[SF] จำนำรัก ภาค 2 - OnKey Part 1


Pic:by ~TimSawyer on deviantART


ครั้นกาลเวลาผ่านไป นับตั้งแต่เจ้านายคนใหม่ย่างก้าวเข้ามาแทนที่ สถานที่แห่งนี้ดูน่ารื่นรมย์ยิ่งกว่าเดิม ทุกอย่างทุกจัดเปลี่ยน แต่งแต้ม เพิ่มเติมให้ดูสดใส มีชีวิตชีวา แต่ผ่านใต้ความสวยงามเหล่านั้นกลับถูกราคะเข้าครอบนำ ทุกๆที่ ทุกๆเพลา มีแต่เสียงร้องครางหวานจับใจพร้อมกิริบทการพลอดรักที่รุนแรงหนักหน่วง ให้เห็นอยู่เกลือนกลาด


“อือ...”

ร่างสะโอดสะอง บวกกับผิวขาวผ่อง เพิ่งฝืนตื่นจากนิทรา คนนายหน้าสวยขยับร่างกายบิดไปมา นั่งอยู่กับเตียงนอนที่ปูทับด้วยผ้าปูสีชมพูสด แซมลายดอกไม้วาดเป็นลวดลายสวยงามบรรจง ทำให้ผ้าปูนั้นดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

“จงฮยอน...จงฮยอน...เอ๋? จงฮยอน!”

เสียงหวานเรียกขานคนรับใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นานจนคนเรียกเริ่มหงุดหงิด แต่ก็ยังไม่ปรากฎคนที่เรียกหา จนกระทั่งแสงเรืองสีขาวน่าแสบตา เรืองรองข้างๆเตียงนอน ไม่นานก็ปรากฎร่างชายรูปงาม ท่าทางอบอุ่น ชวนเคลิ้มฝัน พร้อมกับแสงที่ค่อยๆจางหายไป

“อนยู...ท่านพี่!”
“ท่านจำคนผิดแล้วกระมั้ง” ชายผู้นั้นตอบหน้าตาเฉย
“จะจำผิดได้อย่างไร ในเมื่อท่านคือสามีข้า”
“ข้าเป็นทาสรับใช้ของท่านผู้เป็นใหญ่ ท่านส่งให้หม่อนฉันมา เป็นทาสรับใช้แทนจงฮยอน”
“ทำไม?”
“จงฮยอนหมดหน้าที่แล้ว ต่อไปหม่อมฉันจะเป็นคนดูแลท่านเอง ท่านคิม คิบอม”
“อนยู...”
“หม่อมฉันชื่อ จินกิ”
“ไม่ ข้าไม่เชื่อ เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้เหมือนกับท่านพี่ของข้า เจ้าเป็นใคร!”

ร่างบางลุกขึ้นทุบตีคนตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง พร้อมน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม แต่ถึงแม้จะทำร้ายอีกคนหนักหนาเพียงใด ผู้ที่ถูกทำร้ายก็ไม่สะทกสะท้านหรือเจ็บช้ำใดๆ แม้แต่รอยขีดขวนยังไม่มี

“ทำไม ทำไมกัน...ทำไมเป็นแบบนี้”

คิบอมสะอื้นไห้จนตัวโยก กำบั้นเล็กเฝ้าทุบตีหน้าอกแกร่งจนหมดแรงไปเสียเอง ร่างเพรียวบางกำลังจะเซล้มพับลงพื้น แต่ทาสรับใช้หนุ่ม กลับรับร่างนั้นไว้ได้ท่วงทัน

“อึก...ท่านพี่”

สายตาทั้งคู่ผลันประสบกันโดยบังเอิญ แต่กลับแน่นิ่งจ้องมองกันอยู่เนินนาน

“ท่านคือใครกันแน่”

ทาสผู้รับใช้มิได้ตอบคำถามใดๆ แต่กลับอุ้มร่างบางขึ้นพักบนเตียง พอจะปล่อยตัวออกห่าง เจ้านายหน้าสวยกลับรั้งคอแกร่งเกี้ยวเข้าหา ริมฝีปากนุ่มรีบประทับตรึงตราอย่างโหยหาไม่คิดรีรอ
คิบอมผลักร่างโปร่งนอนแนบกับเตียง ขณะที่ริมฝีปากก็ยังบดเบียดซึ้งกันและกันอยู่

“ท่านเป็นใคร...ข้าจะพิสูจน์เอง”

เจ้านายผู้เชียวชาญรีบปลดเครื่องอาภรณ์ที่กีดขว้างของจินกิทิ้งลงพื้น ริมฝีปากสีแดงสดเฝ้าไล้เลียไปทั่วร่างเปลือยเปล่า ลิ้นร้อนไล้วนบนยอดอกชายหนุ่มจนเฉอะแฉะ ผสมกับเสียงครางต่ำที่ดังขึ้นเป็นระยะไม่ขาดสาย

“ข้ารู้ว่าท่านชอบให้ข้าทำตรงไหน...ข้ารู้ว่าสิ่งใดที่จะทำให้ท่านพอใจถึงที่สุด”

ใบหน้าสวยละขึ้นจากหน้าอกแกร่ง ก่อนสะโพกกลมมนจะขยับเสียดสีลงตรงช่วงล่างของผู้อยู่ใต้อาณัติ

“อ๊า...ท่านพี่ ข้าคิดถึงท่าน”

ความร้อนระอุของไฟแห่งตัณหา กำลังรุกโชนสิงห์สู่กายา ร่างบางรีบบดเบียดขยับช่องทางแคบเข้าหาท่อนกายแข็งที่ตั้งชูชัน เมื่อสองร่างผสานเป็นหนึ่ง บทรักอันร้อนแรงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่รอช้า

“อ๊ะ...ท่านพี่...ใจเย็นๆสิ่”

แท่งกายใหญ่ขยับเข้าออกหนักหน่วงจนคนด้านบนเสียวซ่านขนลุกขนพอง มือเรียวที่ลูบคลำอยู่บนหน้าท้องแกร่ง เปลี่ยนมาสอดประสานเข้าหามือของอีกคนไว้ แรงรักร้อนระอุกำลังโหมร่างกายจนใกล้จะม้อดไหม้เป็นจุล

“อ่า...ท่านพี่... ปล่อยเข้ามาในตัวข้า...อื้อ”

เพราะวาจายั่วยวนของร่างบาง หรือเพราะสาเหตุใด จินกิถึงได้ผลักผู้ที่นั่งค่อม นอนราบลงเตียง ก่อนแท่งกายใหญ่จะขยับสอดใส่เร่งเร้า เสียดสีช่องทางแคบจนร้อนระอุ ยิ่งรัดแน่นยิ่งขยับเข้าหาแรงขึ้น ยิ่งผู้ถูกกระทำร้องดัง ยิ่งเพิ่มแรงผลักให้กับร่างโปร่งเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ

“อ๊า...ท่านพี่...ใกล้แล้ว”

จินกิเร่งขยับไม่กี่ครั้ง ก่อนจะดึงแท่งกายออก เปลี่ยนมาจ่อใส่ใบหน้าสวยเพื่อปลดปล่อย ร่างบางยิ้มหวานให้คนตรงหน้า มือเรียวจับแท่งกายใหญ่ เร่งรูดสาวใส่ปาก ที่พร้อมอ้ารับของเหลวนั้นด้วยความเต็มใจ

“อื้อออ”

จินกิร้องครางด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด และถึงแม้ว่าเขาจะปลดปล่อยของเหลวนั้นไปจนหมด แล้ว แต่ปากนิ่มก็ยังคงดูดอมมันไม่ยอมเลิกลา จินกิเพ่งมองการกระทำเยี่ยงนี้ของอีกคนอยู่ไม่นาน อารมณ์ที่ดับมอดก็รุกโชนขึ้นมาอีก คราวนี้ท่าจะอีกนานกว่าเชื้อเพลิงจะถูกน้ำสาดให้ดับลง

“อ๊า...ท่านพี่”

เสียงครวญคราง เสียงแรงเร่งเร้าของร่ายกายดังลั่นไปทั่วห้อง จวบจนแสงอรุณกำลังจะลับหาย แสงจันทร์ใกล้จะโผล่ขึ้นมาส่องสว่างแทนที่

“นายท่าน...คิบอม...”

เสียงเรียกของทาสผู้รับใช้ เอ่ยดังเพียงแผ่วเบาของหูผู้นอนข้างกาย ก่อนร่างกายของเขาจะลุกขึ้นแล้วเดินหายลับไป
เวลาล่วงเลยผ่านจนกระทั้งกลางดึก เจ้านายหน้าสวยขยับกายลุกตื้นจากนินทรา แต่ด้วยความเมื้อยล้ายังมีอยู่มาก ร่างกายจึงขยับลุกขึ้นได้ไม่เต็มที

“หายไปไหนกันนะ...”

สายตาสอดส่องหาคนรับใช้แต่ไร้เงา สักพักประตูไม้บานใหญ่จึงถูกเปิดออก พร้อมคนที่โหยหาเดินก้าวเข้ามา สองมือของจินกิถือถาดสำรับเตรียมมาอย่างพร้อมเพรียง เขาวางมันลงที่โต๊ะข้างเตียงนอน จัดแจ้งมื้อค่ำไว้พร้อมให้เจ้านายรับประทาน ร่างบางยิ้มเล็กน้อยกับท่าทีเย็นชาแต่แฝงความ รู้สึกห่วงหาอยู่ภายใน

“ขอบใจ”

คิบอมขยับลุกเพียงเล็กน้อย แต่ยังพาร่างกายไปมิได้ไกล ความรู้สึกปวดหนึบกลับกลืนกินจนต้องหน้านิ่ว

“จินกิ...เรา...อื้อ...”

ร่างบางแหงนมองคนข้างกาย สบสายตาอ้อนวอนยิ่งนัก ริมฝีปากสีแดงสดเม้มเข้าหากันจนเหยียดตรง สองมือจิกกำผืนผ้าห่มจนยับยู้ยี้

“นายท่าน”
“เราลุกไม่ไหว...เจ็บ”

เพียงแค่เอยแผ่วเบา ทาสผู้รับใช้จึงรีบพยุงตัวเจ้านายเข้าไปใกล้ยังสำรับที่จัดเตรียมไว้พร้อม

“เราไม่มีแรง...เจ้าตักอาหารให้ด้วยได้ไหม”

วินาทีนี้ใครจะน่าพิศมัยไปกว่าเจ้านายแมวน้อยช่างอ้อนตนนี้ไม่มีอีกแล้ว ถ้าเป็นผู้คนธรรมดาคงหลงติดกับดักอันหอมหวานนี้แทบถอนตัวไม่ขึ้น แต่กับทาสผู้ซึ้งเย็นชา ไร้หัวใจอย่างจินกิ สิ่งยั่วยวนเหล่านี้ จะเข้าไปถึงจิตใจของเขาได้ลึกเพียงใดกัน

“เร็วสิ่ เราหิว”
ปากบางเร่งเร้าพร้อมสองแขนที่เกี่ยวเกาะออดอ้อนร่างโปร่งไม่หยุดหย่อน รบเร้าเอาแต่ใจจนอีกคนต้องตามใจ หลีกเลี่ยงมิได้ มือหนาตักอาหารใส่ช้อนในขนาดพอคำ ก่อนจะยื่นป้อนอาหารใส่ปากตามที่เจ้านายขอ แต่...

“ป้อนด้วยปากของเจ้า”

คำสั่งต่อมากลับทำให้คนรับใช้หนุ่มหยุดชะงั้น ร่างกายนิ่งดั่งรูปปั้นหิน

“เร็วสิ่...ใช้ปากของเจ้าป้อนข้าเดี๋ยวนี้!”

คำสั่งเด็ดขาดช่างล่อแหลมยิ่งนัก แล้วเยี่ยงนี้จะทำอย่างไรดี...ลี จินกิ
จินกิช่างใจอยู่ครู่เดียว ก่อนจะเอาอาหารที่ตักไว้ในช้อนคันหรูใส่เข้าปาก ทาสผู้หล่อเหลาอมมันไว้ไม่นาน ใบหน้าของเขาก็โน้มเข้าหาเจ้านายหน้าสวยประกบป้อนอาหารที่มีอยู่ในปาก ลิ้นหนาพยายามส่งอาหารนั้นเข้าสู่โพรงปากของอีกคน แต่ดูท่าจะกลายเป็นการแลกลิ้นแทนการแลกสำรับมื้อค่ำเสียมากกกว่า

“อื้ม...อร่อย”

หลังจากปากแยกออกจากกัน คิบอมรีบใช้ลิ้นไล้เลียซึมซับความหวานหอมทั่วขอบปาก หวังยั่วยวนคนข้างกาย

“เจ้าละอร่อยไหม จินกิ”
“กระผมไม่สามารถรับรู้รสชาดของอาหารพวกนี้ได้หรอกครับ”
“หืม...งั้นเหรอ...แล้วรสชาดของเราละ เจ้าว่า...อร่อยไหม”

วาจาทะโลมที่เอยไม่อายปาก พร้อมกิริยาเยี่ยงนางโลมชั้นดี พาคนรับใช้หนุ่มรู้สึกหนาวร้อนไปทั่วร่าง

“เออ...กระผมว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว”

ร่างบางขมวดคิ้วปรับสีหน้าเรียบตรึงขึ้นมาทันที เวลาที่จินกิกำลังพูดถึงคือเวลาของการรับจำนำอย่างนั้นสินะ

“อืม...รู้แล้ว เจ้าออกไปก่อน เราทำกิจของเราเสร็จแล้วจะตามไป”
“ครับนายท่าน”

เวลาวิกาลเช่นนี้ ไม่นานเชื่อว่าจะผู้ใดกล้าเข้ามาในคฤหาสของเขา ร่างบางสลัดความคิดยุ่งเหยิงพวกนั้นทิ้ง ก่อนจะใช้เวลาชำระล้างร่างกาย แต่งองค์ทรงเครื่องเสียใหม่ จนงามวิไลดั่งพญาหงส์ เจ้านายหน้าสวยผู้มีอำนาจหนึ่งเดียวในคฤหาสน์หลังนี้ เดินอวดองค์ออกมาด้วยชุดงามสีแดงสดตัดกับสีผิวได้ดีไม่มีที่ติ แถมเบาบางจนเกือบจะเห็นเนื้อในที่อยู่ใต้ผืนผ้ายังชวนให้เคลิ้มฝัน เขาก้าวเข้ามานั่งยังโต๊ะรับแขกกลางห้องอย่างสง่างาม ข้างๆกันมีผู้รับใช้ที่ค่อยจัดแจงภารกิจต่างๆไว้สำหรับผู้บัญชาการได้ตรวจสอบครั้งสุดท้าย ก่อนจะลงมือจัดการให้เสร็จสิ้น

“ไหนละ ของจำนำ”
“เชิญครับ ท่านยุนโฮ”

ร่างบางเพ่งมองของจำนำไม่พริบตา ปากบางเผลอยิ้มเล็กน้อย ดูท่าจะพึงพอใจกับของชิ้นนี้มากพอดู

“เล่ามาจินกิ”

เจ้านายหน้าสวยสั่งผู้รับ ให้บรรยายถึงที่มาที่ไปของชายผู้นี้

“ชายผู้นี้ชื่อ ชอง ยุนโฮ เป็นลูกของเศรษฐผู้ร่ำรวย ทางบ้านทำธุรกิจหลายอย่าง ส่วนมากล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย แต่เนื่องจากระยะหลังพ่อของเขาได้ติดการพนันจนต้องขายกิจการเพื่อใช้หนี้ จนกระทั่งทุกวันนี้แทบจะเรียกได้ว่าสิ้นเนื้อประดาตัว ชายผู้นี้เลยตัดสินใจที่จะเข้ามารับการช่วยเหลือจากนายท่านด้วยตัวเอง เพื่อจะกอบกู้กิจการของครอบครัว”
“จุ๊ๆๆ ช่างน่าเวทนายิ่งนัก”
“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด ชอง ยุนโฮ”

ร่างบางยื่นมือไปลูบใบหน้าหล่อเหลานั้น ก่อนจับปลายคางแหลมขึ้นมาเผชิญหน้า

“เงิน!ผมต้องการเงิน”
“หึ...มนุษย์ก็มีเพียงเท่านี้”

คิบอมหันมองหน้าจินกิที่ยืนอยู่ข้างกัน เขาพยักหน้าเพียงครั้งเดียว สิ่งที่ผู้จำนำต้องการก็ร่วงโรยกองอยู่ตรงหน้าแทบท่วมหัว

“ข้ายินดีที่ท่านพอใจกับสิ่งนี้ แต่ท่านเองก็ต้องยินดีที่จะแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ข้าพอใจเช่นกัน”
“ได้ๆๆ ข้าให้ท่านได้ทุกอย่าง”
“ดี...เงินพวกนี้ข้าจะให้คนส่งไปให้ถึงบ้านของท่านเอง แต่ตอนนี้ท่านต้องมากับข้าสักประเดี๋ยว”
“ได้ ข้ายินดี”
“หึ...ตามข้าขึ้นมา ส่วนเจ้าจินกิ!...คอยเฝ้ามองดูข้ากับชายผู้นี้อย่าให้คลาดสายตา”

ร่างบางยิ้มเยาะทาสรับใช้ ก่อนจะเดินเฉียดหวังยั่วคนที่ยิ้มเยาะ แล้วเดินขึ้นห้อง พร้อมผู้จำนำที่เดินตามติดไม่ห่าง

“เชิญ เข้ามาสิท่านยุนโฮ”

เจ้าของคฤหาสน์ ผู้มีใบหน้าสวยหวานเยี่ยงสตรี ย่างก้าวเข้ามานั่งบนเตียง พร้อมเอยชวนบุรุษที่เดินตามมา ถึงแม้ปากจากเอยถึงอีกคน แต่สายตากลับจ้องไปที่คนด้านหลังเสียมากกว่า

“จินกิ เจ้าไปเอาไวน์รสเลิศมาต้อนรับแขกของข้าหน่อยสิ”
“ครับนายท่าน”

เมื่อบุคคลที่สามออกจากห้อง ร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่เตียงจึงเริ่มจัดการของจำนำและยังจัดการแทรกแผนปลดหน้ากากที่อยู่บนหน้าของผู้เป็นที่รักให้หลุดออกเสียที

“ท่านไม่เมื่อยหรือไง ท่านยุนโฮ”
“มะ ไม่ครับ”
“คิ...ท่านหน้าแดง”
“ข้า...ข้า”

ยิ่งคนตรงหน้าแสดงอาการประหม่า ร่างบางยิ่งแสดงท่าทีให้ท่ามากขึ้น คิบอมลุกขึ้นเดินเข้าประชิดตัวบุรุษตรงหน้าจนกายแนบกาย ใบหน้าทั้งสอง อยู่ห่างกันไม่ถึงเซน กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างบาง ริมฝีปากแดงฉ่ำ ผิวขาวละเอียดนิ่ม เป็นเครื่องมือชั้นเยี่ยมที่ใช้ล่อมานักต่อนัก

“อื้อ...”

สุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดทนทานต่อฤทธิ์เสน่หานี้ไปได้ ร่างบางถูกรวบกอด แถมยังถูกจู่โจมด้วยรสชาดของจุมพิตอันร้อนแรง การขยับเสียดสีของร่างกายนำพาความตื่นเต้นมาสู่เรื่องบนเตียงที่กำลังจะพบเจอ ทั้งสองนำพาร่างกายก้าวเดินเข้าหาเตียงนอนแม้กระทั้งริมฝีปากจะยังพัวพันกันอยู่ก็ตาม

“อือ...ใจเย็นสิท่าน”
“ข้าไม่ไหม แล้ว...ข้าต้องการ...”
“งั้นก็ทำอย่างที่ท่านต้องการสิ”

ร่างเบาะบางถูกจับตรึงกลางเตียง ริมฝีปากของบุรุษที่คล่อมทับกายอยู่ เฝ้าประพรมไปทั่วตัว จนกระทั่ง...

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูของคนที่คิบอมอยากให้มาเห็นบนรักครั้งนี้ดังขึ้น

“เข้า...อือ...มา”

จินกิเปิดประตูเข้ามาตามคำสั่ง ชายหนุ่ม แสดงท่าทางเรียบเฉยต่อการกระทำของคนตรงหน้าเยี่ยงกับลมผ่าน เขาวางขวดไวน์และแก้วไว้ที่โต๊ะข้างเตียง และกำลังจะเดินออกจากห้อง

“หยุด!”

คนถูกสั่งยืนนิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะหันมองเจ้านายด้วยท่าทีนิ่งเฉยเหมือนไม่ได้พบไม่ได้เห็นสิ่งที่อีกสองร่างกำลังกระทำต่อกันอยู่ในขณะนี้

“ข้าสั่งให้เจ้าคอยเฝ้ามองดูข้าอย่าให้คลาดสายตามิใช่หรือ ฉะนั้นเจ้าก็อยู่ในนี้ ห้ามออกไปจนกว่าข้าจะส่ง”
“ครับนายท่าน”

คำพูดตอบรับที่เป็นปกติของจินกิ พาลทำร่างบางหยุดหงิดแทบบ้า ทั้งๆที่ยั่วถึงเพียงนี้ ทั้งที่เห็นเขาพลอดรักกับชายอื่นต่อหน้า ท่านก็ยังไม่รู้สึกหึงหวงข้าบ้างเลย คิบอมเริ่มตัดพ้อน้อยใจคนรักจนกระทั่งเริ่มแสดงอาการประชดประชัดหนักขึ้นอีก

“อ่า...ท่ายุนโฮ เข้ามาในตัวเราเร็วๆเถิด”

สองขาเรียวตั้งฉากกางออกกว้าง ก่อนมือบางจะค่อยๆร่นชุดกระโปรงยาวขึ้นทีละนิด ยุนโฮที่นั่งมองกิริยาเยี่ยงโสเพณีชั้นยอด เริ่มอยู่ไม่สุข ชายหนุ่มกำลังจะแสดงท่าทีของหมาป่าที่ซ้อนเร้น เข้าตะคุบเหงื่อ หวังดื่มกินให้หายยาก

แควก!
“อ๊ะ ท่าน!”

กระโปรงตัวบางถูกฉีกจากฝีมือของคนหน้ามืด เนื้อหนังใต้อาภรณ์ถูกขย่ำจนชอกช้ำ ปากบางที่จะร้องใช้ร้องขอความช่วยเหลือกลับถูกมือหนาปิดทับเสียสนิท ร่างกายอ่อนแรงเกินกว่าจะต่อสู้ขัดขืนได้ คิบอมได้แต่โกรธเคืองคนรักที่อยู่ข้างกาย ชายผู้นั้นทำได้อย่างไรกัน ยืนมองคนรักถูกข่มเหงต่อหน้าต่อตา

ตุบ!

“ทะ ท่าน”

ร่างของยุนโฮถูกเหวี่ยงอัดติดกำแพงของผนังห้องอีกฝาก เพียงแค่ฝ่ามือเดียวของจินกิ ร่างกายของชายผู้เหิมเกริมก็กระเด็นออกห่างร่างบางเหมือนดั่งลมพัด

“นายท่าน”
“ฮึก...ท่านพี่...ท่านเป็นหวงข้า”

คิบอมรีบสวมกอดชายผู้เป็นที่รัก น้ำตาแห่งความยินดีไหลอาบแทนความโศกเศร้าเมื่อครู่เสียหมด

“ท่านขอให้กระผมช่วย”

ใช่เขาขอให้จินกิช่วย เพียงแต่แค่ไม่ได้เปล่งเสียงนั้นออกมา แต่จินกิก็รับรู้ได้อย่างนั้นหรือ

“ท่านอ่านความคิดข้าได้หรือ”
“ครับ”
“แล้วที่ท่านช่วยเราเพราะเพียงแค่ได้ยินความคิดเรา แค่นั้นใช่ไหม”
“ครับ”
“ท่าน...ท่านช่างโหดร้ายกับเรายิ่งนัก”
“กระผมทำอะไรผิด”
“หึ...ไม่หรอก ท่านไม่ผิด ข้าผิดเอง ผิดที่คิดไปเอง”
“นายท่าน...”
“ออกไป...ส่วนของจำนำชิ้นนี้ข้าจะจัดการเอง”
“ครับนายท่าน”

จินกิเดินยังได้ทันถึงประตู ร่างของคิบอมก้ล้มพับลงกับพื้นเย็นเฉียบ

“นายท่าน”
“อึก...ปล่อย”

ดูเหมือนคำสั่งของเจ้านายจะไม่เป็นผล ร่างบางถูกอุ้มขึ้นพักบนเตียง สองขาที่ไร้เรี่ยงแรงถูกสัมผัสของฝ่ามืออุ่นช่วยให้ผ่อนคลาย แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่จินกิกระทำนั้น ยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นบางอย่างที่ยังไม่มอดไหม้

“อึก อือ...”
“เจ็บหรือครับ”
“เปล่า...เจ้าออกไปข้างนอกเสียทีเถอะ”
“แต่นายท่านกำลังต้องการกระผม”
“เอ๋!เจ้า...อ๊ะ”

แท่งกายสมส่วนที่ตั้งชันของคิบอม ถูกมือหนาจับรูดสาวบรรเทาอารมณ์ใคร่ให้ผ่อนคลาย แถมปากหนายังช่วยเร่งให้อีกคนไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เร็วขึ้นอีก สองมือหนาพยายามเร่งชักนำความสุขที่ใกล้จะมาเยือน ปากหนาพยายามเฝ้าโลมเลียให้ความสุขนั้นกระชั้นชิดเข้ามาอีก จนกระทั้งน้ำเหนียวอันหอมหวานไหลเข้าสู่ปากหนาจนหมดสิ้น จินกิมิได้รังเกียจที่จะกลืนกินมันลงไปจนหมด ชายหนุ่มยืนขึ้นเต็มตัวพินิศมองเจ้านายที่หมดเรี่ยงแรงเหมือนแมวแสนเชื่องพร้อมดวงตาหวานเยิ้มก็มองเขาไม่คลาดสายตา

“อนยู...”

เสียงเรียกชื่อแผ่วเบา อ่อนหวานเหมือนกระซิบข้างหู ช่างกระตุ้นความดิบเถื่อนของชายหนุ่มได้ดียิ่งนัก จินกินั่งลงข้างๆร่างเบาะบาง มือหนาลูบใบหน้าหวานไล้เรื่อยลงมาถึงคางเรียว สองสายตาจดจ้องเพ่งมองกันมิห่าง ดั่งราวกลับใครอีกคนจะหายไปถ้าคลาดสายตาไปเพียงเสี้ยววินาทีเดียว

“ใจในท่านยังมีภรรยาคนนี้อยู่บ้างไหม?”

มือบางทาบทับจับมือหนาที่วางอยู่ข้างแก้ม ถ้อยคำพร้อมสายตาที่ส่งผ่านหวังได้รับคำตอบจากอีกคน แต่คำตอบนั้นกลับถูกความเชยชา เงียบงั้นเข้าแทนที่

“ฮึก...ท่านคงไม่ใช่สามีข้า ไม่ใช่อนยู”

คิบอมปล่อยมือออกจากฝ่ามือที่ตนทาบทับไว้ ร่างบางผลิกหันนอนตะแคงข้างหันหลังให้คนเย็นชาตรงหน้าอย่างตัดพ้อ

“อ๊ะ! อื้อออ”

จู่ๆจินกิที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเข้าประชิดตัวร่างบาง เขาจับแขนเล็กทั้งสองเกี่ยวไขว้กันไว้ด้านหลัง ร่างเล็กที่พยายามจะดิ้นรนถูกจับตรึงให้นอนคว่ำหน้าจนแทบหายใจไม่ออก ร่างโปร่งกำลังกระทำการอุกอาจอย่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มือหนาหนึ่งข้างจับแขนเรียวที่ไขว้เกี่ยวกันไว้อีกมือบีบขยำก้นนิ่มจนเนื้อล้นเต็มไม่เต็มมือ

“อื้อ...อย่า...”

คำห้ามปรามมิได้แทรกเข้าสู่การรับฟังเพียงสักนิด มิหน่ำซ้ำจินกิยิ่งแสดงความป่าเทื่อนหนักกว่าครั้งไหนๆ ร่างโปร่งเข้าประชิดตัวผู้นอนนิ่ง กายแกร่งขึ้นทับทาบบนร่างกาบนุ่มนิ่ม จินกิพยายามขยับลำตัวส่วนล่างถูไถกับง่ามก้นของอีกคนจนร้อนผ่าว ก่อนจะดึงกระชากอาภรณ์ที่หลุดลุ่ยของร่างสวยอยู่แล้วนั้นขาดสะบั้น เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า

“ท่าน...อ่า...อย่านะ อย่าทำอย่างนี้”

ถ้อยคำห้ามปรามยิ่งเหมือนคำเชื้อเชิญ ร่างบางถูกขยำก้นนิ่มจนต้องร้องครางแทนเสียงกล่าวเตือน

“อ๊า...ไม่...อือ”

มือหนึ่งขยำก้นงอนอีกมือคอยปลุกเร้าช่องทางเล็กแคบเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความหฤหรรษ์ที่กำลังจะพบเจอ

“อ๊า...ท่าน...”

ณ ตอนนี้ร่างกายของคิบอมกำลังตอบรับและโหยหาอีกคนเป็นอย่างมาก ร่างกายบิดเร้าอย่างน่าเวทนา

“อื้อ...พอที...ถ้าจะทำก็เร็วเถอะ เราไม่ไหวแล้ว”

ร่างโปร่งจับก้นนิ่มบีบแยกออกจากกันจนเห็นช่องทางอันน่าพิศมัยที่กำลังเชื้อเชิญอยู่ แต่เขากลับไม่ปราถนาให้ในสิ่งที่เจ้านายคนสวยเรียกร้อง แต่กลับวางแท่งกายไว้ตรงง่ามก้นแล้วบีบให้ก้นสวยรัดของๆเขา จากนั้นเจ้าตัวจึงขยับมันอยู่อย่างนั้น จนตัวเองสำเร็จความใคร่ไปก่อนแล้ว

“ได้โปรด...อนยู”
“กระผมมิใช้คนที่ท่านกำลังเรียกหา”
“ข้าไม่เชื่อ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ท่านหึงหวงข้ามิใช่หรือ”
“กระผมบอกไปแล้วว่านายท่านเป็นคนขอร้อง”
“หึ...นั้นมันข้ออ้างของเจ้า สายตาและการกระทำนั้นแสดงออกชัดเจน”
“สุดแล้วแต่นายท่านจะไตร่ตรอง”
“เจ้า!ทำไมถึงได้ใจร้ายกับข้านัก”
“กระผมมิได้...”
“หยุด...พอแล้ว!ออกไปเสียที ถ้าท่านไม่ปราถนาข้า ข้าเองก็คงจะไม่รั้งท่านอีกแล้ว ข้าจะไปบอกให้ท่านผู้เป็นใหญ่ เปลี่ยนผู้รับใช้มาให้ข้าใหม่ เพราะฉะนั้นตั้งแต่บัดนี้ เจ้า...อ๊ะ!”

แท่งร้อนหนารีบเสือกใส่เข้าสู่ช่องทางด้านหลังก่อนที่เจ้านายจะเอยถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์เสร็จสิ้น จินกิเร่งขยับเคลื่อนลำตัวไม่ให้อีกคนได้หยุดพัก น้ำสีขุ่นแปะเปื้อนไปทั่วก้นเนียน ก่อนจะกระทุ่งแท่งกายหนาจนเสร็จพร้อมกัน แต่ก็พักอยู่มิได้ไม่นาน ร่างบางก็ถูกอีกคนกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเหนื่อยหอบเพลียหลับไปเสียเอง

“เจ้าจักให้พี่ทำเช่นไร ยอดรักของพี่...”

จินกิโอบกอดคนข้างกอดแนบแน่น กว่าจักได้เจอกันมันช่างยากเย็นนัก แต่การจักได้อยู่ด้วยกันมันช่างยากเย็นเสียกว่า คำสาบานที่เกี่ยวรัดจนแน่นคอ คำพูดที่อยากจะพูดกลับเอื้อนเอยออกมามิได้ ไม่รู้ว่าผู้ใดที่ทรมานมากกว่ากัน...
Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(7)

[SF] Unforget Love – Onew Key Minho 2/2 The End

กว่าจะถึงเช้า เรื่องบนเตียงเกิดจึงเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน และเพราะความเหนื่อยล้าจากภาระกิจบนเตียงที่เพิ่งสงบลงไปหมาดๆ
ทั้งสองก็เลยนอนยาวจนไม่อยากตื่น ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงโทรศัพท์ของคีย์ดังปลุกซะก่อน คงหลับกันไปอีกนาน

“ฮัลโหล”
“คีย์...มินโฮนะ ทำไมไม่มาหาละ เรานัดกันไว้เย็นนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“มินโฮ...คือว่า...”
“คีย์อยู่กับใครงั้นเหรอ?”
“เออ...คือ...คีย์...”
“งั้นฉันจะไปหานายที่บ้านเอง”
“มินโฮ!เดี๋ยว...เดี๋ยวมินโฮ”

มินโฮพูดจบเขาก็ตัดสายไปก่อนทันที คนร่างเล็กยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ่มใจ เขาจะทำยังไงกับเรื่องนี้ จะเลือกมินโฮหรือว่าจะอยู่กับอนยู

“คีย์...จะรีบไปไหนเหรอ?”
”ฉะ ฉันมีธุระนะ อนยูกลับบ้านไปก่อนนะ เดี๋ยวค่อยเจอกัน”
“คีย์จะไปหาเขาใช่ไหม”
“อนยู...”
“คีย์จะกลับมาหาฉันไหม จะกลับมาใช่ไหม จะไม่จากฉันไปใช่ไหม”
“อนยู...ขอร้องละอย่าพูดแบบนี้ได้ไหม...ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่ฉัน... ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ อนยู...ฉันขอโทษ”

ร่างเล็กเอาแต่ร้องไห้ ก้มหน้าไม่กล้าสบตาอีกคนที่เอาแต่จ้องมองมา

“คีย์...ฉันจะรอคีย์นะ”
“อนยู”
“ฉันจะไปรอที่ที่นายเคยรอเขาทุกวัน”
“นายรู้เหรอว่าฉัน...”
“รู้สิ...ฉันเห็นคีย์ไปนั่งร้องไห้ที่นั่นเกือบทุกวัน ฉันขอโทษที่ต้องตามนายไป แต่ฉันแค่เป็นห่วง ฉันเป็นห่วงคีย์แล้วก็รักคีย์จริงๆนะ”
“อนยู...แต่คนอย่างฉันไม่สมควรที่จะได้รับมันเลย ความรู้สึกดีๆแบบนี้จากนาย ทั้งที่นายดีกับฉันทุกอย่างแต่ฉันกลับ...”
“คีย์...ไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะรอ จะไปรอคีย์ ถ้าท้องฟ้ามดลงแล้วนายยังไม่มาแสดงว่านายเลือกเขา ฉันก็จะไม่ว่าอะไรจะไม่ตามตอแยนายอีก
ฉันจะอวยพรให้นายกับเขา อวยพรให้มีความสุขมากๆ
“อนยู...อย่าทำแบบนี้เลย”
“เร็วสิคีย์รีบไปอาบน้ำได้แล้ว”

อนยูพลักร่างเล็กให้เดินเข้าห้องน้ำ แล้วรีบปิดประตู เขาไม่อยากให้คีย์ เห็นน้ำตาของเขา ไม่อยากให้คีย์รับรู้ความจริงว่าเขาเสียใจแค่ไหน
เขารู้ตัวเองดีว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องเป็นคนเจ็บ ตั้งแต่ที่คบกันมาอนยูรู้มาตลอดว่าคีย์ไม่เคยจริงจังกับเขาเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง
ร่างเล็กเฝ้าแต่คิดถึงเขาคนๆนั้นมาตลอด แต่ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจเขาก็ยังดื้อดึง ไม่ยอมรับความจริงนี้ แต่วันนี้คงมาถึงแล้ว เขาต้องตื่นจากความฝัน
สักที อนยูนั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆอยู่นานจนในที่สุดเขา ก็ตัดสินใจเดินจากห้อง น้ำตาของเขาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทุกนาทีที่ผ่านไป
ช่างเจ็บปวดเกินกว่าจะทนรับไหว แล้ววันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงถ้าเขาไม่มีคีย์ เขาจะทำยังไงดีถ้าคีย์เลือกใครคนนั้น

“อนยู”

หลังจากออกมาจากห้องน้ำ เมื่อไม่เห็นคนตัวหนา ถึงแท้จะเรียกหาสักเท่าไหร่ก็ไม่เจอตัว คีย์รีบเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกมาจากห้อง
เขาเดินลงไปที่ห้องนั่งเล่นหวังว่าจะเจอคนที่เรียกแต่ก็ไม่มีแม้แต่เงา สักพักเสียงกริ่งก็ดังขึ้น ร่างเล็กรู้ทันทีว่ามินโฮมาถึงแล้ว ขายาวรีบ
ก้าวไปเปิดประตู ทันทีที่ประตูถูกปิดออก ร่างบางก็ถูกดันจนเซไปติดกับผนังบ้านโดยที่มีคน ร่างสูงยืนค่อมตัวไว้ มินโฮรีบกดจูบลงไป
อย่างไม่รอช้า ถึงแท้คีย์จะดิ้นหนีแต่กลับถูกอีกคนจับกดไว้แน่นจนขยับไปไหนไม่ได้

“อื้อ...มินโฮ”

ร่างบางดิ้นแรงไม่ยอมรับจูบจากอีกคน เพราะจูบที่มินโฮมอบให้มันไม่เหมือนเดิม มันไม่ใช้จูบที่มอบให้ด้วยความรักแต่มันทั้งเกรี้ยวกราดแล้วก็รุนแรงสำหรับเขา ยิ่งคีย์ดิ้นมินโฮก็ยิ่งจูบหนักขึ้นกว่าเดิม จนริมฝีปากบางเริ่มมีเลือดไหลซิบๆออกมา

“อื้อ...เจ็บมินโฮ...พอ...อือ...พอแล้ว”

คำพูดอ้อนวอนของคีย์ไม่เป็นผลเลย ในทางตรงกันข้ามร่างสูงยิ่งรุนแรงกับเขามากขึ้น มินโฮดึงกระชากเสื้อของ
คีย์จนขาดแล้วทิ้งมันลงไปกับพื้น จากนั้นเขาจึงค่อยๆชมเชยร่างเบาะบางนี้ไปทั่วจนถึงยอดอกสีชมพูที่เริ่มตั้งชูออกมา ปากหนากัด
ลงไปที่ยอดอกนั้นแรงๆจนคีย์ถึงกันสะดุ้งเกร็งตัวด้วยความเจ็บแสบ

“โอ๊ย...เจ็บมินโฮ!”

ถึงแม้คีย์จะร้องเจ็บมากแค่ไหน มินโฮก็ยังไม่มีท่าทีจะอ้อนข้อให้เลย สีหน้าของเขาเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ แต่แววตากลับแข็งกร้าว
ดูท่าคนร่างเล็กจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ทั้งสองฉุดกระชากกันอยู่นาน คีย์พยายามดิ้นจนสุดแรง ในที่สุดก็สามารถหลุดรอดออกมาจากคนร่างสูงได้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวหนีร่างเล็กก็ถูกผลักให้ล้มลงไปนอนกับพื้น มินโฮตามลงนั่งค่อมตัวเขาไว้อีก ตอนนี้คีย์หมดโอกาสที่จะหนีรอดแล้ว
ยิ่งดิ้นเหมือนยิ่งทำให้ตัวเองเจ็บตัวเข้าไปใหญ่ ร่างบางเลยเปลี่ยนมาขอร้องอ้อนวอนมินโฮอี หวังจะให้เขาใจเย็นลงบ้าง

“มินโฮ!... อย่าทำกับคีย์แบบนี้...คีย์เจ็บ ไม่อยากได้แบบนี้”
“ทำไมละ คีย์ไม่รักฉันเหรอ...ต้องการฉันไม่ใช่เหรอ...นายอยากให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง”
“แต่ไม่ใช่แบบนี้ มินโฮตอนนี้ไม่ใช่มินโฮที่คีย์รัก...ไม่ใช่เลยสักนิดเดียว”
“หึ...แล้วไอ้คนที่มันอยู่กับนายเมื่อวาน มันให้นายมากกว่าฉันงั้นสิ หรือว่านายรักมันแล้วเลยรังเกียจฉันขึ้นมา...นายรู้ไหมว่าฉันจะบ้าตาย
อยู่แล้ว รู้ไหมว่าฉันรักนายมากแค่ไหน รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่เราเลิกกันฉันเจ็บปวดมากแค่ไหน ฉันต้องทนเห็นนายอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน
มาตลอดเกือบปี ฉันทั้งทรมานทั้งโกรธ ทั้งเกลียด แทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว”
“มินโฮพูดอะไร...นายเป็นคนบอกเลิกฉันเอง นายเป็นที่คนที่ไม่ต้องการฉันเอง แล้วทำไมถึงได้พูดแบบนี้”
“ที่ฉันบอกเลิกนายก็เพราะ...”
“เพราะอะไร?”
“เพราะฉันต้องทำตามสัญญา”
“สัญญา?”
“ฉันสัญญาที่ให้ไว้กับใครคนหนึ่ง”
“ใครคนหนึ่ง?...มินโฮพูดอะไรฉันงงไปหมดแล้ว”
“คีย์ไม่ต้องรู้หรอกว่าคนๆนั้นคือใคร รู้แต่เพียงว่าตอนนี้ฉันเป็นอิสระแล้ว ฉันไม่ต้องรักษาสัญญาบ้าๆอะไรนั้นอีก และต่อจากนี้ฉันจะรักคีย์คนเดียว”
“แต่มินโฮแน่ใจเหรอว่ายังรักคีย์อยู่”
“แน่ใจสิ ฉันไม่เคยรักใครเลยนอกจากคีย์ และไม่คิดที่จะรักใครด้วย...เมื่อกี้ที่ฉันทำไปเพราะฉัน โกรธแล้วก็หวงนาย ต่อจากนี้ฉันจะไม่จากไปไหนอีกแล้ว ฉันจะไม่ให้นายจากฉันไปด้วยเช่นกัน”

มินโฮอุ้มคีย์ แล้วพาเดินขึ้นไปบนห้อง อารมณ์ของร่างบางในตอนนี้สับสนไปหมด เขาควรจะดีใจไม่ใช่เหรอที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้
เขากับมินโฮกลับมารักกันเหมือนเดิม สิ่งที่รอคอยมานาน คนที่เขาเอาแต่เฝ้าคิดถึงได้กลับมาหาแล้ว เขายังต้องการอะไรอีก ต่อจากนี้
ไปเขาจะมีมินโฮอยู่ข้างกาย แต่ทำไม...ทำไมถึงยังรู้สึกสับสนอยู่อีก

มินโฮวางคีย์ลงบนเตียงอย่างถนุถนอม ทุกส่วนของร่างบางเขาไม่เคยลืมได้เลย ทุกอย่างที่เป็นคีย์มันฝั่งอยู่ในใจเขาเสมอ คนร่างสูงค่อยๆ
ซับจูบไล้เลียเรือนร่างเพรียวบางเบาๆ เขาสัมผัสร่างบางทุกส่วนเท่าที่จะสัมผัสได้ ยิ่งมินโฮเลื่อนตัวลงไปใกล้กับส่วนกลางของคีย์ ร่างบาง
ยิ่งสั่นสะท้าน แทบหยุดหายใจ มินโฮก้มลงลียส่วนกลางนั้นเบาๆ เขาใช้มือทั้งสองข้างจับมันขึ้นมาแล้วรูดขึ้นลง ก่อนจะใช้ปากอมจนสุดโคน
ดูดตั้งแต่โคนจนถึงส่วนหัวเน้นย้ำแรงๆ นอกจากนั้นลิ้นหนายังค่อยพันรัดเลียให้อีกทาง ระหว่างที่ดูดเข้าออก จนคนร่างเล็กคล้ายทนไม่ไหว
เขาปล่อยน้ำที่อยู่ในตัวพุ่งฉีดใส่ปากมินโฮจนหมด

“อะ อ๊า...มินโฮ!!!”

เสียงร้องครางที่ดังมาจากความสุขสมของคีน์ มันยิ่งกระตุ้นให้มินโฮอยากจะปลดปล่อยของๆเขาออกมาเช่นกัน
ร่างสูงรีบจัดการถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เขาจับแท่งกายของตนรูดขึ้นลงเพื่อเตรียมอารมณ์ให้กับตัวเอง ก่อนจะใส่มัน เข้าไปในรูเล็ก
มินโฮค่อยๆดันมันเข้าไปในช่องแคบจนสุดแท่ง

“อ๊ะ! มินโฮ”
“อึก...อื้อ...”

ร่างสูง รีบกระแทกของๆเขาใส่อีกคนไม่ยั้ง ทั้งแรงแล้วก็หนักหน่วงจนเตียงสั่นไหวไปตามจังหวะที่ร่างกายขยับเขยื้อน คีย์อ้าขาออกกว้าง
เพื่อให้แท่งกายใหญ่สามารถใส่ร่างกายของได้สะดวกขึ้นอีก

“อะ อะ อ๊ะ...มินโฮ แรงอีก...อ๊า...”
“อื้อ...คีย์...”

ทำไปทำมาสักพัก มินโฮจึงจับร่างบางพลิกนอนคว่ำหน้าลงกับเตียง จากนั้นเขาก็จับก้นสวยขึ้นมาตั้งรับแท่งกายของเขาอีก
ท่านี้ยิ่งทำให้มินโฮสามารถสอดใส่ได้มากขึ้นและสะดวกขึ้นแท่งกายใหญ่ดันใส่ร่างบางอีกครั้ง แรงกระแทกถ่าโถมสอดใส่
หนักหน่วงจนช่องทางของคีย์ร้อยผ่าว

“คีย์...อ๊า...ฉันจะไม่ไหวแล้ว...อื้อออ”

มินโฮเม้มปากด้วยอารมณ์เสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก คนร่างเล็กเท่านั้นที่ทำให้เขามีความสุขได้ ความรู้สึกแบบนี้ไม่ว่าใครก็เทียบไม่ได้เลย

“อื้อ...ใส่เข้ามาอีก...มินโฮทำแรงอีก”

เสียงครวญครางร้องขอของคีย์ ยิ่งกระตุ้นให้ร่างสูงต้องเร่งจังหวะโหมหนักเร็วขึ้น ตอนนี้เตียงนอนแทบลุกเป็นไฟ มือเรียวสวยจิกกำ
ผ้าคลุมเตียงจนแน่น ปากก็เอาแต่ร้องคราง ดังลั่นไม่แพ้กับอีกคน จนในที่สุดความอัดอั้นที่เก็บมานานก็ได้ปล่อยออกมาเสียที

“มินโฮ...ฉันจะ...อะ อะ อ๊า!!!”
“คีย์ อ๊ะ...อ๊า!!!

ทั้งสองร้องครางดังลั่นเมื่อมาถึงยังจุดหมาย น้ำของมินโฮฉีดพุ่งใส่ร่างบางจนเลอะเต็มก้น ส่วนที่ไหลเข้าไปไม่หมด มันจึงค่อยๆ
ไหลออกมาตามง้ามขาเรียว คีย์เองก็ปล่อยน้ำของตัวเลอะเต็มเตียงนอน ทั้งสองล้มตัวลงนอนกับเตียงโดยที่ร่างสูงยังนอนทาบทับ
ร่างบางที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่ และเขาก็ยังคงค้างคาแท่งกายใหญ่อย่างนั้น

“...เหนื่อยไหมคีย์”
“อือ...เหนื่อย...เหนื่อยมากด้วย อยากนอนแล้ว”
“งั้นไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมานอน”
“ไม่เอา คีย์เดินไม่ไหวแล้ว”
“งั้นฉันอุ้ม”
“ก็ได้แต่ คีย์ไม่ทำในห้องน้ำแล้วนะ...เหนื่อยมากๆเลย”
“รู้แล้ว...พูดมากด้วยก็ต่ออีกรอบหรอก”

คำขู่ของมินโฮทำร่างเล็กรีบรูดซิบปากเงียบกริบไม่กล้าบ่นสักคำ

“คีย์ฉันไม่ได้เอาชุดมาด้วยนะ ทำไงดีละเนี่ย”
“ชุดของมินโฮมีอยู่ใส่ตู้เสื้อผ้าของคีย์ชุดหนึ่งนะ เดี๋ยวหาให้นะ”
“ยังเก็บไว้เหรอ”
“อืม...คีย์เก็บของมินโฮไว้เหมือนเดิมทุกอย่างแหละ”

คำพูดของคีย์ทำคนร่างสูงรู้สึกดีใจและเสียใจอย่างบอกไม่ถูก นี้เขาเห็นแกตัวเกินไปหรือเปล่า เขาทำเรื่องร้ายๆไว้กับคีย์
ตั้งเยอะแต่ทำไมคนๆนี้ถึงยังได้รักเขาอยู่ คีย์เดินไปหยิบเสื้อผ้าของมินโฮออกมา ทั้งสองคนจัดการแต่งตัวเสร็จ แล้วรีบ
เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ สักพักดูเหมือนฝนจะค่อยๆตกลงมาจนตอนนี้เริ่มที่จะตกหนักขึ้นทุกที ไม่รู้ทำไมอยู่ๆคนร่างเล็ก
กลับมีภาพคนๆหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวสมอง เขารีบหันไปมองดูนาฬิกา ตอนนี้ 6 โมงเย็นแล้ว อนยูยังจะรอเขาอยู่รึเปล่า
ตอนนี้คนๆนั้นจะเป็นยังไงบ้าง ฝนก็ดูท่าจะตกหนัก เขาจะทำยังไงดีจะไปหาอนยูหรือว่าอยู่กับมินโฮที่นี้

“คีย์...คีย์!”
“อะ อะไรเหรอมินโฮ”
“เป็นอะไรไป ยืนเหม่อเชียว”
“คือ...เออ ไม่มีอะไรหรอก”
“ไม่มีแน่เหรอ? สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ...มีอะไรบอกฉันได้นะ”

ที่สวนสาธารณะ ตอนนี้ฝนกำลังตกหนักอย่างไม่มีท่าทีจะหยุด คนร่างหนานั่งกอดอก ตัวหนาวสั่นอยู่ที่ม้านั่งคนเดียว
ทั้งที่คิดว่าจะตัดใจแล้ว แต่เขากลับเลือกที่จะเดินมานั่งรอความหวังลมๆแร้งๆ อยู่ที่นี้ ท้องฟ้าที่แทบจะมืดสนิท บอก
เวลาที่จวนจะใกล้หมดเต็มที คีย์จะมาหาเขาหรือเปล่า คำตอบนี้เขาเองก็รู้อยู่แกใจ สายฝนที่โปรยปรายตกลง มันช่วย
ชำระใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาได้เป็นอย่างดี ยิ่งเวลาใกล้หมด หัวใจก็เหมือนจะแตกสลาย คนร่างหนาภาวนา
ให้เวลาเดินผ่านไปช้าๆเขายังเผื่อใจว่าคีย์อาจจะเปลี่ยนใจมารักเขาบ้างก็ได้ แต่เวลาก็เดินตามการหมุนของโลกอย่าง
ไม่มีหยุดหย่อน จนตอนนี้มันหมดลงแล้ว แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่มีน้ำฝนหยดลงกระทบกับร่างเหมือนยังตอนแรก
อนยูขมวดคิ้วเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน มันมีร่มคันหนึ่งค่อยกันน้ำฝนให้เขา และคนที่ถือร่มยืนอยู่ด้านหลังของเขา

“คีย์!”
“ไม่กลัวเป็นหวัดหรือไง ถึงได้มานั่งตากฝนอยู่ตรงนี้”
“คีย์!นี่คีย์จริงๆใช่ไหม”
“แล้วนายคิดว่าเป็นใครละ ฝาแฝดของฉันงั้นเหรอ?”

อนยูรีบดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น จนคนร่างเล็กแทบจะหายใจไม่ออก แต่คนโดนกอดก็ไม่ได้บ่นอะไรสักคำ เขายินดี
และก็เต็มใจที่จะรับอ้อมกอดจากคนตรงหน้านี้ เพราะที่ผ่านมาเขาเองก็ยังไม่เคยตอบแทนอะไรให้กับความรักที่คนๆนี้มีให้เขา
เลย การตอบแทนที่เขาจะมอบให้ต่อจากนี้ คือหัวใจที่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขาได้มอบให้คนตัวหนานี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“คีย์เลือกฉันจริงๆเหรอ คีย์รักฉันจริงๆใช่ไหม ให้ฉันเป็นคนรักของคีย์ได้ใช่ไหม”

ร่างเล็กไม่ตอบอะไรเอาแต่ยืนนิ่งให้อีกคนกอด

“คีย์”

เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของอนยู แต่เป็นเสียงของผู้ชายอีกคนที่กำลังเดินก้าวเข้ามา

“คีย์นี้มันอะไรกัน”
“อนยู คีย์รักอนยู แต่คีย์ก็เลิกรักมินโฮไม่ได้ คีย์ไม่รู้จะทำยังไง คีย์ไม่รู้จริงๆ”

อนยูมองคนในอ้อมกอดสลับกับมองคนตัวสูง เหมือนตอนนี้เขาจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำยังไงกับรักที่เกิดจากพวกเขาทั้งสามคน

วันต่อมา
“คีย์” ฟอด...แก้มนิ่มถูกหอมจนแทบซ้ำ
“คิดถึง”
“อนยูเดี๋ยวก็มีใครมาเห็นหรอก คนอะไรบ้าๆ”
ฟอด แก้มนิ่มอีกข้างโดนจมูกคมชกชิ่งไปเช่นกัน
“ไงหลับสบายไหม”
“มินโฮ…อะไรกันเนี่ย ทั้งคู่เลยหยุดแกล้งคีย์ได้แล้ว”

หลังจากนั้นทั้งสาม จึงตกลงจะคบกัน โดยที่ไม่ให้ใครต้องซ้ำใจ ไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะดูผิดแปลกไปไหม แต่ถ้าทำแล้วมีความสุข
ไม่ทำให้เดือดร้อนใคร นั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ผิด ความรักไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับคนสองคนเสมอไป แต่มันขึ้นอยู่กับหัวใจของ
คนที่รักกันมากกว่า

kuma1.gif  
จบแบบนี้ไม่รู้ว่าจะประทับใจกันไหม แต่ไรเตอร์ว่ามันโอเคแล้ว 5555
ไม่อยากให้เศร้า ไม่ค่อยชอบแต่งเศร้าสักเท่าไหร่
ใครที่ไม่ชอบก็ขอโทษด้วยนะ ไรเตอร์ชอบแบบแฮปปี้

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

[SF] Unforget Love – Onew Key Minho 1/2

page5.jpg


ทำไมฉันถึงลืมนายไม่ได้สักที ทั้งที่นายทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ ทั้งที่นายเป็นคนผลักไส่ฉัน ทั้งที่นายทอดทิ้งฉันก่อน
ชเว มินโฮ!

"อื้ออ...คีย์ "
"อ๊ะ...อ๊าาา อนยู"

ร่างสองร่างที่นอนร่วมรักบนเตียงกว้าง พร้อมเหงื่อที่รินไหลเปรียบดั่งเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ ความลุ่มหลง
ของอนยูกับความคับแค้นต้องการประชดประชันของคีย์ ทำให้บทรักนี้รุนแรงจนเตียงทั้งเตียงสั่นไหว
พร้อมเสียงครางที่ดังระงมไปทั่วห้อง

"อนยู...อือ...เร็วอีก...คีย์ใกล้แล้ว"

เสียงหวานที่พูดเชิญชวน ปลุกเร้าให้อีกฝ่ายเร่งการสอดใส่เข้าไปในตัวอีกคนมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งได้รับการกระแทกสวนกลับมาจากร่างเล็กพอๆกัน ยิ่งทำให้อารมณ์รักแทบจะ โหมกระหน่ำมากขึ้นทุกที

"อ๊ะ...อ๊าาาาา อนยู!!!"
"คีย์ อีกนิด...อึก...อ๊าาาา"

ในที่สุดการเชิญชวนก็ได้รับการตอบสนองกลับมารวดเร็วทันใจ ทั้งสองปลดปล่อยความอยากและความต้องการ
เข้าใส่อีกฝ่ายจนหมด อนยูและคีย์นอนฟุบลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนร่างหนาจะดึงคนตัวบางเข้ามากอดไว้
แต่อีกฝ่ายกลับทำท่าบายเบี่ยงเหมือนกำลังจะรีบลุกหนีไป

"อือ...อย่าสิ่ พอแล้ว คีย์จะกลับบ้าน"
"จะรีบกลับไปไหน อยู่กับฉันนานๆไม่ได้เหรอ"
"คีย์มีธุระ...เดี๋ยวค่อยเจอกันนะ"
"เดี๋ยว...คีย์!"

ร่างเล็กไม่แม้แต่จะรั้งรอตามคำอ้อนวอนของอีกฝ่าย กลับรีบลุกหยิบเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันที
ปล่อยให้อีกคนนั่งหน้าเซ็งเป็นลูกหมาถูกทิ้งก็ไม่ปราน

เมื่อคีย์ออกมาจากบ้านอนยู เขารีบเร่งฝีเท้าเดินไปยังที่ๆเดิม ที่ๆมีความทรงจำอันมากมายที่ไม่อาจจะลืมเลือนได้
ความจริงที่แห่งนี้เขาไม่ควรจะมาเลย แต่ทำไมสมองถึงได้สั่งการให้ต้องมาทุกวัน

"มินโฮ ทำไมฉันถึงลืมนายไม่ได้สักที ทำไม...."

ร่างเล็กเดินไปนั่งที่ม้านั่งในสวนสาธารณะ ที่แห่งนี้ตกแต่งไว้สวยงาม คู่รักทุกคู่จะชอบมาเดท หรือมานั่งพรอดรักกันบ่อยๆ
แต่สำหรับคีย์มันมีอะไรที่มากกว่านั้น ความสุขและความเจ็บปวดทุกอย่างมันเริ่มต้นที่นี้เเละจบลงที่นี้เช่นกัน นานพอควร
ที่คนหน้าสวยกำลังนั่งคิดอะไรอยู่เพลินๆ ไม่นานสายตาคู่เล็กก็หันเหลือบไปเห็นคนที่อยากจะเจอมากที่สุด แต่ก็กลับ
เป็นคนที่อยากจะลืมมากที่สุดเช่นกัน

"มินโฮ!"

ร่างเล็กสถบขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะหันมองไปทางอื่น แต่ในใจกลับเรียกร้องอยากจะเข้าไปหาคนตัวสูงเหลือเกิน
มินโฮเดินผ่านไปโดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย แค่หางตาก็ไม่มี

"มินโฮ เมื่อไหร่ฉันจะลืมนายได้ เมื่อไหร่กัน..."

คีย์เดินร้องไห้ออกมาจากสวนสาธารณะที่เดินมาเฝ้านั่งมองคนๆนี้อยู่เป็นประจำ ทั้งที่เขาไม่เคยแม้แต่จะเหลียวมองกลับมา
ทั้งที่ต้องเดินกลับบ้านพร้อมทั้งน้ำตาทุกวัน แต่ใจก็สั่งให้มารับความเจ็บปวดนี้อยู่ร่ำไป

"ไง มารอฉันเหรอ คีย์"

คนตัวเล็กรีบหันไปยังต้นเสียงของคนคุ้นเคย มินโฮยืนกอดอกพิงต้นไม้มองตรงมาที่เขา สายตาที่ส่งมา
มันไม่สามารถสื่อได้เลยว่า มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่นี้ก็เป็นคำทักทายแรกที่ได้ยิน ตั้งแต่ที่ไม่ได้พบ ไม่ได้คุยกันมานานนับปี

"...ฉัน..."
"มารอฉันรึเปล่า"

มินโฮเดินตรงเข้ามาใกล้ คนตัวบางที่เอาแต่ยืนก้มหน้า ไม่กล้าแม้จะพูดหรือเงยขึ้นไปสบตากับเขา
ที่เอาแต่จ้องมองตาไม่กระพริบ

"ถ้าไม่ตอบถือว่าฉันพูดถูก"
"...ไม่!"
"ไม่เหรอ...แล้วความจริงละ นายมาที่นี้ทำไม"
"นายจะมาสนใจอะไร ฉันจะมาทำอะไร มันก็เรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยว"
"งั้นเหรอ ..."
"อ๊ะ มินโฮ!"

คนร่างสูงยึดจับข้อมือเล็กไว้แน่นแล้วดึงให้อีกคนเซเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด

"นายจะทำอะไรนะ!"
"ก็ทำให้คนปากแข็งยอมรับความจริงไง"
"ความจริงอะไร"
"คีย์คิดถึงฉันมากใช่ไหม ถึงได้มารอที่นี้ทุกวัน"
"นะ นาย...พูดอะไร ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้..."

คนร่างสูงรีบฉกฉวยกดจูบลงไปยังริมฝีปากบาง ทั้งรุนแรง ทั้งโหยหา และมันค่อยๆอ่อนหวานจนแทบละลาย
มินโฮบดเบียดจูบลงมาแทบไม่ให้อีกคนได้มีอากาศหายใจ

"อื้อออ..."

เสียงครางไม่รู้สับที่ดังในลำคอของคนร่างเล็ก ยิ่งเพิ่มความต้องการของมินโฮให้อยากบดขยี้ริมฝีปากของตัวเองลงไปอีก
อ้อมแขนก็รัดเอวบางแน่นขึ้นอีก จนแทบจะจมหายเข้าไปอยู่ในตัวของคนร่างสูง

"มินโฮ...ทำไมนาย...อ๊ะ!"

คนตัวสูงผลักอีกคนให้เเนบกับต้นไม้ใหญ่ แล้วตามประกบซ่อนทับร่างเล็กต่อทันที ริมฝีปากหนากดเม้มลงที่ต้นคอ
ดูดเม้มจนมันเกิดรอยสีแดงเป็นวงๆไปทั่ว แถมยังขยับของๆตัวถูไถเข้าไปในซอกขาของคีย์ ปลุกเร้าอารมณ์ที่อัดอั้น

"เมื่อกี้นายจะถามอะไรฉัน...หืม?"

คีย์เม้มปากเพื่อเก็บกดแรงประทุที่มันตื่นตัวภายในร่างกายอยู่นาน กว่าจะพูดตอบคำถามของอีกคนได้

"ทำไม...นายถึง...ทำอย่างนี้กับฉัน"
"ฉันคิดถึง ฉันไม่เคยลืมนายได้เลยรู้ไหม จะใครก็แทนคีย์ไม่ได้สักคน"

คำพูดหวานๆที่อาจจะเป็นแค่คำหลอกลวงถูกแทรกซึมเข้าไปถึงจิตใจที่โหยหาของคนร่างเล็กได้เป็นอย่างดี
ถึงแม้จะเป็นแค่คำหลอกลวง ถึงแม้จะแค่พูดไปเพราะความต้องการในตัวเขา ถึงแม้จากวันนี้ไปเขาจะต้องกลับไปเสียใจอีก
แต่สุดท้ายคีย์ก็เลือกที่จะให้มันเป็นไปอย่างนั้น

"มินโฮ...อื้อออ เดี๋ยว"
"หืม..."
"ไปทำที่บ้านดีไหม ตรงนี้มัน..."
"ตรงนี้แหละ ฉันอยากทำตรงนี้"

มินโฮรีบถกกางเกงของคีย์ลงให้พ้นทาง แท่งกายของคีย์ที่ตั้งชันออกมารับลมหนาวที่พัดผ่าน ถูกมินโฮจับรูดขึ้นลง
ก่อนจะก้มลงไปดูดเลียส่วนนั้นของคีย์ให้เต่งบวมขึ้นอีก

"อ๊ะ...อื้อออ"

ร่างเล็กส่งเสียงร้องครางทุกครั้งที่ริมฝีปากหนาดูดของๆเขาแรงๆ มือเรียวสองข้างเอื้อมไปกดศีรษะของมินโฮ
ให้ลงมาแนบชิดส่วนนั้นมากขึ้นอีก พร้อมทั้งเรียกร้องให้มินโฮเร่งการปรนเปรอให้เขาไปถึงฝั่งสักที

"มินโฮ...อื้อออ...ตรงนั้นแรงๆ...กดลงมาอีก..."
"อือออ"

ร่างสูงเร่งดูดอมแท่งกายของคีย์เเรงมากขึ้นตามคำขอ จนเมื่อแรงประทุถึงจุดเดือดคีย์จึงปล่อยน้ำจากตัวเขา
ฉีดพุ่งใส่ปากของมินโฮจนหมด

"มินโฮ....อ๊ะ อ๊าาาาา"

คนตัวสูงกลืนน้ำของคีย์เข้าไปจนหมด แถมยิ่งเลียส่วนที่ไหลรินลงมาตามง้ามขาให้จนแทบไม่เหลือคราบติดบนร่างบาง
คีย์ยืนหอบหายใจให้มินโฮโลมเลียร่างกายต่อสักพัก จนกระทั่งร่างสูงทนไม่ไหวจึงออกคำสั่งให้คนตรงหน้ารองรับแรงประทุของเขาบ้าง

"คีย์...หั่นหลังหน่อย"
"อะ...อืม"

ร่างน้อยทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอน เขาหั่นหลังคำสั่งแล้วเอามือทับกับต้นไม้สูงไว้ ท่าทางว่าง่ายแถมยั่วยวนแบบนี้แหละ
ที่มินโฮชอบนักหนา เพราะคีย์เป็นของตายสำหรับเขาอย่างนี้ เพราะง่ายสำหรับเขาอย่างนี้ มินโฮจึงได้มองข้ามคนร่างเล็ก
ไปได้ไม่ยาก แต่เขาก็ยอมรับว่า คีย์เป็นคนเดียวที่เต็มเติมความสุขของเขาได้ดีกว่าคนอื่นๆที่ผ่านมา

"อื้อออ...คีย์ น่ารักจัง"
"มินโฮ....."

มินโฮถูไถแท่งกายของเขาลงไปตรงง่ามก้นนิ่มแรงๆ แล้วใส่เข้าไปรวดเดียวจนสุดมิดด้าม

"อ๊ะ...อ๊ายยย..."
"คีย์...อ๊าาา"

ร่างเล็กสะดุ้งเกร็งตัว มือทั้งสองข้างเกร็งจับต้นไม้ไว้แน่น ยิ่งมินโฮกระแทกแท่งกายเข้าใส่มากเท่าไหร่ร่างบางยิ่งเกร็ง
สะท้านหอบหนักมากเท่านั้น ทั้งๆที่เพิ่งจะผ่านการทำเรื่องแบบนี้มาไม่ถึงชั่วโมง แต่ทำไมเขาถึงได้ต้องการแค่คนๆนี้คนเดียว

"คีย์...ยังเยี่ยมเหมือนเดิมเลยนะตรงนี้เนี่ย มันดีจริงๆ"
"มินโฮ...อ๊าาา...เร็วอีกสิ...คีย์ต้องการของๆมินโฮ"
"ได้...อึก...งั้นร้องให้ฉันอยากเยอะๆแล้วกัน...อื้อออ"
"อะ อ๊ะ...อ๊าาา...ดี...มินโฮ....อื้อออ"

มินโฮดุดันแท่งกายเข้าออกแรงและเร็วจนช่องทางเล็กเปิดออกกว้าง เขากระแทกเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำอีก
เร่งจังหวะจนคีย์ถึงกับยืนไม่ไหว ต้องเอามือโอบต้นไม้ แล้วส่งก้นงอนของตัวขึ้นไปตั้งรับแท่งกายของอีกคน

"อือ...อ๊าาา...มินโฮ...อย่าปล่อยข้างในนะ"
"อื้อออ...ทำไมละคีย์"
"คีย์อยากชิมน้ำของมินโฮบ้าง"
"อ๊าาา...คีย์"

ทำพูดแสนยั่วของคีย์ทำมินโฮแทบคลั่ง ร่างสูงจับก้นสวยขย้ำบีบมันจนแดงแล้วกระแทกแท่งกายเข้าออกถี่ขึ้นอีก
จนเมื่อใกล้ถึงจุด เขาจึงดึงมันออกมา แล้วจับใบหน้าสวยให้หั่นมารับน้ำที่พุ่งออกจากตัวเขาจนหมด
คีย์ดูดเลียน้ำสีขุ่นอย่างกับเป็นน้ำหวานที่แสนอร่อย ไม่ว่าคราบน้ำของมินโฮจะติดอยู่ที่ไหนร่างบางก็ไล้เลียกลืน
มันเข้าไปจนไม่เหลือร่องรอย

"ชอบเหรอ ของๆฉันเนี่ย"
"ชอบสิ...อร่อยจัง ดูสิยังมีติดอยู่ที่ปากด้วยนะ"
"ไหน ตรงไหนน๊า"

มินโฮจับค้างสวยขึ้นมา แล้วมองไปที่ริมฝีปากบางที่มีคราบน้ำของเขาติดอยู่นิดหน่อย เขาค่อยๆใช้นิ้วโป้งปาด
คราบน้ำรักจากปากคีย์ส่งเข้าปากตัวเอง พร้อมทั้งดูดนิ้วนั้นจนมีคราบน้ำลายติดเยิ้มออกมา ก่อนจะส่งนิ้วโป้งนั้น
ใส่กลับเข้าไปในปากของคีย์ ร่างบางเองก็ดูดเลียมันยั่วอีกฝ่ายซึ่งๆหน้า

"ทำไมถึงได้ยั่วแบบนี้นะ แล้วจะไม่ให้ฉันกลับมาหานายได้ยังไง...หืม"
"งั้นไปต่อที่บ้านดีไหม
"ยังไม่พออีกเหรอ ฉันนึกว่าคีย์จะเหนื่อยแล้วซะอีก"
"ถ้าเป็นมินโฮกี่รอบคีย์ก็ยอมทั้งนั้นแหละ"

หลังจากแต่งตัวเสร็จ ทั้งสองจึงโอบกอดกันเดินไปยังบ้านของมินโฮต่อทันที ตั้งแต่ไปถึงบ้านมินโฮพวกเขาก็รีบขึ้นไปบนห้องนอน
จนเกือบเช้ากว่าจะได้ฟุบตัวลงนอนพักผ่อนจริงๆสักที แต่ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังนอนกอดก่ายกันอยู่
ยังมีใครอีกคนที่นั่งหัวเสีย อารมณ์คลุ่มคลั่งแทบบ้า ค่อยแต่นั่งกดโทรศัพท์หาคนที่รักจนไม่เป็นอันทำอะไร
ในหัวมีแต่ชื่อคีย์ ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กจะทำอะไรอยู่ ตอนนี้อยู่กับใครรึเปล่า จะคิดถึงเขาบ้างไหม

"คีย์ นายอยู่ไหน รู้ไหมว่าฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว!"

รุ่งเช้าของวันใหม่ แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามากระทบกับใบหน้าของร่างบางที่นอนเบียดเสียดอิงซบอยู่บนหน้าอกของคนร่างสูง
คีย์ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบขึ้นไปมองคนร่างสูงที่นอนแนบอิงหมอนอย่างสบายใจ เขาจ้องมองมินโฮอยู่นาน
ยิ่ง ได้อยู่ใกล้ ยิ่งได้สัมผัส ยิ่งทำให้เขาลืมคนๆนี้ยากเหลือเกิน ทั้งที่ทำให้เขาเจ็บปวดมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่ก็เลิกรักไม่ได้สักที
ใบหน้าสวยเลื่อนเข้าไปใกล้หน้าคมจนห่างกันไม่ถึงเซน ร่างบางใช้นิ้วชี้แตะลงที่ริมฝีปากหนาเบาๆ ก่อนจะโน้มหน้าของตัวเอง
เข้าไปจูบริมฝีปากนั้นอย่างอ่อนโยน แค่จูบธรรมดาที่ไม่ได้เร่าร้อนอะไร แต่มันบ่งบอกถึงความรู้สึกของคนจูบได้เป็นอย่างดี
มินโฮที่หลับอยู่พอรู้สึกถึงไออุ่นที่ได้รับจากร่างเล็ก แขนทั้งสองข้างที่กอดเอวบางไว้หลวมๆ ก็กลับรัดแน่นขึ้น แล้วพลิกร่างบาง
ให้ลงไปนอนอยู่ใต้ร่างของเขาทั้งๆที่ยังจูบกันอยู่ จากจูบที่แสนธรรมดาจึงกลับกลายเป็นเร่าร้อนขึ้นมาทันที เมื่อคนร่างสูงสอด
ใส่ลิ้นเข้าไปในปาก มินโฮระดมจูบร่างบางอยู่นานกว่าจะยอมปล่อยให้เป็นอิสระ

“อื้อ....มินโฮ”
“....คีย์ปลุกฉันเองนะ”
“ไม่ได้อยากปลุกสักหน่อยแค่อยากจูบเท่านั้นเอง”
“เมื่อคืนฉันยังจูบไม่พอหรือไง....หึม?”
“บ้า...ไม่พูดด้วยแล้วไปอาบน้ำดีกว่า”
“ฮาๆๆ งั้นมินโฮไปอาบด้วยนะ จะได้ช่วยถูหลังไง”
“แค่ถูหลังแน่เหรอ?”
“ทำอย่างอื่นด้วยก็ได้ ถ้าคีย์อยากให้ทำ”
“ลามก...ไม่เอาด้วยหรอก ปวดตัวจะแย่อยู่แล้ว”
“ไหน...ปวดตรงไหนน๊า...?”

มินโฮแกล้ง เอามือบีบๆนวดๆจนร่างเล็กจั๊กจี้หัวเราะลั่นห้อง แล้วรีบลุกจากเตียงวิ่งหนีคนขี้แกล้ง ทั้งสองวิ่งไล่กันจนไปถึงห้องน้ำ
พอเข้าไปในห้องน้ำทั้งคู่ก็ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงถึงออกมาได้ คีย์ถูกอุ้มออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทางอ่อนเพลีย มินโฮวาง
ร่างบางลงบนเตียงแล้วจัดการเช็ดตัวให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า คีย์ที่เอาแต่ยิ้มหวานจึงถูกหอมแก้มนิ่มให้ ฟอดหนึ่ง

“คีย์”
“หืม...อะไรเหรอมินโฮ?”
“แต่งตัวเสร็จแล้วฉันจะไปส่งนะ”
“...แต่คีย์ไม่อยากกลับบ้านเลย ขออยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ...น๊า~”
“เด็กดื้อ วันนี้ฉันมีธุระเดี๋ยวเย็นนี้เราค่อยเจอกันนะ”
“อืม...ก็ได้...”

หลังจากแต่งตัวเสร็จ มินโฮจึงพาคีย์ไปส่งถึงบ้าน แต่พอมินโฮจะกลับ ร่างเล็กดันออดอ้อนดื้อดึงไม่ยอมท่าเดียว
จนแล้วจนรอดเขาก็ต้องยอมแพ้ปล่อยให้มินโฮกลับไป ส่วนตัวเองก็ได้แต่ยืนมองตามหลังคนร่างสูงจนเดินหายลับตา
คีย์เดินกลับเข้าบ้านด้วยอารมณ์ที่ร่าเริงกว่าทุกๆวัน พอถอดรองเท้าเสร็จกำลังจะเดินขึ้นห้องนอน ยังไม่ทัน
ที่จะได้เหยียบเท้าก้าวขึ้นบันได ร่างบางกลับเจอใครคนหนึ่งนั่งหลับเอาหัวพิงกำแพงอยู่ที่บันไดขั้นแรก

“อนยู!”

คีย์ร้องออกมาด้วยความแปลกใจ ทำไมอนยูถึงต้องมานั่งหลับตรงนี้ มารอเขางั้นเหรอ เพราะเขางั้นเหรอ
ร่างบางยืนมองอีกคนอยู่นาน ใบหน้าของอนยูที่ดูเคร่งเครียด สีหน้าที่ซีดเซียวดูท่าทางเหมือนจะไม่ได้นอนมาทั้งคืน
แถมมือข้างขวายังกำโทรศัพท์ไว้แน่น บางครั้งก็เพ้อเรียกชื่อเขา คีย์ค่อยๆนั่งลงไปข้างๆอนยู ไม่รู้เพราะอะไร
จู่ๆน้ำตาของร่างบางก็ไหลออกมา

“ขอโทษ...อนยู ฉันขอโทษ”
“คีย์!”

อนยูโผล่เข้ากอดคนข้างกายไว้แน่น คีย์เองก็เอาแต่ร้องไห้ก้มหน้าไม่พูดอะไรเลยสักคำ

“คีย์เป็นอะไร ใครทำอะไรบอกฉันมานะ ฉันจะไปจัดการมันเอง”
“ไม่มีใครทำอะไรหรอก...”
“แล้วคีย์ร้องไห้ทำไม”
“ฉันเสียใจ...อนยู ฉันทำผิดต่อนาย...เมื่อคืนฉัน...”
“คีย์...ไม่ต้องพูดหรอก”
“แต่ว่าฉัน...อยู่กับ...”
”คีย์!ฉันบอกว่าไม่ต้องพูดไง ฉันไม่อยากรู้หรอกนะว่านายจะไปอยู่กับใคร จะทำอะไรกับใคร ขอแค่อย่างเดียว...อย่าทิ้งฉันไปได้ไหม”
“อนยู...”
“อย่าเลิกกับฉันได้ไหม อย่าพูดถึงคนอื่นตอนที่อยู่กับฉันได้ไหมคีย์”
“อนยู...แต่ถ้าทำอย่างนั้นคนที่จะเจ็บก็คือนายนะ...ทำไมนายยัง...”
“ฉันรักคีย์ ขอแค่นายอยู่กับฉัน ขอแค่ให้ฉันได้เห็นหน้านายทุกวันแค่นี้ก็พอ...นะ...ฉันขอแค่นี้จริงๆ”
“อนยู...”

ร่างหนาลุกขึ้นอุ้มคีย์ ไปยังห้องนั่งเล่น เขาค่อยๆวางคนในอ้อมกอดนั่งลงที่โซฟา แล้วเลื่อนตัวลงไปนั่งข้างๆ

“หิวข้าวรึเปล่าคีย์ ฉันไปทำอะไรให้กินดีไหม”
“ไม่ต้องหรอกคีย์ยังไม่หิว”

จู่ๆ ร่างเล็กก็ขยับไปนั่งบนตักของอนยู เขานอนเอนพิงกายแนบซบอกหนาอย่างสบายใจ นี้เป็นครั้งแรกที่
เขารู้สึกดีที่ได้อยู่กับคนๆนี้ ตอนแรกแค่คิดว่าอนยูเป็นเพียงคนที่ค่อยช่วยให้เขาหายเหงาเท่านั้น ใจจริง
เขาไม่เคยคิดจะจริงจังกับคนๆนี้เลย แต่วันนี้ทำไมเขาถึงได้มีความรู้สึกกับอนยูต่างจากที่ผ่านมา

“หนาวเหรอ”
“กอดอนยูอย่างนี้ คีย์ไม่หนาวหรอก”
“งั้นกอดฉันแน่นๆนะ”
“อืม...อนยู”
“อะไรเหรอยูริ?”
“ฉันได้ยินเสียงหัวใจนายเต้นด้วย...เต้นเร็วจัง”
“ก็เพราะคีย์นั้นแหละ หัวใจฉันถึงได้เต้นเร็วขนาดนี้”
“อะไรกันมาโทษคีย์ได้ไง”
“แล้วมันจริงไหมละ ทั้งเมื่อวานแล้วก็วันนี้คีย์ทำฉันแทบบ้าเลยรู้ไหม”
“ขอโทษ...”
“ไม่ยกโทษให้หรอกเด็กเกเร”
“งั้นให้หอมแก้มทีนึง”
“แค่หอมแก้มเหรอ?”
“จูบด้วยก็ได้”
“ก็ได้...แต่คีย์ต้องเป็นคนทำนะ”
“อ้าว...ทำไมพูดอย่างนี้ละ อนยูเอาแต่ใจที่สุดเลย”
“แล้วคีย์จะตามใจฉันรึเปล่า”

ร่างบางไม่ได้ตอบด้วยคำพูดแต่ตอบด้วยการกระทำ คีย์เลื่อนมือไปแตะแก้มของอนยู ลูบไล้ตั้งแต่หน้าผากจรดปลายคาง
ก่อนจะก้มหน้าลงไปจนปลายจมูกชนกัน คีย์เอียงหน้าเล็กน้อยเพื่อให้สามารถจูบคนร่างหนาได้ถนัดขึ้น

“อื้อออ...”

เสียงครางอื้ออึงของอนยูบ่งบอกความพึงพอใจที่ร่างเล็กมอบให้ได้เป็นอย่างดี คีย์กอดคอหนาไว้แน่นพร้อมทั้งจูบ
บดเบียดลงไปมากขึ้นอีก อนยูเองเริ่มอยู่ไม่สุข มือหนาลูบไปมาทั่วร่างบางอย่างสนุกมือ ยิ่งไปกว่านั้นคนนั่งค่อมยัง
ขยับร่างกายส่วนล่างให้เสียดสีกับของๆอีกคนไปเรื่อยๆ จนส่วนนั้นของอนยูเริ่มแข็งพองนูน
ในที่สุดร่างหนาก็ทนไม่ไหว จับอีกคนกดนอนราบกับโซฟา แล้วตามจูบบดขยี้ลงไปทั่วร่างเล็ก อนยูเร่งถอดเสื้อผ้า
ของคีย์ออกจนหมด พร้อมทั้งเสื้อผ้าของเขา ทั้งสองนอนทอดกายกอดรัดกันอย่างเร่าร้อน อนยูขยับแท่งกายเสียดสีกับของๆคีย์
จนน้ำสีขุ่นค่อยๆไหลออกมาจากตัวของทั้งคู่

“อ๊า...อนยู...”
“อือ...อื้อ...”

อนยูเม้มปากแน่นจนเมื่อร่างกายแทบทนไม่ไหว เขาเริ่มใส่ของๆตัว เข้าไปในช่องทางแคบ ก่อนขยับมันเข้าออกช้าๆ
แล้วจนสามารถใส่เข้าไปได้สุดแท่ง

“อะ อ๊ะ...อนยู...ตรงนั้นมัน...อ๊า...”
“มันแน่นเลยคีย์...อื้อ...รู้สึกดีจัง”

แท่งกายหนาขยับค่อยๆสอดใส่แรงขึ้นตามอารมณ์รัก ก่อนจะรัวถี่ขึ้นจนช่องทางด้านหลังของคีย์ขยายออกเป็นรูกว้าง
ยิ่งขยับแรงทั้งสองก็ยิ่งครางหนักขึ้น เสียงครางดังลั่นไปทั่วห้อง พร้อมทั้งเสียงร่างกายที่กระทบกัน

“อนยู...ดี...แรงแบบนั้น...อึก...อื้อออ”

อนยูอุ้มร่างบางขึ้นนั่งทับบนตัก แล้วกระทุ้งเอวเข้าใส่ จนคนด้านบนตัวสั่นคลอนไปตามแรงที่ใส่เข้ามา
คีย์กัดปากแน่นแขนพร้อมโอบลำคอหนาไว้แน่น จนเหมือนทั้งสองกำลังกอดกันอยู่

“คีย์...อ๊า...ดีไหมแบบนี้”
“ดี...แรงอีกสิ...ใส่เข้ามาแรงๆเลย”

ยิ่งร่างบางพูดขอร้อง ครางอ้อนเขาเบาๆ ยิ่งทำให้อนยูแทบคุ้มสติไม่อยู่ คีย์เร่าร้อนจนเขาแทบคลั่งทุกครั้งที่มีเซ็กส์กัน
แต่สักพักกลับมีเสียงโทรศัพท์มือถือของคีย์ดังขึ้น แน่นอนว่าทั้งสองไม่คิดจะรับอยู่แล้ว แต่เพราะมันดังโดยไม่มีท่าทีจะหยุด
อนยูเลยประคองร่างเล็กให้นอนราบลงกับโซฟาอีกครั้งแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของคีย์ขึ้นมาเพื่อกดปิด
แต่พอเห็นชื่อคนที่โทรมา เขากับทำในสิ่งร้ายกาจลงไป อนยูกดรับมันแล้ววางไว้บนโต๊ะตัวเล็ก ที่วางอยู่ข้างโซฟา

“อะ อ๊า อนยู”
“คีย์...ต่อเลยนะ”
“อะ อ๊าย...อนยู!”

อนยูดันของๆเขาใส่ร่างเล็กทีเดียวจนสุด จนคีย์ถึงกับร้องครางออกมาด้วยความเสียวซ่านจับใจ ร่างหนาพยายาม
กระแทกแท่งกายเข้าออกแรงๆเพื่อให้คีย์ร้องครางดังๆ เขาอยากให้เสียงครางของคีย์ ดังเข้าไปถึงคนปลายสายที่ฟังอยู่

“คีย์...ต้องการฉันใช่ไหม”
“อ๊ะ...อนยู”
“ตอบฉันหน่อยสิ...”
“อือ...ต้องการ...ต้องการมาก..อะ อ๊า”

อนยูยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างผู้ชนะ เขาคิดว่าคนปลายสายน่าจะได้ยินแล้ว เขาเองก็สำคัญกับคีย์ไม่น้อยไปกว่าหมอนั้นเลย
มินโฮที่ยืนฟังอยู่กำโทรศัพท์จนแน่น แทบจะบดขยี้โทรศัพท์ให้แหลกคามือเลยก็ว่าได้

“อ๊ะ...อ๊า เร็วอีกอนยู...ยูคีย์จะไม่ไหวแล้ว...
“อื้อ...พร้อมกันนะคีย์”

อนยูจับขาเรียวแยกออก แล้วกระแทกแท่งกายเข้าไปไม่ยั้ง ทั้งแรงทั้งหนักจนร่างบางถึงกับเด่งตัวขึ้นลงรับน้ำหนักที่เข้ามาแทบไม่ไห

“อะ...อะ อ๊า...อนยู เร็วอีก...อีกนิดเดียว”
“อึก...อื้อ...”

อนยูอุ้มคีย์ขึ้นยืนแล้วดันแท่งกายเข้าใส่แรงและเร็วกว่าเดิม ทั้งสองกอดกันแน่นจนแทบจะกลื้นเป็นคนๆเดียวกัน
ทั้งคู่เร่งเครื่องอยู่ได้ไม่นาน ในที่สุดน้ำรักก็ปล่อยออก

“อะ อะ...อ๊า อนยู!!!”
“คีย์...อื้อ...อ๊า!!!”

ครั้งนี้น้ำรักออกมาเยอะกว่าทุกครั้ง นั้นแสดงถึงความต้องการของพวกเขาที่มีต่อกันมันมากกว่าที่ผ่านมา
ทั้งคู่นั่งกอดกันโดยที่ยังไม่มีการขยับร่างกายส่วนใดๆออก สักพักพอหายเหนื่อยอนยูก็อุ้มคีย์ขึ้นไปบนห้อง
แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ว่าคนปลายสายได้ตัดสายไปหรือยัง หรือว่ายังฟังอยู่
แต่ผลก็คือสายได้ตัดไปสักพักใหญ่แล้ว

ตอนนี้เขาได้กลายเป็นคนไม่ดีไปแล้วใช่ไหม แต่เพราะเขาไม่อยากที่จะเสียคีย์ไป เพราะเขารักคนๆนี้มากเหลือเกิน
เพราะความรักจึงทำให้เขาต้องกลายเป็นคนเห็นแกตัว แต่ถ้ามันจะทำให้เขามีคีย์อยู่ข้างๆตลอดไป เขาก็ยอม


เป็นฟิคแปลงนะฮับ มีคำผิดพลาดใด ชื่อตัวละครผิดไปขอภัยอย่างสูง(แล้วบอกกันด้วยนะ 555)
หวังว่าคงจะชอบกัน จะจบแบบไหนต้องติดตาม ไม่นานเกินรอ เดี๋ยวนี้ชอบแต่งแบบ 3P 555
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(1)

[SF] Marry Me? - OnKey...The End

tumblr_m1e8m54lgx1qe4x2ao1_1280.jpg

credit pic :tumblr


อนยูประคองกอดคนตัวบางวิ่งเข้าบ้านแข่งกับฝนที่ตกหนัก จะปล่อยให้คนในอ้อมกอดอยู่ห่างตัวบ้างก็ตอนที่ไขกุญแจเข้าบ้านเนี่ยแหละ

“คีย์นั่งที่โซฟาก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาผ้าเช็ดตัวก่อน”

พูดจบร่างหนาจึงรีบวิ่งขึ้นห้องตน หาผ้าขนหนูผืนใหญ่สักผืน ก่อนจะวิ่งกลับมาหาคนรักที่นั่งตัวสั่นบนโซฟา

“ขึ้นไปอาบน้ำนอนดีกว่านะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”
“อือ”

คีย์ก้มหน้าซุกอกหนาเหมือนเด็กขี้อ้อน แต่นั้นกลับทำให้อนยูรู้ว่าคนในอ้อมกอดกำลังร้องไห้อยู่

“ไม่เป็นไรนะคนดี”
“ฮึก ฮือ...พี่อนยู”

ความอ่อนโยนของอนยูมันจะถูกถ่ายทอดผ่านอ้อมกอดอบอุ่นและน้ำเสียงอ่อนโยน ยามที่ร่างบางรู้สึกอ่อนแอเหมือนดั่งในตอนนี้ เวลาที่ฝนตกฟ้าร้องคีย์มักจะวิ่งเข้ามาให้เขาเป็นคนแรก แม้แต่พ่อกับแม่ของตัวเองยังแทบจะไม่สนใจ คีย์ชอบให้เขากอด ชอบให้จูบ ชอบให้เขาจับมือ ชอบให้เขาเป็นที่พิงและชอบนั่งตักเขามากกว่าเก้าอี้เสียอีก ความรักที่เริ่มก่อตัวมาตั้งแต่ยังเป็นแค่คนรู้จักข้างบ้าน และมันเริ่มพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนนี้แทบไม่รู้เลยว่า มันจะมีที่สิ้นสุดไหมกับความรักของเราทั้งคู่

“พี่...อ่ะ อืออ”

ในห้องนอนสีขาวสะอาด และในบรรยายกาศที่แสนจะเป็นใจ บางทีความยับยั้งช่างใจก็อาจจะเหือดหายไปได้ ก็แค่คนธรรมดาไม่ใช่พระอิฐพระปูน ใครมันจะมีสติพอในสถานการณ์แบบนี้

“คีย์...อึก..อื้อ”

ร่างกายทั้งสองกำลังหลอมเป็นหนึ่งเดียว เตียงสีขาวสั่นไหวโยกเอนบ่งบอกถึงการกระทำของคนที่กำลังร่วมสุขได้เป็นอย่างดี ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งเข้าใกล้ความสุขที่เฝ้าทวินหา สองร่างกอดรัดกันแน่นขึ้น ไม่นานน้ำสีขุ่นใสก็ไหลรินออกมา ก่อนทั้งคู่จะหลับเข้าสู่นิทราจนถึงรุ่งเช้า

ติ๊ดๆๆ
“อือ”

อนยูงัวเงียตื่นเหมือนเช่นทุกเช้า ก่อนจะใช้มือคลำหาเจ้านาฬิกาปลุกที่ตั้งเวลาไว้แล้วปิดมันลง จำได้ว่าวันนี้วันเสาร์ ร่างหนาเลยยังคงนอนแช่ใต้ผ้าห่มและกอดหมอนข้างใบโปรด แต่...หมอนข้างมันกลับเปลี่ยนไปชอบกล

“เฮ้ย!”
“อือ...อะไรกัน พี่จะเสียงดังทำไม”

ร่างหนาเด้งตัวขึ้นจากผ้าห่ม มองดูคนที่นอนข้างกายอย่างตกตลึง ทั้งๆที่เมื่อคืนตัวเองเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ ยังลืมได้

“คีย์ คือ...คือว่าพี่...พี่...”
“อะไร พี่อะไร”
“พี่ขอโทษ...พี่เสียใจ คือพี่...”

เพียะๆๆ
มือนิ่มตีอีกคนไม่หยุด แถมน้ำตาก็เริ่มคอเบ้าจนจะหยดลงข้างแก้มแล้ว
“พี่อนยู! คนเลว คนใจร้าย ทำไมพูดแบบนี้”
“คีย์...คีย์เดี๋ยวก่อน...คีย์…”
“ฮึก...พี่พูดแบบนี้แสดงว่าเรื่องเมื่อคืนพี่ไม่ได้ตั้งใจใช่ไหม จะทิ้งคีย์แล้วใช่ไหม”
“ไม่! ไม่ใช่...ไปกันใหญ่แล้ว พี่แค่รู้สึกผิดที่พี่เป็นผู้ชายไม่ได้ พี่ฉวยโอกาสกับคีย์ พี่น่าจะรอให้เราแต่งงานกันก่อน”
“...แต่งงาน”
“ใช่...เราควรจะแต่งงานกันก่อน แต่พี่กลับ...ทำแบบนี้”
“แต่คีย์เต็มใจ พี่ไม่ผิดหรอก ไม่มีใครผิด”
“งั้น...คีย์เรียนจบ เราแต่งงานกันเลยนะ”
“โหย...ของ่ายไปป่ะเนี่ย”
“ก็คีย์เป็นของพี่แล้ว ไม่รู้แหละ เรียนจบปุ๊บพี่จะจัดงานแต่งงานเลยดีไหม”
“บ้า...เวอร์เกินไปล่ะ อีกตั้งหนึ่งปี รอให้ได้ละกัน”
“พูดแบบนี้แสดงว่า ตกละ...”

ผ้าห่มพื้นนุ่มถูกยกขึ้นปิดปากคนพูดมาก ร่างเล็กผลิกตัวขึ้นไปค่อมคนตัวหนา แกล้งอีกคนให้หายใจไม่ออก จะได้ไม่ต้องพูดมากอีก

“ฮะ ฮัดชิ้ว!”

เหมือนจะถูกเจ้าเม็ดฝนเมื่อวานเล่นงาน คนที่นั่งค่อมร่างหนาใต้ผ้าห่ม จู่ๆก็จามขึ้นแถมยังทำท่าฟึดฟัดเหมือนน้ำมูกจะไหลอีกตังหาก

“ไม่สบายรึเปล่า ไหนพี่ดูสิ”

อนยูรีบมุดออกมาจากผ้าห่ม ใช้หลังมือแตะหน้าผากมน ข้างแก้มกับลำคอ จนแน่ใจว่าคนรักคงจะเริ่มเป็นไข้แล้วแน่ๆ

“เพราะตากฝนเมื่อคืนแน่เลย แถมเรายัง...เออ...ยัง...”
“หิวข้าว!”
“เอ๋?”
“คีย์ หิวแล้ว”

คนหน้าสวยพูดแก้เขิน แก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะสิ่งที่คนรักกำลังจะพูด มันน่าอายจนใครจะทำฟังได้

“งั้น เดี๋ยวพี่ลงไปทำกับข้าว...คีย์ก็เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าซะนะ”
“อืม”
“แต่ถ้าไม่ไหว พี่ทำ...”
“ไม่...ไม่ต้อง คีย์ทำเองได้”

อนยูหอมแก้มแดงแจ๋ให้ที ก่อนจะลุกไปอาบน้ำแล้วลงไปทำกับข้าวให้คนรัก
อาหารมื้อเช้า(เกือบเที่ยง) ผ่านพ้นไปด้วยดี ถึงจะไม่ได้เลิศรสมากมาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกินไม่ได้ ตอนแรกอนยูคิดโปรแกรมไว้ว่าวันหยุดวันนี้จะพาคีย์ไปเดท แต่พอเห็นคนรักทั้งจามทั้งไอจนหน้าแดง แถมตัวก็ร้อนรุมๆ แบบนี้คงต้องงดไปก่อน ทั้งวันอนยูหมดเวลาไปกับการเฝ้าดูแลคนป่วย ยิ่งคีย์ไม่สบายความขี้อ้อน เอาแต่ใจยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิมที่เป็นอยู่แล้ว (นิดหน่อย)

“พี่อนยู...” นั้นไงทั้งสายตาแล้วก็น้ำเสียงอ้อนๆ
“ครับ...คีย์จะเอาอะไร”
“กอดหน่อย”
“ก็กอดอยู่ไง”
“แน่นอีก”

อนยูกระชับกอดแน่นตามที่ขอ พร้อมหอมแก้มนิ่มแถมให้อีก

“อือ...คีย์ไม่ได้ให้หอมนะ”
“แถม”
“บ้า...”
“ดีขึ้นไหม ยังปวดหัวอยู่รึเปล่า”
“นิดหน่อยฮะ”
“หิวยัง”
“ยังเลย...อยากนอน”
“ครับ...งั้นนอนนะจะได้หายเร็วๆ”

มือหนาปัดเส้นผมที่ปกคลุมอยู่ข้างขมับคนรัก เขาเฝ้ามองดูใบหน้าของคนที่หลับใหลอย่างเอ็นดู ก่อนจะหลับตามไปอย่างอ่อนเพลียเช่นกัน

เช้าของอีกวัน

“อือ...ทำไมมันร้อนอย่างนี้เนี่ย”

คนตัวเล็กตื่นขึ้นจากไอร้อนที่แผ่ไปทั่ว นี้เขาอาการหนักขึ้นเหรอ แต่พอจับตัววัดไข้ดูแล้ว มันก็ทุเลาลงบ้างแล้วหนิ แต่ทำไมถึงได้ร้อน

“พี่อนยู...พี่...”

ถึงกับบางอ้อ ที่แท้คนที่เฝ้าไข้กลับเป็นไข้ซะเอง แล้วที่นี้จะดูแลกันยังไงเนี่ย คนหนึ่งไข้เพิ่งจะลดกับอีกคนที่ไข้ขึ้นสูง งานเข้าคิม คิบอมเต็มๆ

หลังจากที่ต้องผลัดกันดูแลอาการไข้ขึ้นอยู่หลายวัน ทั้งคู่ก็กลับมาใช้ชีวิตตามเดิม ช่วงนี้เป็นเวลาสอบ ซึ่งก็เป็นเทอมสุดท้ายของอนยู เขาดูจะเคร่งเครียดเป็นพิเศษ คีย์เองก็ติวหนังสือเอาเป็นเอาตายไม่แพ้กัน จนถึงเวลาที่ต้องใช้ชีวิตในมหาลัยโดยที่ไม่มีคนตัวหนา แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะห่างหายจากกันไปไหน ทุกเช้าอนยูจะมาส่งและทุกเย็นเขาก็จะมารับคีย์กลับบ้านพร้อมกัน เป็นมาอย่างนี้จนใกล้จะถึงวันที่คีย์จะเรียนจบ

“พี่อนยู อาทิตย์หน้าคีย์ก็จะสอบเทอมสุดท้ายแล้วนะ”
“จริงเหรอ เร็วจัง...แล้วคีย์จะเรียนต่อหรือมาทำงานกับพี่เลยละ”
“...พี่อะ คีย์ไม่ได้อยากพูดเรื่องนั้นสักหน่อย”

ครืดๆๆๆ
“เดี๋ยวนะ พี่รับโทรศัพท์ก่อน”

คีย์ถึงกับเบ้ปาก กอดอกแสดงความไม่พอใจที่คนรักเอาแต่สนใจเรื่องงาน

“ครับ...ประชุมพรุ่งนี้เลื่อนใช่ไหม ได้ๆ งั้นเดี๋ยวผมจะเข้าไปเร็วหน่อยละกัน จะได้มีเวลาเตรียมตัว ผมฝากแทมินบอกมินโฮด้วยนะ”

แทมิน...ชื่อของคนไม่คุ้นเคย ชวนให้ร่างบางอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที หลังจากอนยูวางสายเขาจึงรีบถามทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ดีแต่ก็อดหึงไม่ได้หนิ

“ใครเหรอฮะ แทมิน”
“เลขาพี่นะ”
“ผู้ชายหรือผู้หญิง”
“...หึงเหรอ”
“นี่!อย่ามานอกเรื่อง”
“ฮาๆๆ ผู้หญิง” (เรื่องนี้แทมินเป็นผู้หญิงนะจ๊ะ)
“ผู้หญิง!”
“อืมใช่ ผู้หญิงทำไมเหรอ มีอะไรรึเปล่า”

ระหว่างที่รถกำลังติด อนยูจึงได้ทียื่นหน้าเข้าไปแกล้งร่างบาง รู้ทั้งรู้ว่าหึงแต่เจ้าตัวก็ยังทำเก็ก

“กะ ก็เปล่า...อุ๊บ”

ปากหนาไม่รอให้เสียเวลา เข้าจู่โจมคนปากแข็งจนอ่อนระทวยแทบละลายกับรสชาดดิปคิสที่เพิ่งเคยลองเป็นครั้งแรก

“แฮ่กๆ ทำอะไรเนี่ย คีย์เกือบตาย”
“แค่จูบเอง มากกว่านี้ก็เคย...”
“พี่อนยู ตาแก่ลามก”
“ฮาๆๆ ลามกตรงไหน พี่พูดความจริงหนิ”
“ชิ...ไม่พูดด้วยแล้ว”

อีกวันผ่านไป
ที่ บริษัทของอนยู

“คุณอนยูค่ะ เอกสารการประชุมค่ะ”
“ขอบคุณครับ ใกล้เที่ยงแล้ว แทมินกินอะไรยัง”
“ยังค่ะ”
“งั้นไปกินข้าวเที่ยงกัน เรื่องประชุมเดี๋ยวผมค่อยกลับมาดู”
“จะดีเหรอค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ใช่ว่าจะไม่เคยกินข้าวเที่ยงด้วยกัน”

อนยูเดินนำเลขาคนสวยออกนอกห้อง เขาเลือกร้านอาหารใกล้บริษัทสักร้าน สำหรับฝากมื้อเที่ยงของวันนี้

“เฮ้ย อนยู”

เสียงมินโฮ ตอนนี้เขาเองก็เข้ามาทำงานในบริษัทของอนยู ตำแหน่งใหญ่ไม่แพ้ประธานบริษัทเลยทีเดียว

“นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว”

เหมือนแทมินที่นั่งข้างๆจะทำหน้าที่พิรุทแปลกๆ อนยูเองก็คิดว่าแทมินคงสงสัยที่มินโฮมาร่วมโต๊ะกับเขาวันนี้จึงพูดขึ้นว่า

“คือผมชวนมินโฮมาเองนะ แทมินคงไม่...”
“ไม่ค่ะไม่ แทมินไม่ได้ว่าอะไร คุณมินโฮอยู่ด้วยคุณอนยูจะได้มีเพื่อนคุย แทมินคุยไม่ค่อยเก่งคุณอนยูคงเบื่อแย่”
“ไม่หรอก บางทีแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
“ค๊ะ?”
“เปล่าๆ สั่งอาหารกันเถอะ”

“แหมผมก็มีตัวตนนะครับ คุยกันซะไม่เห็นหัวเลย”
“ฮาๆๆ”

คำพูดของมินโฮทำเอาเสียงหัวเราะของอีกสองคนดังขึ้นไม่หยุด หลังจากมื้อเที่ยง ทุกคนจึงต้องเข้าประชุม กว่าจะเสร็จก็เกือบเย็น เล่นเอาแทบจะคลานกลับบ้านกันเลย

“แทมิน กลับก่อนก็ได้นะ วันนี้คงไม่มีอะไรแล้วละ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เลขาจะกลับก่อนเจ้านายได้ไง”
“งั้นรอผมเคลียงานแปบหนึ่ง เดี๋ยวไปส่งละกัน”
“แต่...”
“ไม่มีแต่ โอเค๊”
“ค่ะ”

เกือบชั่วโมงกว่าอนยูจะเคลียงานเสร็จ เลขาคนสวยเลยถือโอกาสจัดการสะสางงานของพรุ่งนี้ไปด้วย ดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์อนยูจึงไม่ได้รีบร้อนเหมือนวันปกติ เพราะเขาต้องไปรับคีย์ทุกเย็น วันนี้เลยหมดปัญหาเรื่องนั้นไป

“แทมิน”
“ค๊ะ”
“ปะ กลับบ้านกันเดี๋ยวจะมืด”
“ค๊ะ...อ๊ะ...”
“แทมิน!”

จู่ๆแทมินก็ล้มเซจนหน้าเกือบทิ่มยังดีที่อนยูรับไว้ได้ทัน

“เป็นไรไหม”
“เออ...ไม่ค่ะ คงรีบลุกไปหน่อย หน้าเลยมืด”
“แต่หน้าคุณซีดๆนะ
“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ”
“โอเค งั้นผมจะไปส่ง แล้วก็นอนพักผ่อนเยอะๆละกัน”
“ค่ะ”

อนยูพยุงแทมินเดินไปยังรถที่จอดไว้ ถึงแม้จะมีพนักงานคนอื่นมองมากแค่ไหน แต่ในเมื่อคนบริสุทธิ์ใจจะไปกลัวอะไรกัน

“แทมิน”

ยังไม่ทันจะเข้าไปในรถเสียงของมินโฮก็ดังขึ้น เขารีบวิ่งมาดึงตัวแทมินเข้าประคองไว้แทน

“เฮ้ยมินโฮ! แกทำอะไรเนี่ย”
“แกนั้นแหละ ทำอะไร”
“ก็แทมินไม่สบาย ฉันก็แค่ช่วย”
“ช่วยอะไร ทำไมต้องกอดกันขนาดนั้น”
“เอ้า! ก็เขาไม่สบายหน้ามืด”

มินโฮหันมองหน้าแทมิน มือหนายกขึ้นจับหน้าหวานดูว่าตัวร้อนไหม การแสดงออกที่เกินกว่าเพื่อนร่วมงาน ทำให้อนยูต้องหรี่ตามองอย่างสงสัย

“หึ...อย่างนี้มันต้องพิสูจน์” ร่างหนาพูดกับตัวเองเบาๆ
“แทมิน กลับบ้านเถอะ”

“ไม่ต้อง ฉันพาแทมินกลับบ้านเอง” จู่ๆมินโฮก็พูดขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“แกนี่ยังไงเนี่ย แทมินเป็นเลขาฉันนะ”
“แต่แทมินเป็นเมียฉัน”

“มินโฮ!” เสียงหวานเตือนเอ็ดคนข้างตัว

“ฮาๆๆ ฉันว่าแล้ว...แต่เมีย?...งั้นก็แสดงว่า...”
“เมียฉันกำลังท้อง เข้าใจ๊”
“เฮ้ย! ไปท้องตอนไหนเนี่ย”
“เรื่องของฉัน...ฉันกับแทมินเราคบกันตั้งแต่ที่ฉันมาทำงานแล้ว”
“โหย...ไวไฟโคตรๆ แต่แกก็ควรจะขอแทมินแต่งงานให้ถูกต้องนะ”
“ฉันก็กำลังจะแต่งแต่มันดันมา...เออ...ช่างเถอะ...แล้วแกกับคีย์ละ เมื่อไหร่?”

คำพูดของเพื่อนตัวแสบที่พูดทิ้งท้ายไว้ เล่นเอาคนที่กำลังขับรถถึงกับไม่ค่อยมีสมาธิเลยทีเดียว

“เฮ้อ อาทิตย์หน้าแล้วสินะ” อนยูบ่นกับตัวเองอย่างสลด

ร่างหนาขับรถมาจนถึงหน้าบ้านของคนตัวเล็ก เขาหยิบมือถือขึ้นกดไปยังคนที่กำลังคิดถึง

“ฮัลโหล พี่อนยู”
“คีย์ทำอะไรอยู่”
“อ่านหนังสืออยู่ฮะ”
“พี่กวนเวลาเราอ่านหนังสือรึเปล่า”
“เปล่า...แต่พี่เป็นอะไร ทำไมเสียงดูแปลกๆ”
“ลงมาหาพี่หน่อยสิ”
“เอ๋?”
“พี่รออยู่หน้าบ้าน”
“หึ...” ขาเรียวรีบวิ่งเปิดหน้าต่างออกไปดู ก่อนจะโบกมือให้ร่างหนาแล้วรีบลงมาหน้าบ้าน

“มีอะไรรึเปล่าทำไมฮะ พี่ดูไม่ค่อยสบายเลย”

คีย์จับแก้มของคนตรงหน้า มองอย่างสงสัย มือหนาจึงยกขึ้นทาบประกบ จับมือนิ่มค้างไว้ ก่อนหลับตาแล้วจูบลงไปบนฝ่ามือนั้น

“คีย์”
“ฮะ”

อนยูจับมือนิ่มไว้กลางอก และขณะเดียวกันสายตาของเขาก็ไม่ได้ละไปจากใบหน้าสวยนี้เลย

“คีย์ยังจะรอพี่อยู่ไหม”
“หึ...ทำไมพูดแบบนั้นละ พี่ก็รู้ว่าคีย์มีพี่คนเดียวแล้วก็รอพี่คนเดียว”
“คีย์...อาทิตย์หน้าพี่ต้องบินไปทำงานบริษัทใหม่ที่อังกฤษ”
“พี่...”
“คีย์พี่ไม่ได้อย่างปิดเรื่องนี้นะแต่พี่กลัวว่าถ้าบอกไป...”
“แล้วจะกลับเมื่อไหร่ฮะ”
“คือ...พี่ก็...ไม่รู้”
“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ไปเถอะ”
“คีย์...”
“ฮึ ฮึก...ไปเถอะฮะ...”

หลังจากนั้นร่างบางก็ไม่พูดอะไรอีกเลย มีแต่เสียงสะอึกร้องไห้ อนยูเองก็ไม่รู้จะปลอบยังไงได้แต่กอดคนรักเอาไว้แน่น
เวลาเดินผ่านไปจนถึงวันที่อนยูต้องไปต่างประเทศ และมันก็เป็นวันเดียวกับที่คีย์เรียนจบพอดี ตั้งแต่วันที่อนยูไปหาคีย์ตอนนั้นทั้งคู่ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน อนยูพยายามโทรไปหา ไปดักรอหน้าบ้านแต่ก็ไร้ผล และทั้งๆที่วันนี้เขาควรจะขอคีย์แต่งงาน แต่เขาก็ทำไม่ได้ ตอนนี้ก็ได้แต่ก้มหน้าเดินไปตามทางที่ไม่รู้ว่าจะได้มาบรรจบกับอีกคนเมื่อไหร่

ผ่านไป 1 อาทิตย์
บริษัทของอนยูที่อังกฤษ...

ก๊อกๆๆ
“เชิญครับ”
“สวัสดีค่ะคุณอนยู”
“สวัสดีครับ คุณคงจะเป็นเลขาผมใช่ไหมครับ”
“เปล่าค่ะ ฉันแค่จะพาเลขาของคุณมาแนะนำตัวนะคะ”
“ครับ แล้วเขา...”
“เข้ามาเลยค่ะ คุณคิม คิบอม”
“หึม!?”

ไม่รู้ว่าเขาหูฝาด ฝันไปเองหรือเพ้อถึงคนหน้าสวยมากกันแน่ แต่คนที่อยู่ตรงหน้ามันชัดเจนจนไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน

“คีย์!”
“เอ๋? คุณอนยูรู้จักคิบอมด้วยเหรอค่ะ”
“ครับ รู้จักครับ เขาเป็นคนรักของผม”

ตั้งแต่นั้นอนยูใช่เวลาง้องอนคนรักนานพอสมควรกว่าจะเข้าใจกันได้ จนมาถึงตอนนี้

“คีย์”

ร่างบางที่กำลังยืนดูทิวทัศน์ยามดึกหันหน้ามองตามเสียง แต่พอหันกลับมา จมูกดันกระทบกับแก้มขาวๆของอนยูอย่างจัง

“อยากหอมแก้มพี่ก็ไม่บอก”
“บ้า...พี่นั้นแหละจงใจยื่นหน้าเข้ามาตังหาก”

ฟอด...
อนยูแกล้งหอมแก้มเนียนจนแทบซ้ำ

“อื้อ...พอแล้ว หมู่นี้พี่ชอบลวนลามคีย์อยู่เรื่อย”
“พี่ว่าคีย์ก็ชอบนะ”
“อะ โอ๊ย!” แขนหนาที่กอดเอวบางไว้โดนหยิกเข้าให้ทีหนึ่ง
“ง่า...พี่เจ็บนะ”
“สมน้ำหน้า”
“คีย์...”
“ฮะ”
“แต่งงานกันนะ”
“หึ!?”

ร่างบางหันมองหน้าคนพูดอย่างงุงงง

“แต่งงานกับพี่นะครับ”
“อะ เออ...ขอกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ”
“พี่รู้ว่ามันอาจจะไม่โรแมนติก ดูแปลกๆ แต่พี่...”
“ไม่!”
“ห๊ะ!...นี่คีย์”
“ไม่มีแหวนก็ไม่แต่ง”
“แหวน?”
“ใช่...ไหนละแหวน”
“งั้นหลับตาก่อนสิ หันหน้าไปทางระเบียงด้วย”

คนตัวเล็กหลับตาลงอย่างว่าง่าย แต่รอจนรู้สึกว่ามันจะนานเกินเหตุ เจ้าตัวเลยเริ่มร้องทักแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

“พี่อนยู มันนานเกินไปแล้วนะ...นี่! พี่อนยูคีย์จะลืมตาจริงๆนะ พี่อน...”

พอลืมตา คำพูดทุกอย่างเหมือนถูกกลืนลงคอ ดวงตาน้อยๆเริ่มคลอไปด้วยน้ำตาที่กำลังจะไหลริน ตึกสูงที่อยู่ด้านหน้า ถูกแสงไฟหลากสีจัดเรียงเป็นรูปแหวนหนึ่งวงพร้อมกับคำว่า marry me? ที่อยู่ตรงกลาง สักพักทั่วทั้งบริเวณบ้านก็สว่างไสวไปด้วยแสงไฟที่สวยงามไม่แพ้กัน

“พี่อนยู...”
“แต่งงานกับพี่นะ”
“ฮะ...แต่งฮะ”

ร่างเล็กแทบจะกระโดดกอดคนตรงหน้าให้สมกับความตื้นตันใจ ความดีใจ และความรักที่อีกคนมอบให้ ใบหน้าสวยกดจูบถ่ายทอดสิ่งที่อยากจะสื่อสานผ่านรสจูบอ่อนหวานที่ไม่รู้จบ ค่ำคืนนี้จบลงด้วยความสุขและวันใหม่ก็จะเริ่มต้นด้วยความสุขเช่นกัน

...สเปเชียล...

“ยูกึน อย่าวิ่งตอนลงบันไดสิ่”

เด็กน้อยที่กำลังเล่นซน วิ่งไปมาทั่วบ้าน คนหน้าสวยเลยต้องเหนื่อยเป็นสองเท่าในการดูแลทั้งสามีและลูก(บุญธรรม)

“ยูกึน”
“แทมินออมม่า”
“อ้าว มาแล้วเหรอแทมิน”
“ค่ะ ซื้อของนานไปหน่อยขอโทษด้วยนะคะ พี่คีย์เลยต้องเหนื่อยนานเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก ยูกึนน่ารัก ถึงจะซนไปนิดก็เถอะนะ”
“ฮาๆๆ ลูกเราทำเอาคีย์กุน เหงื่อตกเลยนะเนี่ย”

มินโฮที่เพิ่งเข้ามา เดินมาอุ้มลูกชายแสนซนที่เกาะเอวคุณแม่แจ

“วันนี้อยู่กินข้าวที่นี้นะ เดี๋ยวคีย์จะแสดงฝีมือเต็มที่เลย”

ฟอด...
“อื้อ...พี่อนยูทำไรเนี่ย”
“หอมแก้มภรรยา”
“นี่...มันน่าอายนะ”
“อายทำไม ใช่ว่าสองคนนี้จะไม่เคยเห็น”

“โอ๊ย พอเถอะครับ เดี๋ยวเย็นนี้จะไม่มีน้ำตาลไว้ทำกับข้าว”
“ฮาๆๆ”

คำพูดของมินโฮทำเอาทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่ ยกเว้นก็แต่ร่างบางที่เอาแต่หน้าแดงซบอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวหนา แทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีซะจริงๆ
ถ้าจะย้อนไปว่าทำไมถึงมียูกึนและมินโฮกับแทมินมาที่นี้ได้ยังไง คงต้องเริ่มจากที่อนยูย้ายมาประจำที่อังกฤษหลังจากนั้นมินโอก็ได้เป็นผู้บริหารที่บริษัทเดิมแทนและไม่นานทั้งมินโฮกับแทมินก็แต่งงานกันทั้งๆที่แทมินก็ยังท้องเด็กตัวน้อยอยู่ จนคลอดออกมาเป็นยูกึนนะแหละ ส่วนอีกเรื่องที่คีย์ไปเป็นเลขาอนยูได้นั้นก็เพราะได้มินโฮที่ช่วยติดต่อให้ทุกอย่าง และหลังจากคลอดยูกึนมินโฮเลยพาทั้งภรรยาและลูกไปเยี่ยมอนยูกับคีย์ที่อังกฤษ ยูกึนได้รับความรักความเอ็นดูจากทั้งคีย์และอนยูเป็นอย่างมาก จนถึงกับขอเป็นลูกบุญธรรมกันเลย ยูกึนเองก็ดูเหมือนจะชอบพ่อแม่บุญธรรมไม่ใช่น้อยเพราะเรียกคีย์ว่าออมม่าและอนยูว่าอัปป้าจนติดปาก
ตอนนี้ทุกอย่างถูกเติมเต็มจากความสุขที่สามารถสัมผัสถึงกันได้ หวังว่าชีวิตคู่ที่เริ่มต้นจะดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จบชั่วนิรันดร์

From…OnewKey
ทุกอย่างมันถูกกำหนดมาให้อยู่เป็นคู่เสมอ คุณลองมองดูให้ดีๆแล้วคุณจะเจอ ข้างกายคุณจะถูกเติมเต็มด้วยเขาคนนั้นตลอดไป
                                                                                            To…You

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

[SF] Marry Me? - OnKey





ท้องถนนที่แต่งแต้มไปด้วยไฟหลากสี อากาศเย็นๆที่หนาวจับใจ รอบข้างตัวผมต่างปะปนไปด้วยคนมากมาย แต่มันจะดีสักแค่ไหนนะ ถ้ามีใครสักคนคอยจับมือแล้วเดินไปด้วยกัน สักคนเดินข้างๆ สักคนที่คอยเป็นห่วง สักคนที่อยากกอด สักคนที่ผมจะรักเขาไปทุกวัน

“พี่อนยู! ระวัง!”
“เฮ้ย...!”

โครม! รถจักรยานคันเก่ากับคนที่ขี่มากลิ้งตกไปคนละทาง แต่ก็ยังดีที่จักรยานไม่เป็นอะไร ผิดกับเจ้าของ ร้องเจ็บแทบขาดใจ

“อ๊ากกกกกกกกกกกก เจ็บๆๆๆ”
“ตายแล้ว! เลือดออกด้วย”

เด็กหนุ่มหน้าสวยรีบกลีกุจอวิ่งเข้ามาดูพี่ชายข้างบ้านอย่างห่วงใย มือบางจับแขนที่มีเลือดซึม ขึ้นช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อน แต่ทำไมวิธีมันแปลกชอบกล ผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่คีย์ใส่ติดกระเป๋า ถูกนำมาพันแผลให้อนยูอย่างเบามือ
จุ๊บ...

“คีย์...” เหมือนผมจะเห็นสีชมพูอยู่รอบตัวผมในตอนนี้

เมื่อริมฝีปากบางกดจูบลงไปยังปากแผลที่มีผ้าเช็ดหน้าปิดทับ แค่นั้นก็เรียกสีหน้าตื่นตกใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมาก

“คีย์...ทำอะไรนะ”
“ก็ทำแผลให้พี่ไง”
“แต่เมื่อกี้มัน...”
“มันทำไมเหรอ ทำไมพี่ต้องทำหน้าตกใจแบบนั้นด้วย แม่ยังทำแบบนี้เลย ตอนที่คีย์มีแผล”
“แต่...มัน...เออ...เฮ้อ...เอาเถอะ แต่อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีกนะ นอกจาก...พี่”

คำพูดสุดท้ายดูแผ่วเบา แต่มันก็ไม่ถึงกับจางหายจนอีกฝ่ายไม่ได้ยิน สีหน้าแดงระเรื่อจึงถูกแต่งแต้มบนแก้มของทั้งคู่

“เออ...พี่ จะกลับบ้านหรือไปโรงพยาบาลดีฮะ คีย์จะได้พาไปส่ง”

อนยูก้มมองแผล ก่อนจะค่อยๆขยับตรวจเช็คอาการ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อยังรู้สึกเจ็บอยู่

“เจ็บใช่ไหม? คีย์ว่าพี่อนยู ไปหาหมอดีกว่านะ”
“อื้อ...ไม่เอาอะ ไปทำแผลที่บ้านก็พอแล้ว”
“ดื้อ!”
“โถ่ คีย์อ่า...”

คนถูกว่ากระพริบตาปริบๆออดอ้อนคนอายุน้อยกว่าด้วยท่าทางน่ารักให้ดูน่าสงสาร แต่ดูท่าคนถูกอ้อนกลับรู้สึกว่ามันไม่น่ารักเลยสักนิดเดียว

“น่ารักตายละ คิดว่าตัวเองอายุ 5 ขวบหรือไง ปัญญาอ่อน!”
“คีย์อ่า...”
“เฮ้อ...ตกลงจะไม่ไปหาหมอใช่ไหม?”

อนยูเลือกพยักหน้าขึ้นลงแทนคำตอบ แถมยังทำหน้าขอความเห็นใจกันแบบสุดๆ

“ก็ได้ งั้นไปทำแผลที่บ้าน...”
“ของคีย์”
“หึ?”

คีย์หันมองอนยูทันที ร่างบางกำลังจะเอ่ยปากประท้วง ว่าทำไมต้องเป็นบ้านเขาด้วย แต่ดันถูกอนยูพูดดักไว้ก่อน

“บ้านพี่ไม่มีใครอยู่ พ่อกับแม่พี่ไปต่างประเทศ”
“ตะ...แต่บ้านคีย์ก็ไม่มีใครอยู่เหมือนกัน”

หลังจากจบบทสนทนา ทั้งคู่ก็เงียบโดยอัตโนมัติ (คิดอะไรกันอยู่น๊า 555) แล้วทีนี้จะพาคนเจ็บไปทำแผลที่ไหนดีละ

“เออ...ไปทำแผลบ้านคีย์ก่อนก็ได้...คือ...แบบว่าบ้านคีย์อยู่ใกล้กว่า”

เหมือนคีย์จะพูดตะกุกตะกักเล็กน้อย หน้าสวยก็เอาแต่ก้มมองพื้น เหมือนกับคนตรงหน้าที่ก็เอาแต่ก้มหน้า คอยฟังเสียงหวานว่าจะพูดอะไร

“อืม”

ทั้งคู่เดินลากจักรยานกลับพร้อมกัน โดยที่ทั้งสองเดินคนละฝั่ง แต่เหมือนพระเจ้าจะกลั่นแกล้งยังไงพิกล จู่ๆ นิ้วก้อยของอนยูที่จับเบาะนั่งดันแตะโดนนิ้วก้อยของอีกคนเข้า คีย์สะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดึงนิ้วออก แต่สักพักเหมือนนิ้วที่แตะกันกลับสอดเกี่ยวเข้าหาเหมือนการเกี่ยวก้อยสัญญาของทั้งสองฝ่าย จักรยานถูกเข่นมาเรื่อยๆจนถึงหน้าบ้านของคีย์

“คีย์”

เจ้าของชื่อที่ยืนอยู่ข้างๆ สะดุ้งเล็กน้อย พร้อมใบหน้าที่หันมองคนเรียกอย่างสงสัย

“อะ อะไร”
“เออ...พี่...พี่ว่า...คือ...”
“อะไรเล่า! จะพูดก็พูดสักทีสิมัวแต่...”
“พี่ชอบคีย์”

ความเงียบปกคลุม มีแต่เสียงของใบไม้ที่พัดปลิว ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่เอยอะไร จนแล้วจนรอดคนที่เริ่มสารภาพรักจึงพูดขึ้นเสียเอง

“คีย์...คือพี่ชอบคีย์จริงๆนะ คีย์คิดเหมือนพี่ไหม”
“เมื่อไหร่”
“หึม?”
“ชอบเมื่อไหร่!”
“ตั้งแต่ที่เจอ...พี่ก็รัก...”
“คนบ้า!”
“เอ๋?...ค คีย์ เดี๋ยว!”

ปัง!
ร่างเพรียวรีบวิ่งเข้าบ้านแถมยังจงใจปิดประตูเสียงดังใส่หน้าอนยู แต่ใครจะรู้ว่าใบหน้าหวานฉายยิ้มกว้างแค่ไหนเมื่อประตูถูกปิดลง แผ่นหลังบางผิงแนบกับบานประตูใหญ่สองมือน้อยยืนกุมการเต้นของจังหวะหัวใจที่แทบจะหลุดออกมานอกอก ใบหน้าแดงฉานแถมยังยิ้มจนหน้าบาน

“พี่อนยูรักคีย์ พี่อนยูรักเรา รักๆๆๆๆๆๆ “

คนหน้าสวยเต้นพล่านไปทั่วห้อง ใบหน้ายิ้มอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงคำบอกรักจากคนที่ตนก็แอบรักมาแสนนาน

ก๊อกๆ
การกระทำที่แสนจะเปิดเผยจบลงเมื่อเกิดเสียงเคาะประตูดังขึ้น ร่างเล็กรีบปรับสีหน้าเรียบเฉย ทำท่าเนียบเดินไปเปิดประตูให้ผู้ยืนรอด้านนอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร

“คีย์...”

พอประตูเปิดออก คนตัวหนาที่เพิ่งถูกปิดประตูใส่หน้าก็รีบกุลีกุจอน เดินหน้าเศร้ามาหาเจ้าของบ้าน

“พี่มีอะไรอีก”
“คีย์อย่าโกรธพี่เลยนะ พี่รักคีย์จริงๆ ที่พี่เพิ่งมาบอกก็เพราะพี่...พี่กลัวว่าถ้าบอกไปแล้วคีย์จะปฏิเสธ กลัวคีย์จะหนีพี่ไป กลัว อุ๊บ!”

ฝ่ามือนิ่มยกขึ้นปิดปากคนที่กำลังพูดจ่อ ก่อนใบหน้าหวานจะเลื่อนมาจูบซ้อนทับมือเรียวที่กั้นริมฝีปากของทั้งสองไว้

“คีย์จองไว้แล้ว ห้ามไปมีคนอื่น ไม่งั้นเจอดีแน่...แล้วก็อย่าลืมทำแผลด้วย”

ปัง!

อีกครั้งที่อนยูถูกร่างบางปิดประตูใส่หน้า แต่ครั้งนี้ มันต่างกัน ต่างกันโดยสิ้นเชิง

“เย้! คีย์รับรักแล้ว รักแล้ววววว”

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ทั้งคู่จึงเริ่มต้นคบกันแบบจริงจังและเปิดเผยมากขึ้น และครอบครัวของพวกเขาก็ไม่ได้ขัดแย่งอะไรในการคบกัน เวลาผ่านไป อนยูเริ่มเข้าสู่การเรียนปีสุดท้าย คีย์เหลืออีก 1 ปี ถึงจะเรียนจบ เรื่องราวต่างๆก็ดำเนินไปตามการกระทำของแต่ละคน

“พี่อนยู วันนี้มาทานข้าวบ้านคีย์นะ คีย์ว่าจะทำ...”
“คีย์วันนี้พี่ต้องทำรายงานนะ คงต้องไปค้างบ้านเพื่อน”
“อีกแล้วเหรอ เดี๋ยวนี้พี่ไปค้างบ้านเพื่อนตลอดเลย”
“คีย์...อย่างอแงสิ นะ...คนดี”

นิ้วโป่งของอนยูไล่เกลี่ยแก้มนิ้ม ก่อนจะก้มหน้าหอมแก้มอ้อนให้คนรักใจอ่อน

“อือ...ก็ได้ แต่ต้องโทรหาคีย์ด้วยนะ”
“จ๊า พี่จะโทรหาคีย์ทุก 5 นาทีเลย”
“เว่อร์! งั้นพี่ส่งคีย์ตรงนี้ก็พอ คีย์กลับเองได้”
“ไม่เอา มันดึกแล้ว พี่หวง คีย์ก็รู้”
“จะมาหวงอะไร พี่นะแหละน่าเป็นหวงมากกว่า หอพักเพื่อนพี่อยู่ตั้งไกล”
“แต่พี่เป็นผู้ชาย ไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”
“คีย์ก็เป็น...ผู้ อะ อื้อ”

จู่ๆร่างบางก็ถูกฉุดเข้ากอด ปากหนาจู่โจมบดขยี้ริมฝีปากนิ่มจนคนในอ้อมกอดต้องประท้วงทุบตีอกแกร่งเมื่อใกล้จะหายใจไม่ทัน

“แฮ่กๆๆ”
คีย์รีบหอบหายใจรับอากาศเข้าปอดเมื่อถูกปล่อยเป็นอิสระ แต่ก็ไม่วายโดนคนที่สวมกอดแกล้งเข้าให้อีก ลิ้นหนาไล้เลียใบหูบาง ตามด้วยปากที่ขบเม้มติ่งหูจนร่างกายของผู้ที่ถูกกระทำอ่อนระทวยแทบทรงตัวไม่อยู่

“คีย์เป็นผู้ชายของพี่ คีย์เป็นของอนยู”

ร่างกายที่กำลังเคลิ้บเคลิ้มกับรสสัมผัสที่อีกคนมอบให้ ชะงักลงเมื่อเสียงนุ่มแทรกเข้ามาเต็มโซนปราสาทการได้ยิน

“พี่อนยู...”

ใบหน้าหวานหันมาซบอิงอกแกร่งถูไถออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยก็ไม่ปราน อ้อมกอดที่รัดแน่นอยู่แล้วกลับยิ่งแน่นขึ้นอีก หากไม่ติดว่าต้องส่งรายงานอาจารย์พรุ่งนี้ อนยูคงไม่คิดจะปล่อยร่างบางนี้ออกจากอ้อมกอดเป็นแน่

“คีย์ เดี๋ยวจะสายนะ”
“อยู่กับ...คีย์ไม่ได้เหรอ”
“คีย์”
“นะ อย่าไปเลยนะพี่อนยู”
“โถ่ คีย์ คือพี่...”

อนยูแถบจะกลืนน้ำลายลงคอได้ยากเย็นนัก เหมือนกับการจะปล่อยร่างเบาะบางนี้ให้ออกห่าง

ครืดๆๆๆ
เสียงโทรศัพท์สั่นดังภายในกระเป๋ากางเกงคนตัวหนา เหมือนสัญญาณเตือนของเวลาที่ใกล้จะจบลง

“คีย์...คือว่าพี่”
“ไปเถอะฮะ คีย์ขอโทษที่เอาแต่ใจ”

คนหน้าสวยเงยหน้ามองคนรักก่อนจะจูบปลายคางทิ้งท้าย ร่างบางรีบผละออกจากอ้อมกอดแกร่งแล้ววิ่งกลับบ้านที่อยู่ห่างไปไม่กี่ซอย

“เฮ้อ...”

อนยูได้แต่ถอนหายใจเดินคอตก พาร่างที่แห้งเหี่ยวเหมือนคนขาดน้ำไปยังหอพักของเพื่อนที่นัดทำรายการ

ก๊อกๆๆ (หอพักของมินโฮ)

“อ้าวนึกว่าจะอู่ซะแล้วมึง รีบเลย พรุ่งนี้อาจารย์โคตรเคี้ยว ขืนทำรายงานออกมาไม่ดี ตายหมู่แน่มึง”

อนยูที่เพิ่งเข้ามา เอาแต่นั่งถอนหายใจ เรียกบรรยากาศสลดหดหู่จนเพื่อนในต่าง งงงวยไปตามๆกัน

“เฮ้ย มึงเป็นบ้าอะไรเนี่ย”
“คีย์...”
“หึ...ว่าอะไรนะ?”
“คีย์...”
“โหย ไอ้เวร ที่แท้ก็คิดถึงเมีย มึงมัวแต่มานั่งพร่ำแล้วเมื่อไหร่งานจะเสร็จ อยากไปหาเมียก็รีบๆสิวะ”
“เออๆ รู้แล้ว”

ร่างหนารีบลุก ตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานที่กองท่วมหัวให้เสร็จก่อนรุ่งเช้า และที่สำคัญเขาจะได้เจอคีย์เร็วๆด้วย

to be continue...

Up past1.1 18/4/2012
(อับเพิ่มของพาส 1 เราเลยใส่เป็น 1.1 แฮกๆๆ รู้สึกรื่องนี้มันจะยาวเเล้วอะ แต่จบแน่ๆ เพราะเรากำลังนั่งเขียนตอนจบอยู่ อย่าเพิ่งเหวี่ยงใส่ไรเตอร์นะTT)

ตึกๆๆๆ
“ไอ้อน แกจะรีบไปไหน เดินจนอาคารแม่งจะทรุดแล้ว”
“กูรีบไปหาคีย์”

เท้ายาวรีบวิ่งแทบจะเหาะได้ ตรงไปยังห้องของคนที่เขาอยากเจอมากที่สุด

“แฮ่กๆ คีย์...”

อนยูสอดสายตาส่องไปมาหาคนรักทั่วห้อง แต่ก็ไม่เจอ คีย์ไม่ได้มาเรียนเหรอ

“อ้าวพี่อนยู มาหาคีย์เหรอ”
“อืม คีย์อยู่ไหน จงฮยอนเห็นไหม”
“เออ...เมื่อกี้เห็นออกไปกับรุ่นพี่ซึงรีนะครับ”
“ซึงรี...ไปไหน”
“น่าจะไปห้องสมุดนะ เห็นบอกว่า...อะ อ้าว พี่อนยู”

อนยูรีบวิ่งตรงไปยังห้องสมุด โดยไม่คิดจะรอฟังให้อีกฝ่ายพูดจบ ตอนนี้ลมออกหูจนจะพ้นไฟได้อยู่แล้ว รู้ทั้งรู้ว่าซึงรีแอบชอบ คีย์ก็ยังไปกับมัน แบบนี้จะไม่ให้เขาหึงหน้ามืดได้ยังไง เมื่อถึงห้องสมุด ร่างหนาเดินหาคนรักแทบจะทุกซอกทุกมุม จนในที่สุดก็เจอ ภาพที่เห็นเล่นเอาต่อมหึงประทุโหมอย่างหนักยิ่งกว่าเดิม คีย์ยืนหาหนังสือที่เรียงอยู่ตามชั้นโดยมีซึงรีประกบซ้อนทับอยู่ด้านหลัง หน้าของซึงรีค่อยๆใกล้เฉียดแก้มนิ่มเข้าไปทุกที แถมสีหน้าเจ้านั้นยังบ่งบอกถึงความพึงพอใจต่อคนที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

ตุบ!
“พี่ซึงรี!”

อนยูกระชากร่างของซึงรีออกห่างคนรัก ก่อนหมัดแข็งจะตามกระแทกแก้มเข้าไปอย่างจัง

“พี่อนยูหยุดนะ”
“คีย์นั้นแหละหยุด มานี่!”

โชคดีที่พวกเขาอยู่ในมุมที่ไม่มีคน ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้ เรื่องชกต่อยจึงไม่ได้ถึงหูบรรณารักษ์ ไม่งั้นคงโดนเรียกไปสอบสวนเป็นการใหญ่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนร่างเล็กกำลังจะถูกสอบสวนหนักเข้าให้แล้ว

“พี่อนยู ปล่อย! คีย์เจ็บ”

คนหน้ามืดดูท่าจะไม่ฟังอะไรเลย อนยูลากคีย์เข้ามาในห้องสโมสร ซึ่งห้องนี้เป็นห้องของเขาที่เป็นประธานของชมรม

ปัง!
ประตูถูกปิดล็อก ร่างบางถูกเหวี่ยงลงกับโต๊ะตัวใหญ่ที่เอาไว้ใช้ประชุม แขนสองข้างถูกตรึงจนขยับแทบไม่ได้

“พี่อนยู พี่เข้าใจผิดนะ ฟังคีย์อธิบายก่อน”

คนหน้าสวยพูดทั้งน้ำตาคลอเบ้า เขากลัว กลัวอนยูตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เคยเกิดขึ้น ตอนอนยูหึง เขาก็มันจะเจ็บตัวแบบนี้ทุกครั้ง

“พูดมา”

อนยูพยายามข่มใจรับฟังสิ่งที่คนตรงหน้าพยายามจะอธิบาย ถึงแม้ตอนนี้อารมณ์กำลังเดือดพล่านก็ตาม

“พี่ซึงรี เขาแค่มาขอให้คีย์ช่วยติวภาษาอังกฤษให้ พี่เขาบอกว่าคีย์ได้ท็อปอังกฤษทุกเทอม น่าจะช่วยเขาได้ คีย์เลยพาพี่เขาไปยืมหนังสือ เพื่อจะได้เอา...เอามาช่วยสอนให้”
“หึ...มันก็ข้ออ้าง”
“แต่...พี่ซึงรี...”
“หยุด พอแล้ว”
“พี่อนยู”
“ต่อไปนี้ ห้ามเข้าใกล้มัน”
“แต่...อ๊ะ!”

ร่างบางที่ถูกพันธนาการ ถูกรวบกอดเข้าหาอกแกร่ง จมูกคมซกไซ้สูดดมกลิ่นกายคนรักจนเต็มปอด ก่อนจะอุ้มลงมานั่งทับตักบนเก้าอี้ไม้แข็งที่อีกคนนั้นอยู่

“คิดถึง เมื่อวานคีย์ทำพี่แทบคลั่งเลยรู้ไหม แถมวันนี้พี่ก็แทบบ้า”

จู่ๆคนตัวหนากลับเปลี่ยนอารมณ์เสียดื้อๆ คีย์เลยถือโอกาสซบไหล่แอบอิงง้องอนขอโทษคนรักเสียเลย

“คีย์ขอโทษ”

ร่างเล็กก้มหอมแก้มนุ่มของคนรักทั้งสองข้าง แทนคำขอโทษในเรื่องที่ตนเป็นเหตุ

“คีย์ พรุ่งนี้วันหยุด ไปเที่ยวกันนะ”
“จริงเหรอ พี่อนยูจะพาคีย์ไปไหนฮะ”
“ความลับ”
“ชิ...ไม่อยากรู้หรอก คิ...พี่อนยู อย่าจิ้มเอวสิ่”

คนบนตักเริ่มอยู่ไม่สุขบิดตัวไปมา เมื่อคนรักเริ่มแกล้งมากขึ้น คีย์ขยับผลิกตัวจนหลุดพ้นคนขี้แกล้ง ขาเรียวกำลังจะวิ่งตรงไปยังประตู แต่ใครจะยอม... ร่างหนารีบประกบตามคนหน้าสวยหวังแกล้งให้หมั่นเคี้ยวอีก แต่...

“อ๊ะ อ๊ายยยยย พี่อนยู!”

ตุบ!
ด้วยความซุ่มซ่ามของอนยู ดันเป็นเหตุให้ขาทั้งสองสะดุดเกี่ยวกัน จนตัวเองต้องล้มคว่ำจับกบบนพื้น แถมยังดึงคนรักให้ร่วงหล่นตามกันไปด้วย สภาพที่ร่างหนาล้มทับค่อมคนตัวเล็ก ดูท่าจะเจ็บไม่เบาเลย

“โอ๊ย!พี่อนยู ลุกสิ่”

เจ้าของชื่อดูจะยังมึนงงกับความซุ่มซ่ามของตัวเอง ก่อนพยายามดันตัวลุกขึ้น แต่

แอ๊ด...
“เฮ้ย! ทำอะไรกันเนี่ย กูยังไม่อยากดูหนังสดนะโว้ย”

เสียงเข้มของเพื่อนตัวสูงร้องแซวลั่นห้อง

“เพ้อเจ้อแล้ว กูแค่สะดุดล้ม”
“เหรอ!”

อนยูรีบยันตัวลุกจากพื้น โดยไม่ลืมจะประคองแฟนหน้าสวยลุกตาม

“เจ็บตรงไหนไม่คีย์”
“ไม่ฮะ”

ถึงคีย์จะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ดูท่าอีกคนจะไม่ยอมเชื่อเลยสักนิด อนยูจับตัวคนรักหมุนไปมา หารอยแผลบ้าง จับเนื้อตัวดูอาการเจ็บปวดว่ามีไหม แต่คนหน้าสวยก็สายหัวปฏิเสธลูกเดียว

“โอ๊ยๆ จะหวานกันอีกนานไหม ข้าวนะจะกินไหม มันจะหมดเวลาพักแล้วนะเฟ้ย”

คนตัวสูงที่ยืนเป็นตัวประกอบเริ่มเอ๋ยท้วง อย่างหมั่นไส้

“รู้แล้ว แล้วทำไมมึงไม่ไปกินก่อนว่ะ มารอทำไม”
“ก็กูอยากเป็น กขค มีไรป่ะ”
“กวนแล้วมึง”

“คิๆ...คีย์ว่าเราก็ไปกินข้าวกันเถอะ”

ทั้งสามคนเดินออกมาจากห้องสโมสร เพื่อไปยัง ร้านอาหารข้างๆมหาลัยที่คีย์กับอนยูมักจะมากินประจำ บ้างวันก็มีมินโฮและจงฮยอนเพื่อนของคีย์มากินด้วย
มื้อเที่ยงผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงเวลาเรียนช่วงบ่าย มินโฮขอกลับบ้านก่อนเพราะช่วงบ่ายไม่มีเรียน ช่วงนี้รุ่นพี่ปี 4 มักจะมีเรียนไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะเอาเวลาไปทำรายงาน ทำวิจัยกันส่วนมาก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติสำหรับนักศึกษาที่ใกล้จะจบ

“พี่อนยู วันนี้คีย์มีซ้อมละคร คงอยู่ดึก ไม่ต้องรอก็ได้นะ”
“ไม่เอา พี่จะรอ”
“แล้วรายงาน...”
“รายงานของเก่าเสร็จไปแล้ว ของใหม่กว่าจะส่งก็อีกตั้งสิ้นเดือน มีเวลาอีกเยอะ”
“ชิ...ให้มันจริงเถอะ เห็นพูดอย่างนี้ทุกที แต่คีย์เห็นพี่มาเร่งทำก่อนวันใกล้ส่งทุกครั้ง”
“แหม ก็...”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ถ้าจะรอก็ตามใจละกัน แล้วอย่ามาบ่นนะ”
“คร๊าบบบ”

ห้องซ้อมละคร

“เอาๆ ทุกคน มารวมตัวกันได้แล้ว วันนี้เราเริ่มเล่นตามบทที่แจกให้เลยนะ”

อนยูที่นั่งอยู่เกือบท้ายห้อง เริ่มเงยหน้าขึ้นจากหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดเพื่อมองการซ้อมละคร คีย์ไม่เคยบอกเขาเรื่องนี้ เขาก็เพิ่งจะรู้เมื่อวานเนี่ยแหละว่าคนตัวเล็กจะแสดงละคร เพื่ออำลาให้กับรุ่นพี่ปี 4 ในคณะ (ที่สำคัญมันเป็นความลับที่รุ่นพี่ห้ามรู้ แต่เขาก็ยังใช่สิทธิพิเศษ หาทางเข้ามาจนได้ 555)
การแสดงดำเนินไปเรื่อยๆ ตามบทบาทของตัวละคร เมื่อถึงฉากที่ต้องแสดงทุกคนก็ต่างขมักเขม้นทำตามบทที่ได้รับกันอย่างเต็มที่ แต่มันติดอยู่ตรงที่ ทำไมคีย์ต้องได้เล่นเป็นบทเจ้าหญิง จากที่นั่งดูเชยๆ อนยูเริ่มยกแขนขึ้นกอดอก สีหน้าเริ่มเรียบตรึง ยิ่งเวลาที่เจ้าชายกับเจ้าหญิงใกล้ชิดกัน เส้นเลือดข้างขมับยิ่งปูดนู้นจากการข่มใจให้อารมณ์ไม่ฟุ่งซ่าน

โครม!
โต๊ะด้านหน้าอนยูถูกเขาแตะจนล้ม เมื่อถึงบทที่เจ้าชายจะต้องจุมพิตเจ้าหญิงนิทราที่นอนหลับใหลให้ตื่นจากคำสาป
เพื่อนร่วมห้องที่กำกับการแสดง ค่อยๆเดินเข้ามากระซิบหูคนหน้าสวยด้วยเรื่องบางอย่าง คีย์พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดขอโทษเล็กน้อย แล้วเดินไปลากคนหน้ามุ่ยออกไปคุยด้านนอก

“ทำไมพี่ทำแบบนี้ ถ้าจะหึงก็ให้มันรู้เวลาหน่อยสิ”
“พี่เพิ่งรู้ว่าคนจะหึงมันต้องมีเวลาด้วย”
“พี่อนยู!”

ทั้งสองเริ่มหันหน้าออกไปคนละทาง ยิ่งพูดยิ่งอธิบายยิ่งไม่รู้เรื่อง

“คีย์ว่าพี่กลับไปก่อนเถอะ”
“ไม่”
“พี่อนยู...ขอร้องละ กลับไปก่อนเถอะนะ”

ความดื้อดึงของอนยูไม่แพ้ใครเลย วันนี้คีย์เพิ่งจะได้รู้ ไม่ว่าจะสันหาถ้อยคำออดอ้อนหว่านล้อมยังไง ร่างหนาก็ยังยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวไม่ยอมเลิกลา

“เฮ้อ...ไม่กลับก็ไม่กลับ แต่ถ้าก่อเรื่องอีก คีย์ไม่ยอมแล้วนะ”
“จ๊ะ”

ร่างหนายิ้มแป้นเดินตามคนรักกลับเข้าห้องซ้อมต่อ การซ้อมดำเนินไปอีกครั้ง จนมาถึงฉากจุมพิต ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด กลัวว่าคนที่กอดอกมองด้านหลังห้องจะไม่พอใจอีกหรือเปล่า โดยเฉพาะคนที่เล่นเป็นเจ้าชาย ดูท่าจะอาการหนักกว่าใคร ท่าทางยึกยักเล่นไม่ออกของเขา ส่งผลให้คนกำกับการแสดงต้องสั่งเริ่มใหม่หลายรอบ

“เฮ้อ...พักก่อนแล้วกัน”

เพื่อนที่กำกับสั่งพัก หลังจากเหนื่อยกันมาเกือบ 2 ชั่วโมงเต็ม

“คีย์น้ำ”
“ขอบคุณฮะ”

ทั้งคู่นั่งหวานใส่กันจนคนอื่นๆที่อยู่ในห้องด้วยนั้น แทบจะไม่มีตัวตนเลย ถึงเวลาซ้อมอีกครั้ง การแสดงก็ดำเนินไปตามปกติ จนมาถึงฉากสำคัญ ทุกคนรู้ดีว่าต้องรีบเล่นไปให้มันจบๆสักที ไม่งั้นคงได้ประสาทหล่อนกับสายตาอำมหิตที่ส่งมาจากผู้นั่งหลังห้องเป็นแน่

“โอเค ดีมาก!วันนี้ทุกคนทำได้ดีมาก พรุ่งนี้เราค่อยมาซ้อมกันอีกที ที่เดิมเวลาเดิมนะ”

กว่าการซ้อมละครจะจบลง ตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มเข้าไปแล้ว ยูจึงชวนคนรักหาอะไรกินกันก่อนกลับบ้านอน เพราะถึงกลับบ้านไป เขาทั้งคู่ก็มีไม่อะไรกินอยู่ดี พ่อกับแม่ของพวกเขาไปต่างประเทศกันหมด หมู่นี้ชอบทิ้งให้เขาสองคนอยู่บ้านกันตามลำพัง ไม่รู้ตั้งใจหรืออะไรกันแน่

“คีย์ไป KFC กัน”
“อีกแล้วเหรอ เมื่อวานพี่ก็สั่งไก่มากินแทนข้าวเย็น วันก็จะกินอีกแล้ว?”
“แหมก็พี่ชอบกิน น๊า...นะๆ”
“เฮ้อ ก็ได้”

จุ๊บ...
“น่ารักจริงๆเลย”

เพียะ!
“คนบ้า อายเขาไหมเนี่ย”

แก้มนิ่มถูกหอมต่อหน้าประชาชีอย่างไม่แคร์สื่อ เล่นเอาคนแถวนั้นอมยิ้มไปตามๆกัน แต่ความสุขมันยอมแลกมาด้วยความเจ็บปวด ฝ่ามือนิ่มตีแขนหนาของอีกคนไม่เบาเลยทีเดียว แทนที่คนถูกตีจะเจ็บกลับหัวเราะชอบใจเสียยกใหญ่ เมื่อเข้ามาในร้าน ทั้งคู่ยืนสั่งอาหารจนได้ตามที่ต้องการ จึงถือถาดที่มีของที่แต่คนสั่งเดินหาโต๊ะว่างๆ แล้วนั่งกินกันตามปกติ

“อ้า....”

ร่างหนายื่นหน้าอ้าปากมาทางคนตัวเล็ก อ้อนให้ป้อนเป็นเด็กอีกทุกครั้งสินะ

“กินเองไม่เป็นรึไง”

ถึงจะบ่นแต่ก็ยอมป้อน มือนิ่มหยิบเนื้อไก่ที่หันพอดีคำป้อนอีกคนกลับ แต่ยังไม่ทันที่จะดึงนิ้วออก ร่างหนากลับใช้ปากดูดเม้มนิ้วเรียวค้างเอาไว้ จนคีย์เริ่มหน้าแดง ยิ่งเจออีกคนจ้องเข้าด้วยแล้วแทบอยากจะมุดโต๊ะหายออกไปนอกร้านให้รู้แล้วรู้รอด

“อร่อย”

แกล้งให้คนรักเขินจนพอใจ เจ้าตัวจึงยิ้มหน้าบาน หัวเราะชอบใจใหญ่

“คนบ้า”
“คนน่ารัก”
“บ้า”
“น่ารักจะตาย”
“โอ๊ย หยุดพูดเลย รีบๆกินเลยนะ เดี๋ยวกลับบ้านดึก”
“ฮาๆๆ รับทราบครับผม”

หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทั้งคู่เลยถือโอกาสเดินซื้อของดูนู้นนี้นิดหน่อย แต่มันจะไม่นิดก็เพราะคนหน้าสวยเนี่ยแหละ แทบจะเดินเข้าทุกร้านที่เดินผ่านเลยก็ว่าได้ หนักเข้าร่างหนาจึงต้องรวบรัดฉุดกระชากขึ้นรถกลับเองเสียเลย ไม่งั้นห้างไม่ปิดคุณเธอคงไม่ยอมกลับ

“คีย์วันนี้พี่นอนด้วยนะ”
“ไม่”
“โธ่ วันนี้คีย์อยู่บ้านคนเดียวพี่เป็นห่วง มันอันตราย”
“มันจะอันตรายก็เพราะพี่เนี่ยแหละ”
“น่า นะ”
“ไม่ ยังไงก็ไม่ให้นะ...”

เปรี้ยง!

“กรี๊ด พี่อนยูอย่าทิ้งคีย์นะ”

อนยูนึกอยากขอบคุณฟ้าฝนที่เลือกมาตกเอาวันนี้ ร่างหนารีบกอดคนในอ้อมแขนที่ซุกหนาอยู่กับอกเขา หวังให้หายตื่นกลัว

“โอ้ๆ คนดีของพี่ไม่ต้องกลัวนะครับ”

สีหน้ายิ้มระรื่นแถบจะสำลักความสุขตายของอนยู ถ้าคีย์ได้เห็นในตอนนี้คงหมั่นไส้น่าดู งานนี้เสร็จอนยูเลยละสิ โชคเข้าข้างเต็มๆ สักพัก รถแท็กซี่ก็ขับมาจอดส่งทั้งคู่ถึงหน้าบ้าน ด้วยสภาพที่ฝนตกหนัก ฟ้าร้องดังลั่น อนยูจึงตัดสินใจพาคีย์ไปบ้านเขาจึงจะดีที่สุด คนตัวเล็กคงไม่ร้องโวยแถมจะเต็มใจด้วยซ้ำ อนยูรู้ว่าคีย์เกลียดฟ้าร้องเกลียด และเขาคงจะปล่อยให้คีย์อยู่กับมันคนเดียวไม่ได้เป็นแน่

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

ข้อมูลส่วนตัว

Shinee Land☆*゜

Author:Shinee Land☆*゜


Trackbacks ล่าสุด

ค้นหา

แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน