบรับจากคนที่ถูกสั่ง พอร่างสูงเดินออกไป แทมินก็ได้แต่นั่งกอดเข่าแช่น้ำอุ่นไปเรื่อยๆ
ภายในจิตใจเริ่มสับสนกระวนกระวาย เพราะเหตุใดถึงได้เป็นแบบนี้ แม้แต่เจ้าตัวก็ยังยากจะยอมรับมันได้

หลังจากออกมาจากห้องแทมิน มินโฮจึงค่อยๆเดินไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้สำหรับผู้ที่ถูกนำมาจำนำรายใหม่
ห้องนอนสีหวาน ทุกอย่างล้วนถูกตกแต่งประดับประดาด้วยสีชมพูอ่อน แต่ทำไมพอเข้ามายังห้องนอน เขากลับไม่พบผู้ใดเลย

ซ่า...

เสียงน้ำไหลงั้นหรือ แสดงว่าต้องมีผู้ใดผู้หนึ่งอยู่ภายในห้องอาบน้ำเป็นแน่ ร่างสูงไม่รีรอ รีบเดินตรงไปยัง
ที่มาของเสียงนั้นโดยฉับพลัน

ร่างเพรียวบาง ผิวขาวนวลดั่งสตรี รูปร่างอรชอน อ้อนแอ้น ใบหน้าเรียวเล็กบวกกับริมฝีปากแดงอิ่มที่เปลือยเปล่า
อยู่ท่ามกลางสายน้ำ ช่างเป็นภาพที่ทำให้คนตัวสูงละสายตาไปไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว

“อุ้ย...ท่านเป็นใคร เข้ามาในนี้ได้อย่างไร...ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”

“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า!”
“อ๊ะ...อือ”

มินโฮตรงเข้าไปผลักร่างเปลือยเปล่าแนบกำแพงเย็นเฉียบ มือหนาค่อยๆไล่ไปตามแผ่น
หลังเนียนเรียบที่เปื้อนหยดน้ำใสอย่างเบามือ

“อือ...อย่านะ เปล่าข้าเดี๋ยวนี้”
“หึ...ข้ารู้ว่าเจ้าเองก็ปรารถนาเหมือนกันมิใช่หรือ”
“อะ อ๊า...”

ริมฝีปากหนากดประทับลงไปยังแผ่นหลังของคนตรงหน้าจนเกิดรอยไปทั่ว
ทุกสัมผัสที่เลื่อนคล้อยไปมา นำพาความรู้สึกเสียวซ่านให้กับผู้ที่ถูกกระทำยิ่งนัก

“อ๊า...ท่าน...อย่าสิ่”

ร่างเพรียวหันกลับมามองหน้าผู้สูงกว่า ยิ้มยั่วให้เล็กน้อย ก่อนจะนั่งก้มลงไปตรงหว่างขาของมินโฮ
มือเรียวจับแท่งกายใหญ่ขึ้นมารูดขึ้นลงอย่างหน้าตาเฉย ริมฝีปากแดงฉ่ำค่อยๆก้มลงไปดูดเม้มส่วนปลาย
เลียไปมาจนคนที่ยืนอยู่ต้องร้องครางออกมาอย่างห้ามมิได้

“อ๊า...”

ยิ่งได้ยินเสียงร้องครางจากผู้สูงใหญ่ คนที่นั่งปลุกเร้าแรงสวาทยิ่งได้ใจ จากลิ้นที่ใช้เลียเริ่มเปลี่ยน
มาเป็นการใช้ปากเข้าครอบงำเข้าไปทั้งแท่ง ถึงจะไม่สุดแต่ก็ช่างเป็นการกระทำที่ถูกใจคนตัวสูงยิ่งนัก
ยิ่งปากบางทั้งอมทั้งดูดห่อรัดจนแน่นยิ่งนำพาให้อารมณ์ในร่างกายใกล้จะพุ่งทะยานถึงขีดสุด

“อ๊ะ...อ๊า...อีก...แรงอีก...อึก...อื้อ”

มินโฮจับศีรษะบางกดล้มมาใกล้ชิดกับของๆตนเข้าไปอีก ก่อนจะกระแทกมันเข้าออกในปากบางถี่ๆจน
น้ำเหนียวไหลพุ่งออกมาจนเลอะหน้าสวย แต่ร่างบางกลับไม่ได้มีสีหน้าโกรธเคืองแต่อย่างใด
ลิ้นเล็กค่อยๆไล้กวาดชิ้มรสชาดน้ำเหนียวๆนั้นไปมารอบปาก มือที่จับแท่งกายใหญ่ไว้ก็นำมาดูด
เลียน้ำเหนียวที่ติดค้าง ท่าทางยั่วยวนจนทำให้คนมองแทบคลั่ง
บทรักใช่จะจนลงแค่นี้เสียเมื่อไหร่ หลังจากเริ่มต้นในห้องน้ำ มันก็ยังคงดำเนินอยู่ในนั้นต่อไปเรื่อยๆ
จนลุกลามไปถึงเตียงนอน ร่ายกายที่เบียดเสียดตอบรับเข้าหากัน ยังคงร้อนแรงได้ไม่รู้จบ จนเกือบจะถึงรุ่งเช้า

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“คุณแทมินครับ อาหารเช้าจะให้จัดสำรับที่ไหนดีครับ”

เสียงคนรับใช้เอ่ยถามขึ้นเมื่อประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก

“ในห้องอาหารก็ได้ ขอเราแต่งตัวสักพักแล้วจะลงไป”
“ครับ”
“เออ...แล้วนายท่าน...ละ”
“นายท่านยังอยู่ในห้องของ คุณคิ บอม ครับ น่าจะตื้นสายหน่อย คุณแทมินต้องการพบนายท่านหรือครับ”
“ปะ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

แทมินยืนมองตัวเองในกระจกสักพัก พร้อมกับเสียงบ่นที่ดังเพียงแค่ลมผ่านให้กับตัวเอง

“ก็ดีแล้วนี่...แบบนี้แหละดีแล้ว เราจะได้ไปจากที่นี้สักที จะไปคิดถึงคนแบบนั้นทำไมกัน”

คนตัวเล็กไม่รู้เลยว่าการกระทำของตนทุกอย่างล้วนตกอยู่ในสายตาของคนร่างสูงตลอดเวลา
ทุกคำพูดทุกการกระทำล้วนแต่ถูกจับจ้องเหมือนมีเงาคอยตามตัว

“เจ้าคิดถึงข้าหรือ...แทมิน”
“อ๊ะ ท่าน!”

เพียงหันหลังกลับไปร่างเล็กก็ปะทะเข้ากับหน้าอกแกร่งจนเกินจะเสียงหลักล้มลง แต่คนที่เป็นต้นเหตุก็เข้ามารับได้ไว้ทัน

“ท่าน...เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็ตั้งแต่เมื่อเจ้าบ่นคิดถึงข้า”
“ใคร...ใครคิดถึงท่าน ท่านพูดเองทั้งนั้น”
“งั้นหรือ ไหนเจ้าลองมองดูตัวเองในกระจกอีกทีสิ”

พอร่างเล็กหันหลังกลับไป สิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจก หลังภาพการกระทำของตนเมื่อก่อนหน้านี้ไม่นาน
ทุกคำพูดทุกกริยาสะท้อนออกมาได้แจ่มชัดยิ่งนัก

“นี่มัน...”
“เห็นไหมว่า ข้าไม่ได้พูดเอง เจ้าไม่ใช่หรือแทมินที่พูดมันออกมา”
“...ข้า...”
“เห็นขนาดนี้แล้วเจ้ายังจะปากแข็งอีก”
“อ๊ะ...ปล่อยนะ...เจ็บ”

สองแขนแกร่งของคนตัวสูงอุ้มยกร่างเล็กลอยขึ้นไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง ริมฝีปากหนารีบตามลงมาก้ม
กัดลงที่ซอกคอจนเลือดไหลซิบ เสื้อผ้าท่อนบนถูกถึ้งฉีกขาดออกเป็นสองส่วน จนเห็นร่างนวลเนียนที่มีรอยช้ำ
ประปรายทั่วตัว

“เจ้ายังจะปากแข็งอยู่อีกไหมแทมิน”
“ข้า...ข้า...อะ อื้อ”

ยอดอกสีชมพูทั้งสองข้างถูกขบกัดจนแดงเปร่ง เสียงดูดของริมปากดังซูบซาบพร้อมกับเสียงครวญคราง
ที่ดังถี่ขึ้นเมื่อเก็บกดแรงรักไว้ไม่ไหว

“อ่า อ๊า...ท่าน...ปล่อย...อย่าทำแบบนี้”
“เจ้าเองก็ต้องการ”
“ไม่...อือ...ข้าไม่ต้องการแบบนี้”
“เจ้าต้องการ”
“ไม่...อ่า...ท่านเองมิใช่หรือที่ไม่ต้องการข้าแล้ว”

คำพูดแผ่วเบาเพียงแค่นั้นกลับทำให้คนร่างสูงหยุดการกระทำอันจาบจ๊วง แล้วหันหน้ามามองใบหน้าหวานที่
ณ ตอนนี้ มีคราบน้ำตาไหลเปื้อนอาบแก้ม

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ก็...เมื่อคืนวาน ท่านเองมิใช่หรือที่ไม่ต้องการข้าแล้ว”
“เมื่อคืนวาน...หึ เจ้าน้อยใจข้างั้นหรือ”
“...ปะ เปล่า ข้ายังไม่ได้พูด...เพียงแต่ท่าน...มีผู้อื่นแล้ว ผู้ที่จะมาแทนข้า”
“ผู้ใดบอกเจ้า”
“...ไม่มีผู้ใดบอก เพียงแต่ข้าคิดว่าเป็นเช่นนั้น”
“เจ้าหึงข้า น้อยใจข้า ห่วงข้า...รักข้าแล้วงั้นสิ”

คำว่ารักท้ายประโยคเปล่งกระชิบเฉียดใบหูของคนร่างเล็ก จนใบหน้าหวานแดงซ่าน

“ว่าอย่างไร ละแทมิน”
“ข้า...ข้าไม่รู้ ท่านขี้โกง ใจร้าย ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ข้าไม่เข้าใจเลย”
“ฮาๆๆ เจ้าช่างถูกใจข้าเสียจริง งั้นเดี๋ยวข้าจะอธิบายให้เจ้ากระจ่างใจเอง”
“มานั่งตรงนี้สิแทมิน”

ร่างสูงเดินไปนั่งตรงขอบเตียง พร้อมกับตบฝ่ามือลงไปที่ตักของตนสองสามครั้ง เพื่อเรียกให้
คนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเดินเข้ามาหา พอร่างน้อยเดินเข้าไปใกล้ อ้อมแขนใหญ่ก็รั้ง
เอวบางให้ลงมานั่งบนตักของตน

“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงเป็นอมตะได้”
“...”

คนที่ถูกถามไม่เอยวาจาใดๆตอบกลับไป ได้แต่ส่ายหัวไปมา แทนคำตอบนั้น

“ข้าต้องแลกร่างกายและจิตวิญญาณของข้าให้กับซาตานเพื่อจะที่ข้าจะได้มีอำนาจ มีมนตราอย่างทุกวันนี้”
“งั้นก็แสดงว่า...ตอนนี้ท่านก็ไม่ใช่มนุษย์...”
“เปล่าเลย ข้ายังเป็นมนุษย์ ยังมีความรู้สึก ยังมีเลือดเนื้อ แต่ข้าไม่มีหัวใจ”
“ไม่มี...หัวใจ ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“ผู้ที่จะมีชีวิตเป็นอมตะ ต้องถูกจำนำหัวใจไว้กับซาตานตนนั้น หัวใจของข้าถูกเก็บไว้ในกล้องแก้ว
ที่อยู่ในหอคอยชั้นบนสุดของคฤหาสน์หลังนี้ ห้องนั้นไม่มีผู้ใดสามารถย่างกายเข้าไปถึงได้ นอกจาก...เจ้าของ”
“งั้นแสดงว่าถ้าท่านไปเอาหัวใจหลับคืนมา ท่านก็จะมีชีวิตเหมือนยังคนธรรมดาทั่วไปใช่หรือไม่”
“ไม่ใช่หรอกแทมิน...”

มือหนายกขึ้นลูบหัวร่างน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดอย่างเบามือ ก่อนจะเปล่งคำพูดที่ทำให้คนฟังแทบสิ้นสติ

“เมื่อใดก็ตามที่ผู้เป็นเจ้าของกลับขึ้นไปเอาหัวใจของตนคืนมา ร่างกายก็จะค่อยๆจางหายกลายเป็นอากาศ
มันก็เหมือนกับการดับสูญของชีวิตนั้นเอง และมีอีกสิ่งที่จะทำให้ร่างกายดับสูญได้ ก็คือการปฏิเสธของที่นำมาจำนำ
ถ้าข้าปฏิเสธแล้วเบื้องบนรู้ ข้าก็อาจจะถูกทำให้ร่างกายดับสูญได้เช่นกัน เจ้าเข้าใจข้าแล้วใช่ไหม”

“แล้ว ทำไมท่านถึงได้มาพูดเรื่องเช่นกับข้า”
“เพราะตัวข้าในตอนนี้ไม่ต้องการเป็นอมตะแล้ว”
“ท่าน!”
“ตั้งแต่ได้พบเจ้า ข้าก็รู้สึกอยากเป็นมนุษย์ธรรดา ข้าไม่อยากสัมผัส ไม่อยากแต่ต้องของจำนำพวกนั้น ข้าต้องการเจ้า แทมิน...”

อ้อมกอดของคนร่างสูงเริ่มรัดแน่นขึ้น ใบหน้าของคนตัวหนาซบอิงลงมาที่ไหล่บาง ไม่นานแทมินก็เริ่มรู้สึก
ได้ถึงรอยเปียกชื้นไหลลงมาที่ไหล่ของตน

“ท่าน...มินโฮ”
“เรียกข้าอีก เรียกชื่อข้า ข้าอยากได้ยิน”
“...มินโฮ”

จากคนที่ถูกกอดเปลี่ยนมาเป็นผู้กอด มือเรียวทั้งสองของประคอบใบหนาของคนตัวสูงขึ้นมาจนสายตา
อยู่ในระดับเดียวกัน ทั้งสองจ้องมองกันอยู่นาน ถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆนาๆ ผ่านสายตาคู่นั้น
แทนคำพูดทั้งหมดทั้งมวล ริมฝีปากค่อยๆเลื่อนเข้าหากันจนเนียบชิดบดเบียดเป็นเนื้อเดียว
โหยหา ลุ่มหลง จนกลั่นมาเป็นความรักจนหมดใจ ยากจะหาสิ่งใดมาทดแทน

“อือ...แทมิน...ข้ารักเจ้า”

คำบอกรักผ่านริมฝีปากที่ปะพรมไปทั่วร่าง นิ้วมือหนาลูบไล้สัมผัสทุกที่ที่สามารถผ่านไปถึง
สายตาจับจ้องตักตวงร่างกายของผู้เป็นที่รักไว้ทุกอณูแห่งความทรงจำ เสียงครวญครางเปล่งออก
มาให้เก็บเกี่ยวรับเข้าไปยังด้านในโซนปราสาทของการรับฟัง

“อ่า...มินโฮ”

ร่างน้อยตัวอ่อนระทวย ไปกับสัมผัสหอมหวานที่อีกคนมอบให้ จนถอนตัวไม่ขึ้น ร่างกายแอ่นขึ้นลง
สั่นสะท้านทุกครั้งที่ถูก มือ ริมฝีปาก ลิ้นหนาเข้าเล้าโลม

“อ๊ะ...มินโฮ...ข้าไม่ไหวแล้ว...ข้าต้องการท่าน...อ๊า”

ข่าเรียวทั้งสองข้าง ตั้งชันขึ้นก่อนจะแยกออกจากกันให้อีกคน สอดใส่ของๆตนเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

“แทมิน...”

ร่ายกายสูงใหญ่ค่อยๆถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ขว้างกันทางรักออกจนหมด เหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า
ที่กำลังจะเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง

“อึก...อือ...แทมิน”
“อ๊า...มินโฮ...อีก...เข้ามาอีก”

แท่งกายใหญ่สอดใส่เข้าไปยังช่องทางด้านหลังตามคำร้องขอจากคนตัวเล็กอย่างไม่รอช้า ถึงแม้จะ
ไร้การปลุกเร้าแต่ร่างบางก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด กลับอิ่มเอมใจเพราะมันเป็นของๆคนอันเป็นที่รัก
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ย่อมรับมันได้ ต่อให้เจ็บปวดกว่านี้ก็จนทนรับถ้ามีคนๆนี้อยู่ข้างกาย

“อะ อ๊ะ...มินโฮ ข้า...”
“พูดสิแทมิน...พูดมันออกมา...อ๊า”

ร่างกายเร่งขยับสอดใส่เข้าหากันจนตัวสั่นคลอน ร่างเล็กพยุงตัวโอบกอดลำคอแกร่งไว้ทั้งสองแขน
เรียวขาเกี่ยวกระหวัดรัดไว้ที่เอวหนาจนตัวเกร็ง เสียวซ่านจับใจทุกครั้งที่ช่องทางเล็กแคบถูกท่อนกาย
ใหญ่กระแทกเข้าออกจนช่องทางของตนเริ่มบวมแดง

“อึ...แทมิน...อือ”

ร่างหนากกกอดร่างที่อยู่ใต้อาณัติไว้แน่นกระชับจนร่างกายแทบจะกลืนหายเป็นเนื้อเดียว
กัน
แท่งกายใหญ่ขยับสอดใส่ถี่กระชันจนเหงื่อโทรมกาย บั้นท้ายกระดกขึ้นลงเข้าหาคนด้านล่างไม่หยุดหย่อน

“อีกนิดเดียว...อือ...แทมิน...”
“อะ อ๊า...มินโฮ...มินโฮ”
“พูดให้ข้าฟังที...แทมิน”

แรงรักใกล้จะถึงที่สุด แรงสอดใส่ยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ ร่างกายกระแทกเบียดเสียดเข้าหากันจนเตียงเริ่มสั่นไหว
เสียงครวญครางดังระงมไปทั่วห้อง

“อะ อือ...แทมมิน...อ๊า!”
“มะ มินโฮ...อะ รัก...รักมินโฮ...อ๊ะ!”

สิ้นเสียงคำบอกรัก เลือดก็หลั่งไหลออกมาจากร่างน้อยด้วยฝีมือของผู้อันเป็นที่รัก ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่มีความทรมานใดๆทั้งสิ้น
ก่อนร่างแสนสวยจะนอนสลบไสล เหลือแต่ร่างไร้วิญญาณ

“มินโฮรักแทมิน...เราสองคนจะไม่พรากจากกันไปชั่วนิรัน”

ร่างกายของมินโฮค่อยๆจางหายเหมือนละอองของอากาศ ในขณะที่ยังนอนกอดร่างของผู้อันเป็นที่รักเอาไว้แนบแน่น
หัวใจของเข้าถูกนำออกมาจากหอคอยสูงนั้นแล้ว และตามคำสัญญาณ ร่างกายก็ต้องแหลกสลาย ดับสูญไปเช่นกัน

คฤหาสาน์หลังนี้ ไม่เคยมีผู้ใดเป็นเจ้าของที่แท้จริง เพราะถ้ามนุษย์ยังมีความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง
หลงเหลืออยู่บนโลกไปนี้ ที่แห่งนี้ก็จะมีเจ้าของคนใหม่หมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันไปชั่วกับชั่วกัน

“หึ น่าสมเพศ!”

ร่างเพรียวบางที่ยืนมองร่างทั้งสองแหลกสลายไป ยิ้มสะแหยะด้วยความอนาท ก่อนตนจะเดินลงมายังห้องโถ่งใหญ่ด้านล่าง

“นายท่านครับ”

เสียงคนรับใช่หนุ่มที่รอนายคนใหม่อยู่ในห้องโถ่งดังขึ้นทันที ที่เห็นร่างของเพรียวบางเดินถอดน่องลงมาจากบันได

“มีอะไร”
“เพลานี้มีคนนำสิ่งของมาจำนำครับ นายท่านจะให้ไปรับมาเลยหรือไหมครับ”
“ตามใจเจ้า สิ่งนั้นเจ้าว่าจะทำให้ข้ารื่นรมย์ใจได้หรือไหม”
“แน่นอนครับ กระผมจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง”
“ฮาๆๆ ดีมาก ไปเอามาได้ แล้วก็มอบสิ่งตอบแทนให้พวกมันกลับไปตามที่มันขอมา”
“ครับ นายท่าน”

16795_106491.gif

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

ลงความคิดเห็น















เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

ข้อมูลส่วนตัว

Shinee Land☆*゜

Author:Shinee Land☆*゜


Trackbacks ล่าสุด

ค้นหา

แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน