[SF] จำนำรัก ภาค 2 - OnKey Part 1


Pic:by ~TimSawyer on deviantART


ครั้นกาลเวลาผ่านไป นับตั้งแต่เจ้านายคนใหม่ย่างก้าวเข้ามาแทนที่ สถานที่แห่งนี้ดูน่ารื่นรมย์ยิ่งกว่าเดิม ทุกอย่างทุกจัดเปลี่ยน แต่งแต้ม เพิ่มเติมให้ดูสดใส มีชีวิตชีวา แต่ผ่านใต้ความสวยงามเหล่านั้นกลับถูกราคะเข้าครอบนำ ทุกๆที่ ทุกๆเพลา มีแต่เสียงร้องครางหวานจับใจพร้อมกิริบทการพลอดรักที่รุนแรงหนักหน่วง ให้เห็นอยู่เกลือนกลาด


“อือ...”

ร่างสะโอดสะอง บวกกับผิวขาวผ่อง เพิ่งฝืนตื่นจากนิทรา คนนายหน้าสวยขยับร่างกายบิดไปมา นั่งอยู่กับเตียงนอนที่ปูทับด้วยผ้าปูสีชมพูสด แซมลายดอกไม้วาดเป็นลวดลายสวยงามบรรจง ทำให้ผ้าปูนั้นดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

“จงฮยอน...จงฮยอน...เอ๋? จงฮยอน!”

เสียงหวานเรียกขานคนรับใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นานจนคนเรียกเริ่มหงุดหงิด แต่ก็ยังไม่ปรากฎคนที่เรียกหา จนกระทั่งแสงเรืองสีขาวน่าแสบตา เรืองรองข้างๆเตียงนอน ไม่นานก็ปรากฎร่างชายรูปงาม ท่าทางอบอุ่น ชวนเคลิ้มฝัน พร้อมกับแสงที่ค่อยๆจางหายไป

“อนยู...ท่านพี่!”
“ท่านจำคนผิดแล้วกระมั้ง” ชายผู้นั้นตอบหน้าตาเฉย
“จะจำผิดได้อย่างไร ในเมื่อท่านคือสามีข้า”
“ข้าเป็นทาสรับใช้ของท่านผู้เป็นใหญ่ ท่านส่งให้หม่อนฉันมา เป็นทาสรับใช้แทนจงฮยอน”
“ทำไม?”
“จงฮยอนหมดหน้าที่แล้ว ต่อไปหม่อมฉันจะเป็นคนดูแลท่านเอง ท่านคิม คิบอม”
“อนยู...”
“หม่อมฉันชื่อ จินกิ”
“ไม่ ข้าไม่เชื่อ เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้เหมือนกับท่านพี่ของข้า เจ้าเป็นใคร!”

ร่างบางลุกขึ้นทุบตีคนตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง พร้อมน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม แต่ถึงแม้จะทำร้ายอีกคนหนักหนาเพียงใด ผู้ที่ถูกทำร้ายก็ไม่สะทกสะท้านหรือเจ็บช้ำใดๆ แม้แต่รอยขีดขวนยังไม่มี

“ทำไม ทำไมกัน...ทำไมเป็นแบบนี้”

คิบอมสะอื้นไห้จนตัวโยก กำบั้นเล็กเฝ้าทุบตีหน้าอกแกร่งจนหมดแรงไปเสียเอง ร่างเพรียวบางกำลังจะเซล้มพับลงพื้น แต่ทาสรับใช้หนุ่ม กลับรับร่างนั้นไว้ได้ท่วงทัน

“อึก...ท่านพี่”

สายตาทั้งคู่ผลันประสบกันโดยบังเอิญ แต่กลับแน่นิ่งจ้องมองกันอยู่เนินนาน

“ท่านคือใครกันแน่”

ทาสผู้รับใช้มิได้ตอบคำถามใดๆ แต่กลับอุ้มร่างบางขึ้นพักบนเตียง พอจะปล่อยตัวออกห่าง เจ้านายหน้าสวยกลับรั้งคอแกร่งเกี้ยวเข้าหา ริมฝีปากนุ่มรีบประทับตรึงตราอย่างโหยหาไม่คิดรีรอ
คิบอมผลักร่างโปร่งนอนแนบกับเตียง ขณะที่ริมฝีปากก็ยังบดเบียดซึ้งกันและกันอยู่

“ท่านเป็นใคร...ข้าจะพิสูจน์เอง”

เจ้านายผู้เชียวชาญรีบปลดเครื่องอาภรณ์ที่กีดขว้างของจินกิทิ้งลงพื้น ริมฝีปากสีแดงสดเฝ้าไล้เลียไปทั่วร่างเปลือยเปล่า ลิ้นร้อนไล้วนบนยอดอกชายหนุ่มจนเฉอะแฉะ ผสมกับเสียงครางต่ำที่ดังขึ้นเป็นระยะไม่ขาดสาย

“ข้ารู้ว่าท่านชอบให้ข้าทำตรงไหน...ข้ารู้ว่าสิ่งใดที่จะทำให้ท่านพอใจถึงที่สุด”

ใบหน้าสวยละขึ้นจากหน้าอกแกร่ง ก่อนสะโพกกลมมนจะขยับเสียดสีลงตรงช่วงล่างของผู้อยู่ใต้อาณัติ

“อ๊า...ท่านพี่ ข้าคิดถึงท่าน”

ความร้อนระอุของไฟแห่งตัณหา กำลังรุกโชนสิงห์สู่กายา ร่างบางรีบบดเบียดขยับช่องทางแคบเข้าหาท่อนกายแข็งที่ตั้งชูชัน เมื่อสองร่างผสานเป็นหนึ่ง บทรักอันร้อนแรงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่รอช้า

“อ๊ะ...ท่านพี่...ใจเย็นๆสิ่”

แท่งกายใหญ่ขยับเข้าออกหนักหน่วงจนคนด้านบนเสียวซ่านขนลุกขนพอง มือเรียวที่ลูบคลำอยู่บนหน้าท้องแกร่ง เปลี่ยนมาสอดประสานเข้าหามือของอีกคนไว้ แรงรักร้อนระอุกำลังโหมร่างกายจนใกล้จะม้อดไหม้เป็นจุล

“อ่า...ท่านพี่... ปล่อยเข้ามาในตัวข้า...อื้อ”

เพราะวาจายั่วยวนของร่างบาง หรือเพราะสาเหตุใด จินกิถึงได้ผลักผู้ที่นั่งค่อม นอนราบลงเตียง ก่อนแท่งกายใหญ่จะขยับสอดใส่เร่งเร้า เสียดสีช่องทางแคบจนร้อนระอุ ยิ่งรัดแน่นยิ่งขยับเข้าหาแรงขึ้น ยิ่งผู้ถูกกระทำร้องดัง ยิ่งเพิ่มแรงผลักให้กับร่างโปร่งเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ

“อ๊า...ท่านพี่...ใกล้แล้ว”

จินกิเร่งขยับไม่กี่ครั้ง ก่อนจะดึงแท่งกายออก เปลี่ยนมาจ่อใส่ใบหน้าสวยเพื่อปลดปล่อย ร่างบางยิ้มหวานให้คนตรงหน้า มือเรียวจับแท่งกายใหญ่ เร่งรูดสาวใส่ปาก ที่พร้อมอ้ารับของเหลวนั้นด้วยความเต็มใจ

“อื้อออ”

จินกิร้องครางด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด และถึงแม้ว่าเขาจะปลดปล่อยของเหลวนั้นไปจนหมด แล้ว แต่ปากนิ่มก็ยังคงดูดอมมันไม่ยอมเลิกลา จินกิเพ่งมองการกระทำเยี่ยงนี้ของอีกคนอยู่ไม่นาน อารมณ์ที่ดับมอดก็รุกโชนขึ้นมาอีก คราวนี้ท่าจะอีกนานกว่าเชื้อเพลิงจะถูกน้ำสาดให้ดับลง

“อ๊า...ท่านพี่”

เสียงครวญคราง เสียงแรงเร่งเร้าของร่ายกายดังลั่นไปทั่วห้อง จวบจนแสงอรุณกำลังจะลับหาย แสงจันทร์ใกล้จะโผล่ขึ้นมาส่องสว่างแทนที่

“นายท่าน...คิบอม...”

เสียงเรียกของทาสผู้รับใช้ เอ่ยดังเพียงแผ่วเบาของหูผู้นอนข้างกาย ก่อนร่างกายของเขาจะลุกขึ้นแล้วเดินหายลับไป
เวลาล่วงเลยผ่านจนกระทั้งกลางดึก เจ้านายหน้าสวยขยับกายลุกตื้นจากนินทรา แต่ด้วยความเมื้อยล้ายังมีอยู่มาก ร่างกายจึงขยับลุกขึ้นได้ไม่เต็มที

“หายไปไหนกันนะ...”

สายตาสอดส่องหาคนรับใช้แต่ไร้เงา สักพักประตูไม้บานใหญ่จึงถูกเปิดออก พร้อมคนที่โหยหาเดินก้าวเข้ามา สองมือของจินกิถือถาดสำรับเตรียมมาอย่างพร้อมเพรียง เขาวางมันลงที่โต๊ะข้างเตียงนอน จัดแจ้งมื้อค่ำไว้พร้อมให้เจ้านายรับประทาน ร่างบางยิ้มเล็กน้อยกับท่าทีเย็นชาแต่แฝงความ รู้สึกห่วงหาอยู่ภายใน

“ขอบใจ”

คิบอมขยับลุกเพียงเล็กน้อย แต่ยังพาร่างกายไปมิได้ไกล ความรู้สึกปวดหนึบกลับกลืนกินจนต้องหน้านิ่ว

“จินกิ...เรา...อื้อ...”

ร่างบางแหงนมองคนข้างกาย สบสายตาอ้อนวอนยิ่งนัก ริมฝีปากสีแดงสดเม้มเข้าหากันจนเหยียดตรง สองมือจิกกำผืนผ้าห่มจนยับยู้ยี้

“นายท่าน”
“เราลุกไม่ไหว...เจ็บ”

เพียงแค่เอยแผ่วเบา ทาสผู้รับใช้จึงรีบพยุงตัวเจ้านายเข้าไปใกล้ยังสำรับที่จัดเตรียมไว้พร้อม

“เราไม่มีแรง...เจ้าตักอาหารให้ด้วยได้ไหม”

วินาทีนี้ใครจะน่าพิศมัยไปกว่าเจ้านายแมวน้อยช่างอ้อนตนนี้ไม่มีอีกแล้ว ถ้าเป็นผู้คนธรรมดาคงหลงติดกับดักอันหอมหวานนี้แทบถอนตัวไม่ขึ้น แต่กับทาสผู้ซึ้งเย็นชา ไร้หัวใจอย่างจินกิ สิ่งยั่วยวนเหล่านี้ จะเข้าไปถึงจิตใจของเขาได้ลึกเพียงใดกัน

“เร็วสิ่ เราหิว”
ปากบางเร่งเร้าพร้อมสองแขนที่เกี่ยวเกาะออดอ้อนร่างโปร่งไม่หยุดหย่อน รบเร้าเอาแต่ใจจนอีกคนต้องตามใจ หลีกเลี่ยงมิได้ มือหนาตักอาหารใส่ช้อนในขนาดพอคำ ก่อนจะยื่นป้อนอาหารใส่ปากตามที่เจ้านายขอ แต่...

“ป้อนด้วยปากของเจ้า”

คำสั่งต่อมากลับทำให้คนรับใช้หนุ่มหยุดชะงั้น ร่างกายนิ่งดั่งรูปปั้นหิน

“เร็วสิ่...ใช้ปากของเจ้าป้อนข้าเดี๋ยวนี้!”

คำสั่งเด็ดขาดช่างล่อแหลมยิ่งนัก แล้วเยี่ยงนี้จะทำอย่างไรดี...ลี จินกิ
จินกิช่างใจอยู่ครู่เดียว ก่อนจะเอาอาหารที่ตักไว้ในช้อนคันหรูใส่เข้าปาก ทาสผู้หล่อเหลาอมมันไว้ไม่นาน ใบหน้าของเขาก็โน้มเข้าหาเจ้านายหน้าสวยประกบป้อนอาหารที่มีอยู่ในปาก ลิ้นหนาพยายามส่งอาหารนั้นเข้าสู่โพรงปากของอีกคน แต่ดูท่าจะกลายเป็นการแลกลิ้นแทนการแลกสำรับมื้อค่ำเสียมากกกว่า

“อื้ม...อร่อย”

หลังจากปากแยกออกจากกัน คิบอมรีบใช้ลิ้นไล้เลียซึมซับความหวานหอมทั่วขอบปาก หวังยั่วยวนคนข้างกาย

“เจ้าละอร่อยไหม จินกิ”
“กระผมไม่สามารถรับรู้รสชาดของอาหารพวกนี้ได้หรอกครับ”
“หืม...งั้นเหรอ...แล้วรสชาดของเราละ เจ้าว่า...อร่อยไหม”

วาจาทะโลมที่เอยไม่อายปาก พร้อมกิริยาเยี่ยงนางโลมชั้นดี พาคนรับใช้หนุ่มรู้สึกหนาวร้อนไปทั่วร่าง

“เออ...กระผมว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว”

ร่างบางขมวดคิ้วปรับสีหน้าเรียบตรึงขึ้นมาทันที เวลาที่จินกิกำลังพูดถึงคือเวลาของการรับจำนำอย่างนั้นสินะ

“อืม...รู้แล้ว เจ้าออกไปก่อน เราทำกิจของเราเสร็จแล้วจะตามไป”
“ครับนายท่าน”

เวลาวิกาลเช่นนี้ ไม่นานเชื่อว่าจะผู้ใดกล้าเข้ามาในคฤหาสของเขา ร่างบางสลัดความคิดยุ่งเหยิงพวกนั้นทิ้ง ก่อนจะใช้เวลาชำระล้างร่างกาย แต่งองค์ทรงเครื่องเสียใหม่ จนงามวิไลดั่งพญาหงส์ เจ้านายหน้าสวยผู้มีอำนาจหนึ่งเดียวในคฤหาสน์หลังนี้ เดินอวดองค์ออกมาด้วยชุดงามสีแดงสดตัดกับสีผิวได้ดีไม่มีที่ติ แถมเบาบางจนเกือบจะเห็นเนื้อในที่อยู่ใต้ผืนผ้ายังชวนให้เคลิ้มฝัน เขาก้าวเข้ามานั่งยังโต๊ะรับแขกกลางห้องอย่างสง่างาม ข้างๆกันมีผู้รับใช้ที่ค่อยจัดแจงภารกิจต่างๆไว้สำหรับผู้บัญชาการได้ตรวจสอบครั้งสุดท้าย ก่อนจะลงมือจัดการให้เสร็จสิ้น

“ไหนละ ของจำนำ”
“เชิญครับ ท่านยุนโฮ”

ร่างบางเพ่งมองของจำนำไม่พริบตา ปากบางเผลอยิ้มเล็กน้อย ดูท่าจะพึงพอใจกับของชิ้นนี้มากพอดู

“เล่ามาจินกิ”

เจ้านายหน้าสวยสั่งผู้รับ ให้บรรยายถึงที่มาที่ไปของชายผู้นี้

“ชายผู้นี้ชื่อ ชอง ยุนโฮ เป็นลูกของเศรษฐผู้ร่ำรวย ทางบ้านทำธุรกิจหลายอย่าง ส่วนมากล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย แต่เนื่องจากระยะหลังพ่อของเขาได้ติดการพนันจนต้องขายกิจการเพื่อใช้หนี้ จนกระทั่งทุกวันนี้แทบจะเรียกได้ว่าสิ้นเนื้อประดาตัว ชายผู้นี้เลยตัดสินใจที่จะเข้ามารับการช่วยเหลือจากนายท่านด้วยตัวเอง เพื่อจะกอบกู้กิจการของครอบครัว”
“จุ๊ๆๆ ช่างน่าเวทนายิ่งนัก”
“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด ชอง ยุนโฮ”

ร่างบางยื่นมือไปลูบใบหน้าหล่อเหลานั้น ก่อนจับปลายคางแหลมขึ้นมาเผชิญหน้า

“เงิน!ผมต้องการเงิน”
“หึ...มนุษย์ก็มีเพียงเท่านี้”

คิบอมหันมองหน้าจินกิที่ยืนอยู่ข้างกัน เขาพยักหน้าเพียงครั้งเดียว สิ่งที่ผู้จำนำต้องการก็ร่วงโรยกองอยู่ตรงหน้าแทบท่วมหัว

“ข้ายินดีที่ท่านพอใจกับสิ่งนี้ แต่ท่านเองก็ต้องยินดีที่จะแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ข้าพอใจเช่นกัน”
“ได้ๆๆ ข้าให้ท่านได้ทุกอย่าง”
“ดี...เงินพวกนี้ข้าจะให้คนส่งไปให้ถึงบ้านของท่านเอง แต่ตอนนี้ท่านต้องมากับข้าสักประเดี๋ยว”
“ได้ ข้ายินดี”
“หึ...ตามข้าขึ้นมา ส่วนเจ้าจินกิ!...คอยเฝ้ามองดูข้ากับชายผู้นี้อย่าให้คลาดสายตา”

ร่างบางยิ้มเยาะทาสรับใช้ ก่อนจะเดินเฉียดหวังยั่วคนที่ยิ้มเยาะ แล้วเดินขึ้นห้อง พร้อมผู้จำนำที่เดินตามติดไม่ห่าง

“เชิญ เข้ามาสิท่านยุนโฮ”

เจ้าของคฤหาสน์ ผู้มีใบหน้าสวยหวานเยี่ยงสตรี ย่างก้าวเข้ามานั่งบนเตียง พร้อมเอยชวนบุรุษที่เดินตามมา ถึงแม้ปากจากเอยถึงอีกคน แต่สายตากลับจ้องไปที่คนด้านหลังเสียมากกว่า

“จินกิ เจ้าไปเอาไวน์รสเลิศมาต้อนรับแขกของข้าหน่อยสิ”
“ครับนายท่าน”

เมื่อบุคคลที่สามออกจากห้อง ร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่เตียงจึงเริ่มจัดการของจำนำและยังจัดการแทรกแผนปลดหน้ากากที่อยู่บนหน้าของผู้เป็นที่รักให้หลุดออกเสียที

“ท่านไม่เมื่อยหรือไง ท่านยุนโฮ”
“มะ ไม่ครับ”
“คิ...ท่านหน้าแดง”
“ข้า...ข้า”

ยิ่งคนตรงหน้าแสดงอาการประหม่า ร่างบางยิ่งแสดงท่าทีให้ท่ามากขึ้น คิบอมลุกขึ้นเดินเข้าประชิดตัวบุรุษตรงหน้าจนกายแนบกาย ใบหน้าทั้งสอง อยู่ห่างกันไม่ถึงเซน กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างบาง ริมฝีปากแดงฉ่ำ ผิวขาวละเอียดนิ่ม เป็นเครื่องมือชั้นเยี่ยมที่ใช้ล่อมานักต่อนัก

“อื้อ...”

สุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดทนทานต่อฤทธิ์เสน่หานี้ไปได้ ร่างบางถูกรวบกอด แถมยังถูกจู่โจมด้วยรสชาดของจุมพิตอันร้อนแรง การขยับเสียดสีของร่างกายนำพาความตื่นเต้นมาสู่เรื่องบนเตียงที่กำลังจะพบเจอ ทั้งสองนำพาร่างกายก้าวเดินเข้าหาเตียงนอนแม้กระทั้งริมฝีปากจะยังพัวพันกันอยู่ก็ตาม

“อือ...ใจเย็นสิท่าน”
“ข้าไม่ไหม แล้ว...ข้าต้องการ...”
“งั้นก็ทำอย่างที่ท่านต้องการสิ”

ร่างเบาะบางถูกจับตรึงกลางเตียง ริมฝีปากของบุรุษที่คล่อมทับกายอยู่ เฝ้าประพรมไปทั่วตัว จนกระทั่ง...

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูของคนที่คิบอมอยากให้มาเห็นบนรักครั้งนี้ดังขึ้น

“เข้า...อือ...มา”

จินกิเปิดประตูเข้ามาตามคำสั่ง ชายหนุ่ม แสดงท่าทางเรียบเฉยต่อการกระทำของคนตรงหน้าเยี่ยงกับลมผ่าน เขาวางขวดไวน์และแก้วไว้ที่โต๊ะข้างเตียง และกำลังจะเดินออกจากห้อง

“หยุด!”

คนถูกสั่งยืนนิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะหันมองเจ้านายด้วยท่าทีนิ่งเฉยเหมือนไม่ได้พบไม่ได้เห็นสิ่งที่อีกสองร่างกำลังกระทำต่อกันอยู่ในขณะนี้

“ข้าสั่งให้เจ้าคอยเฝ้ามองดูข้าอย่าให้คลาดสายตามิใช่หรือ ฉะนั้นเจ้าก็อยู่ในนี้ ห้ามออกไปจนกว่าข้าจะส่ง”
“ครับนายท่าน”

คำพูดตอบรับที่เป็นปกติของจินกิ พาลทำร่างบางหยุดหงิดแทบบ้า ทั้งๆที่ยั่วถึงเพียงนี้ ทั้งที่เห็นเขาพลอดรักกับชายอื่นต่อหน้า ท่านก็ยังไม่รู้สึกหึงหวงข้าบ้างเลย คิบอมเริ่มตัดพ้อน้อยใจคนรักจนกระทั่งเริ่มแสดงอาการประชดประชัดหนักขึ้นอีก

“อ่า...ท่ายุนโฮ เข้ามาในตัวเราเร็วๆเถิด”

สองขาเรียวตั้งฉากกางออกกว้าง ก่อนมือบางจะค่อยๆร่นชุดกระโปรงยาวขึ้นทีละนิด ยุนโฮที่นั่งมองกิริยาเยี่ยงโสเพณีชั้นยอด เริ่มอยู่ไม่สุข ชายหนุ่มกำลังจะแสดงท่าทีของหมาป่าที่ซ้อนเร้น เข้าตะคุบเหงื่อ หวังดื่มกินให้หายยาก

แควก!
“อ๊ะ ท่าน!”

กระโปรงตัวบางถูกฉีกจากฝีมือของคนหน้ามืด เนื้อหนังใต้อาภรณ์ถูกขย่ำจนชอกช้ำ ปากบางที่จะร้องใช้ร้องขอความช่วยเหลือกลับถูกมือหนาปิดทับเสียสนิท ร่างกายอ่อนแรงเกินกว่าจะต่อสู้ขัดขืนได้ คิบอมได้แต่โกรธเคืองคนรักที่อยู่ข้างกาย ชายผู้นั้นทำได้อย่างไรกัน ยืนมองคนรักถูกข่มเหงต่อหน้าต่อตา

ตุบ!

“ทะ ท่าน”

ร่างของยุนโฮถูกเหวี่ยงอัดติดกำแพงของผนังห้องอีกฝาก เพียงแค่ฝ่ามือเดียวของจินกิ ร่างกายของชายผู้เหิมเกริมก็กระเด็นออกห่างร่างบางเหมือนดั่งลมพัด

“นายท่าน”
“ฮึก...ท่านพี่...ท่านเป็นหวงข้า”

คิบอมรีบสวมกอดชายผู้เป็นที่รัก น้ำตาแห่งความยินดีไหลอาบแทนความโศกเศร้าเมื่อครู่เสียหมด

“ท่านขอให้กระผมช่วย”

ใช่เขาขอให้จินกิช่วย เพียงแต่แค่ไม่ได้เปล่งเสียงนั้นออกมา แต่จินกิก็รับรู้ได้อย่างนั้นหรือ

“ท่านอ่านความคิดข้าได้หรือ”
“ครับ”
“แล้วที่ท่านช่วยเราเพราะเพียงแค่ได้ยินความคิดเรา แค่นั้นใช่ไหม”
“ครับ”
“ท่าน...ท่านช่างโหดร้ายกับเรายิ่งนัก”
“กระผมทำอะไรผิด”
“หึ...ไม่หรอก ท่านไม่ผิด ข้าผิดเอง ผิดที่คิดไปเอง”
“นายท่าน...”
“ออกไป...ส่วนของจำนำชิ้นนี้ข้าจะจัดการเอง”
“ครับนายท่าน”

จินกิเดินยังได้ทันถึงประตู ร่างของคิบอมก้ล้มพับลงกับพื้นเย็นเฉียบ

“นายท่าน”
“อึก...ปล่อย”

ดูเหมือนคำสั่งของเจ้านายจะไม่เป็นผล ร่างบางถูกอุ้มขึ้นพักบนเตียง สองขาที่ไร้เรี่ยงแรงถูกสัมผัสของฝ่ามืออุ่นช่วยให้ผ่อนคลาย แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่จินกิกระทำนั้น ยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นบางอย่างที่ยังไม่มอดไหม้

“อึก อือ...”
“เจ็บหรือครับ”
“เปล่า...เจ้าออกไปข้างนอกเสียทีเถอะ”
“แต่นายท่านกำลังต้องการกระผม”
“เอ๋!เจ้า...อ๊ะ”

แท่งกายสมส่วนที่ตั้งชันของคิบอม ถูกมือหนาจับรูดสาวบรรเทาอารมณ์ใคร่ให้ผ่อนคลาย แถมปากหนายังช่วยเร่งให้อีกคนไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เร็วขึ้นอีก สองมือหนาพยายามเร่งชักนำความสุขที่ใกล้จะมาเยือน ปากหนาพยายามเฝ้าโลมเลียให้ความสุขนั้นกระชั้นชิดเข้ามาอีก จนกระทั้งน้ำเหนียวอันหอมหวานไหลเข้าสู่ปากหนาจนหมดสิ้น จินกิมิได้รังเกียจที่จะกลืนกินมันลงไปจนหมด ชายหนุ่มยืนขึ้นเต็มตัวพินิศมองเจ้านายที่หมดเรี่ยงแรงเหมือนแมวแสนเชื่องพร้อมดวงตาหวานเยิ้มก็มองเขาไม่คลาดสายตา

“อนยู...”

เสียงเรียกชื่อแผ่วเบา อ่อนหวานเหมือนกระซิบข้างหู ช่างกระตุ้นความดิบเถื่อนของชายหนุ่มได้ดียิ่งนัก จินกินั่งลงข้างๆร่างเบาะบาง มือหนาลูบใบหน้าหวานไล้เรื่อยลงมาถึงคางเรียว สองสายตาจดจ้องเพ่งมองกันมิห่าง ดั่งราวกลับใครอีกคนจะหายไปถ้าคลาดสายตาไปเพียงเสี้ยววินาทีเดียว

“ใจในท่านยังมีภรรยาคนนี้อยู่บ้างไหม?”

มือบางทาบทับจับมือหนาที่วางอยู่ข้างแก้ม ถ้อยคำพร้อมสายตาที่ส่งผ่านหวังได้รับคำตอบจากอีกคน แต่คำตอบนั้นกลับถูกความเชยชา เงียบงั้นเข้าแทนที่

“ฮึก...ท่านคงไม่ใช่สามีข้า ไม่ใช่อนยู”

คิบอมปล่อยมือออกจากฝ่ามือที่ตนทาบทับไว้ ร่างบางผลิกหันนอนตะแคงข้างหันหลังให้คนเย็นชาตรงหน้าอย่างตัดพ้อ

“อ๊ะ! อื้อออ”

จู่ๆจินกิที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเข้าประชิดตัวร่างบาง เขาจับแขนเล็กทั้งสองเกี่ยวไขว้กันไว้ด้านหลัง ร่างเล็กที่พยายามจะดิ้นรนถูกจับตรึงให้นอนคว่ำหน้าจนแทบหายใจไม่ออก ร่างโปร่งกำลังกระทำการอุกอาจอย่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มือหนาหนึ่งข้างจับแขนเรียวที่ไขว้เกี่ยวกันไว้อีกมือบีบขยำก้นนิ่มจนเนื้อล้นเต็มไม่เต็มมือ

“อื้อ...อย่า...”

คำห้ามปรามมิได้แทรกเข้าสู่การรับฟังเพียงสักนิด มิหน่ำซ้ำจินกิยิ่งแสดงความป่าเทื่อนหนักกว่าครั้งไหนๆ ร่างโปร่งเข้าประชิดตัวผู้นอนนิ่ง กายแกร่งขึ้นทับทาบบนร่างกาบนุ่มนิ่ม จินกิพยายามขยับลำตัวส่วนล่างถูไถกับง่ามก้นของอีกคนจนร้อนผ่าว ก่อนจะดึงกระชากอาภรณ์ที่หลุดลุ่ยของร่างสวยอยู่แล้วนั้นขาดสะบั้น เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า

“ท่าน...อ่า...อย่านะ อย่าทำอย่างนี้”

ถ้อยคำห้ามปรามยิ่งเหมือนคำเชื้อเชิญ ร่างบางถูกขยำก้นนิ่มจนต้องร้องครางแทนเสียงกล่าวเตือน

“อ๊า...ไม่...อือ”

มือหนึ่งขยำก้นงอนอีกมือคอยปลุกเร้าช่องทางเล็กแคบเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความหฤหรรษ์ที่กำลังจะพบเจอ

“อ๊า...ท่าน...”

ณ ตอนนี้ร่างกายของคิบอมกำลังตอบรับและโหยหาอีกคนเป็นอย่างมาก ร่างกายบิดเร้าอย่างน่าเวทนา

“อื้อ...พอที...ถ้าจะทำก็เร็วเถอะ เราไม่ไหวแล้ว”

ร่างโปร่งจับก้นนิ่มบีบแยกออกจากกันจนเห็นช่องทางอันน่าพิศมัยที่กำลังเชื้อเชิญอยู่ แต่เขากลับไม่ปราถนาให้ในสิ่งที่เจ้านายคนสวยเรียกร้อง แต่กลับวางแท่งกายไว้ตรงง่ามก้นแล้วบีบให้ก้นสวยรัดของๆเขา จากนั้นเจ้าตัวจึงขยับมันอยู่อย่างนั้น จนตัวเองสำเร็จความใคร่ไปก่อนแล้ว

“ได้โปรด...อนยู”
“กระผมมิใช้คนที่ท่านกำลังเรียกหา”
“ข้าไม่เชื่อ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ท่านหึงหวงข้ามิใช่หรือ”
“กระผมบอกไปแล้วว่านายท่านเป็นคนขอร้อง”
“หึ...นั้นมันข้ออ้างของเจ้า สายตาและการกระทำนั้นแสดงออกชัดเจน”
“สุดแล้วแต่นายท่านจะไตร่ตรอง”
“เจ้า!ทำไมถึงได้ใจร้ายกับข้านัก”
“กระผมมิได้...”
“หยุด...พอแล้ว!ออกไปเสียที ถ้าท่านไม่ปราถนาข้า ข้าเองก็คงจะไม่รั้งท่านอีกแล้ว ข้าจะไปบอกให้ท่านผู้เป็นใหญ่ เปลี่ยนผู้รับใช้มาให้ข้าใหม่ เพราะฉะนั้นตั้งแต่บัดนี้ เจ้า...อ๊ะ!”

แท่งร้อนหนารีบเสือกใส่เข้าสู่ช่องทางด้านหลังก่อนที่เจ้านายจะเอยถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์เสร็จสิ้น จินกิเร่งขยับเคลื่อนลำตัวไม่ให้อีกคนได้หยุดพัก น้ำสีขุ่นแปะเปื้อนไปทั่วก้นเนียน ก่อนจะกระทุ่งแท่งกายหนาจนเสร็จพร้อมกัน แต่ก็พักอยู่มิได้ไม่นาน ร่างบางก็ถูกอีกคนกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเหนื่อยหอบเพลียหลับไปเสียเอง

“เจ้าจักให้พี่ทำเช่นไร ยอดรักของพี่...”

จินกิโอบกอดคนข้างกอดแนบแน่น กว่าจักได้เจอกันมันช่างยากเย็นนัก แต่การจักได้อยู่ด้วยกันมันช่างยากเย็นเสียกว่า คำสาบานที่เกี่ยวรัดจนแน่นคอ คำพูดที่อยากจะพูดกลับเอื้อนเอยออกมามิได้ ไม่รู้ว่าผู้ใดที่ทรมานมากกว่ากัน...
Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(7)

Goods

ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้นะคะ
สินค้าบางอย่างทำเองผลิตเอง เกรดเอ แน่นอนค่ะ
เกี่ยวกับ shinee ก็มีเยอะ เพราะเจ้าของเว็บชอบ 555
ราคาพอเหมาะพอควรไม่แพงอย่างที่คิดจ๊า

http://good-day.lnwshop.com
About Shinee |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

[Twitter] 120603-04 Onew


ชื่อยูสของอน เป็นการพิมพ์ภาษาเกาหลีโดยใช้แป้นภาษาอังกฤษนะคะ (ภาษาเกาหลี คือ 나도동물이야)



















ก่อนที่อนจะทวิต "แล้วผมล่ะ" ก่อนหน้าหน้านี้ไซมอนดีคุยกับฮเยลิม ประมาณว่านัดเจอกันแล้วอนก็ทวิตไป "แล้วผมล่ะ"









Source : Twitter @skehehdanfdldi
Trans : sa_lie@shinee-thailand
edit : monochani@shinee-thailand

Onew |trackback(0) |ความคิดเห็น(1)

[Me2Day] 120604 Onew




[온유] 키랑 한 컷~^^
[อนยู] ถ่ายวันช็อตกับคีย์ ~^^


Source : SHINee Me2Day
Findsource : SHINeeTHAILAND
Thai Trans by sa_lie

http://www.shinee-thailand.com/
ME2DAY |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

[SF] Unforget Love – Onew Key Minho 2/2 The End

กว่าจะถึงเช้า เรื่องบนเตียงเกิดจึงเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน และเพราะความเหนื่อยล้าจากภาระกิจบนเตียงที่เพิ่งสงบลงไปหมาดๆ
ทั้งสองก็เลยนอนยาวจนไม่อยากตื่น ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงโทรศัพท์ของคีย์ดังปลุกซะก่อน คงหลับกันไปอีกนาน

“ฮัลโหล”
“คีย์...มินโฮนะ ทำไมไม่มาหาละ เรานัดกันไว้เย็นนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“มินโฮ...คือว่า...”
“คีย์อยู่กับใครงั้นเหรอ?”
“เออ...คือ...คีย์...”
“งั้นฉันจะไปหานายที่บ้านเอง”
“มินโฮ!เดี๋ยว...เดี๋ยวมินโฮ”

มินโฮพูดจบเขาก็ตัดสายไปก่อนทันที คนร่างเล็กยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ่มใจ เขาจะทำยังไงกับเรื่องนี้ จะเลือกมินโฮหรือว่าจะอยู่กับอนยู

“คีย์...จะรีบไปไหนเหรอ?”
”ฉะ ฉันมีธุระนะ อนยูกลับบ้านไปก่อนนะ เดี๋ยวค่อยเจอกัน”
“คีย์จะไปหาเขาใช่ไหม”
“อนยู...”
“คีย์จะกลับมาหาฉันไหม จะกลับมาใช่ไหม จะไม่จากฉันไปใช่ไหม”
“อนยู...ขอร้องละอย่าพูดแบบนี้ได้ไหม...ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่ฉัน... ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ อนยู...ฉันขอโทษ”

ร่างเล็กเอาแต่ร้องไห้ ก้มหน้าไม่กล้าสบตาอีกคนที่เอาแต่จ้องมองมา

“คีย์...ฉันจะรอคีย์นะ”
“อนยู”
“ฉันจะไปรอที่ที่นายเคยรอเขาทุกวัน”
“นายรู้เหรอว่าฉัน...”
“รู้สิ...ฉันเห็นคีย์ไปนั่งร้องไห้ที่นั่นเกือบทุกวัน ฉันขอโทษที่ต้องตามนายไป แต่ฉันแค่เป็นห่วง ฉันเป็นห่วงคีย์แล้วก็รักคีย์จริงๆนะ”
“อนยู...แต่คนอย่างฉันไม่สมควรที่จะได้รับมันเลย ความรู้สึกดีๆแบบนี้จากนาย ทั้งที่นายดีกับฉันทุกอย่างแต่ฉันกลับ...”
“คีย์...ไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะรอ จะไปรอคีย์ ถ้าท้องฟ้ามดลงแล้วนายยังไม่มาแสดงว่านายเลือกเขา ฉันก็จะไม่ว่าอะไรจะไม่ตามตอแยนายอีก
ฉันจะอวยพรให้นายกับเขา อวยพรให้มีความสุขมากๆ
“อนยู...อย่าทำแบบนี้เลย”
“เร็วสิคีย์รีบไปอาบน้ำได้แล้ว”

อนยูพลักร่างเล็กให้เดินเข้าห้องน้ำ แล้วรีบปิดประตู เขาไม่อยากให้คีย์ เห็นน้ำตาของเขา ไม่อยากให้คีย์รับรู้ความจริงว่าเขาเสียใจแค่ไหน
เขารู้ตัวเองดีว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องเป็นคนเจ็บ ตั้งแต่ที่คบกันมาอนยูรู้มาตลอดว่าคีย์ไม่เคยจริงจังกับเขาเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง
ร่างเล็กเฝ้าแต่คิดถึงเขาคนๆนั้นมาตลอด แต่ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจเขาก็ยังดื้อดึง ไม่ยอมรับความจริงนี้ แต่วันนี้คงมาถึงแล้ว เขาต้องตื่นจากความฝัน
สักที อนยูนั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆอยู่นานจนในที่สุดเขา ก็ตัดสินใจเดินจากห้อง น้ำตาของเขาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทุกนาทีที่ผ่านไป
ช่างเจ็บปวดเกินกว่าจะทนรับไหว แล้ววันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงถ้าเขาไม่มีคีย์ เขาจะทำยังไงดีถ้าคีย์เลือกใครคนนั้น

“อนยู”

หลังจากออกมาจากห้องน้ำ เมื่อไม่เห็นคนตัวหนา ถึงแท้จะเรียกหาสักเท่าไหร่ก็ไม่เจอตัว คีย์รีบเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกมาจากห้อง
เขาเดินลงไปที่ห้องนั่งเล่นหวังว่าจะเจอคนที่เรียกแต่ก็ไม่มีแม้แต่เงา สักพักเสียงกริ่งก็ดังขึ้น ร่างเล็กรู้ทันทีว่ามินโฮมาถึงแล้ว ขายาวรีบ
ก้าวไปเปิดประตู ทันทีที่ประตูถูกปิดออก ร่างบางก็ถูกดันจนเซไปติดกับผนังบ้านโดยที่มีคน ร่างสูงยืนค่อมตัวไว้ มินโฮรีบกดจูบลงไป
อย่างไม่รอช้า ถึงแท้คีย์จะดิ้นหนีแต่กลับถูกอีกคนจับกดไว้แน่นจนขยับไปไหนไม่ได้

“อื้อ...มินโฮ”

ร่างบางดิ้นแรงไม่ยอมรับจูบจากอีกคน เพราะจูบที่มินโฮมอบให้มันไม่เหมือนเดิม มันไม่ใช้จูบที่มอบให้ด้วยความรักแต่มันทั้งเกรี้ยวกราดแล้วก็รุนแรงสำหรับเขา ยิ่งคีย์ดิ้นมินโฮก็ยิ่งจูบหนักขึ้นกว่าเดิม จนริมฝีปากบางเริ่มมีเลือดไหลซิบๆออกมา

“อื้อ...เจ็บมินโฮ...พอ...อือ...พอแล้ว”

คำพูดอ้อนวอนของคีย์ไม่เป็นผลเลย ในทางตรงกันข้ามร่างสูงยิ่งรุนแรงกับเขามากขึ้น มินโฮดึงกระชากเสื้อของ
คีย์จนขาดแล้วทิ้งมันลงไปกับพื้น จากนั้นเขาจึงค่อยๆชมเชยร่างเบาะบางนี้ไปทั่วจนถึงยอดอกสีชมพูที่เริ่มตั้งชูออกมา ปากหนากัด
ลงไปที่ยอดอกนั้นแรงๆจนคีย์ถึงกันสะดุ้งเกร็งตัวด้วยความเจ็บแสบ

“โอ๊ย...เจ็บมินโฮ!”

ถึงแม้คีย์จะร้องเจ็บมากแค่ไหน มินโฮก็ยังไม่มีท่าทีจะอ้อนข้อให้เลย สีหน้าของเขาเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ แต่แววตากลับแข็งกร้าว
ดูท่าคนร่างเล็กจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ทั้งสองฉุดกระชากกันอยู่นาน คีย์พยายามดิ้นจนสุดแรง ในที่สุดก็สามารถหลุดรอดออกมาจากคนร่างสูงได้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวหนีร่างเล็กก็ถูกผลักให้ล้มลงไปนอนกับพื้น มินโฮตามลงนั่งค่อมตัวเขาไว้อีก ตอนนี้คีย์หมดโอกาสที่จะหนีรอดแล้ว
ยิ่งดิ้นเหมือนยิ่งทำให้ตัวเองเจ็บตัวเข้าไปใหญ่ ร่างบางเลยเปลี่ยนมาขอร้องอ้อนวอนมินโฮอี หวังจะให้เขาใจเย็นลงบ้าง

“มินโฮ!... อย่าทำกับคีย์แบบนี้...คีย์เจ็บ ไม่อยากได้แบบนี้”
“ทำไมละ คีย์ไม่รักฉันเหรอ...ต้องการฉันไม่ใช่เหรอ...นายอยากให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง”
“แต่ไม่ใช่แบบนี้ มินโฮตอนนี้ไม่ใช่มินโฮที่คีย์รัก...ไม่ใช่เลยสักนิดเดียว”
“หึ...แล้วไอ้คนที่มันอยู่กับนายเมื่อวาน มันให้นายมากกว่าฉันงั้นสิ หรือว่านายรักมันแล้วเลยรังเกียจฉันขึ้นมา...นายรู้ไหมว่าฉันจะบ้าตาย
อยู่แล้ว รู้ไหมว่าฉันรักนายมากแค่ไหน รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่เราเลิกกันฉันเจ็บปวดมากแค่ไหน ฉันต้องทนเห็นนายอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน
มาตลอดเกือบปี ฉันทั้งทรมานทั้งโกรธ ทั้งเกลียด แทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว”
“มินโฮพูดอะไร...นายเป็นคนบอกเลิกฉันเอง นายเป็นที่คนที่ไม่ต้องการฉันเอง แล้วทำไมถึงได้พูดแบบนี้”
“ที่ฉันบอกเลิกนายก็เพราะ...”
“เพราะอะไร?”
“เพราะฉันต้องทำตามสัญญา”
“สัญญา?”
“ฉันสัญญาที่ให้ไว้กับใครคนหนึ่ง”
“ใครคนหนึ่ง?...มินโฮพูดอะไรฉันงงไปหมดแล้ว”
“คีย์ไม่ต้องรู้หรอกว่าคนๆนั้นคือใคร รู้แต่เพียงว่าตอนนี้ฉันเป็นอิสระแล้ว ฉันไม่ต้องรักษาสัญญาบ้าๆอะไรนั้นอีก และต่อจากนี้ฉันจะรักคีย์คนเดียว”
“แต่มินโฮแน่ใจเหรอว่ายังรักคีย์อยู่”
“แน่ใจสิ ฉันไม่เคยรักใครเลยนอกจากคีย์ และไม่คิดที่จะรักใครด้วย...เมื่อกี้ที่ฉันทำไปเพราะฉัน โกรธแล้วก็หวงนาย ต่อจากนี้ฉันจะไม่จากไปไหนอีกแล้ว ฉันจะไม่ให้นายจากฉันไปด้วยเช่นกัน”

มินโฮอุ้มคีย์ แล้วพาเดินขึ้นไปบนห้อง อารมณ์ของร่างบางในตอนนี้สับสนไปหมด เขาควรจะดีใจไม่ใช่เหรอที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้
เขากับมินโฮกลับมารักกันเหมือนเดิม สิ่งที่รอคอยมานาน คนที่เขาเอาแต่เฝ้าคิดถึงได้กลับมาหาแล้ว เขายังต้องการอะไรอีก ต่อจากนี้
ไปเขาจะมีมินโฮอยู่ข้างกาย แต่ทำไม...ทำไมถึงยังรู้สึกสับสนอยู่อีก

มินโฮวางคีย์ลงบนเตียงอย่างถนุถนอม ทุกส่วนของร่างบางเขาไม่เคยลืมได้เลย ทุกอย่างที่เป็นคีย์มันฝั่งอยู่ในใจเขาเสมอ คนร่างสูงค่อยๆ
ซับจูบไล้เลียเรือนร่างเพรียวบางเบาๆ เขาสัมผัสร่างบางทุกส่วนเท่าที่จะสัมผัสได้ ยิ่งมินโฮเลื่อนตัวลงไปใกล้กับส่วนกลางของคีย์ ร่างบาง
ยิ่งสั่นสะท้าน แทบหยุดหายใจ มินโฮก้มลงลียส่วนกลางนั้นเบาๆ เขาใช้มือทั้งสองข้างจับมันขึ้นมาแล้วรูดขึ้นลง ก่อนจะใช้ปากอมจนสุดโคน
ดูดตั้งแต่โคนจนถึงส่วนหัวเน้นย้ำแรงๆ นอกจากนั้นลิ้นหนายังค่อยพันรัดเลียให้อีกทาง ระหว่างที่ดูดเข้าออก จนคนร่างเล็กคล้ายทนไม่ไหว
เขาปล่อยน้ำที่อยู่ในตัวพุ่งฉีดใส่ปากมินโฮจนหมด

“อะ อ๊า...มินโฮ!!!”

เสียงร้องครางที่ดังมาจากความสุขสมของคีน์ มันยิ่งกระตุ้นให้มินโฮอยากจะปลดปล่อยของๆเขาออกมาเช่นกัน
ร่างสูงรีบจัดการถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เขาจับแท่งกายของตนรูดขึ้นลงเพื่อเตรียมอารมณ์ให้กับตัวเอง ก่อนจะใส่มัน เข้าไปในรูเล็ก
มินโฮค่อยๆดันมันเข้าไปในช่องแคบจนสุดแท่ง

“อ๊ะ! มินโฮ”
“อึก...อื้อ...”

ร่างสูง รีบกระแทกของๆเขาใส่อีกคนไม่ยั้ง ทั้งแรงแล้วก็หนักหน่วงจนเตียงสั่นไหวไปตามจังหวะที่ร่างกายขยับเขยื้อน คีย์อ้าขาออกกว้าง
เพื่อให้แท่งกายใหญ่สามารถใส่ร่างกายของได้สะดวกขึ้นอีก

“อะ อะ อ๊ะ...มินโฮ แรงอีก...อ๊า...”
“อื้อ...คีย์...”

ทำไปทำมาสักพัก มินโฮจึงจับร่างบางพลิกนอนคว่ำหน้าลงกับเตียง จากนั้นเขาก็จับก้นสวยขึ้นมาตั้งรับแท่งกายของเขาอีก
ท่านี้ยิ่งทำให้มินโฮสามารถสอดใส่ได้มากขึ้นและสะดวกขึ้นแท่งกายใหญ่ดันใส่ร่างบางอีกครั้ง แรงกระแทกถ่าโถมสอดใส่
หนักหน่วงจนช่องทางของคีย์ร้อยผ่าว

“คีย์...อ๊า...ฉันจะไม่ไหวแล้ว...อื้อออ”

มินโฮเม้มปากด้วยอารมณ์เสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก คนร่างเล็กเท่านั้นที่ทำให้เขามีความสุขได้ ความรู้สึกแบบนี้ไม่ว่าใครก็เทียบไม่ได้เลย

“อื้อ...ใส่เข้ามาอีก...มินโฮทำแรงอีก”

เสียงครวญครางร้องขอของคีย์ ยิ่งกระตุ้นให้ร่างสูงต้องเร่งจังหวะโหมหนักเร็วขึ้น ตอนนี้เตียงนอนแทบลุกเป็นไฟ มือเรียวสวยจิกกำ
ผ้าคลุมเตียงจนแน่น ปากก็เอาแต่ร้องคราง ดังลั่นไม่แพ้กับอีกคน จนในที่สุดความอัดอั้นที่เก็บมานานก็ได้ปล่อยออกมาเสียที

“มินโฮ...ฉันจะ...อะ อะ อ๊า!!!”
“คีย์ อ๊ะ...อ๊า!!!

ทั้งสองร้องครางดังลั่นเมื่อมาถึงยังจุดหมาย น้ำของมินโฮฉีดพุ่งใส่ร่างบางจนเลอะเต็มก้น ส่วนที่ไหลเข้าไปไม่หมด มันจึงค่อยๆ
ไหลออกมาตามง้ามขาเรียว คีย์เองก็ปล่อยน้ำของตัวเลอะเต็มเตียงนอน ทั้งสองล้มตัวลงนอนกับเตียงโดยที่ร่างสูงยังนอนทาบทับ
ร่างบางที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่ และเขาก็ยังคงค้างคาแท่งกายใหญ่อย่างนั้น

“...เหนื่อยไหมคีย์”
“อือ...เหนื่อย...เหนื่อยมากด้วย อยากนอนแล้ว”
“งั้นไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมานอน”
“ไม่เอา คีย์เดินไม่ไหวแล้ว”
“งั้นฉันอุ้ม”
“ก็ได้แต่ คีย์ไม่ทำในห้องน้ำแล้วนะ...เหนื่อยมากๆเลย”
“รู้แล้ว...พูดมากด้วยก็ต่ออีกรอบหรอก”

คำขู่ของมินโฮทำร่างเล็กรีบรูดซิบปากเงียบกริบไม่กล้าบ่นสักคำ

“คีย์ฉันไม่ได้เอาชุดมาด้วยนะ ทำไงดีละเนี่ย”
“ชุดของมินโฮมีอยู่ใส่ตู้เสื้อผ้าของคีย์ชุดหนึ่งนะ เดี๋ยวหาให้นะ”
“ยังเก็บไว้เหรอ”
“อืม...คีย์เก็บของมินโฮไว้เหมือนเดิมทุกอย่างแหละ”

คำพูดของคีย์ทำคนร่างสูงรู้สึกดีใจและเสียใจอย่างบอกไม่ถูก นี้เขาเห็นแกตัวเกินไปหรือเปล่า เขาทำเรื่องร้ายๆไว้กับคีย์
ตั้งเยอะแต่ทำไมคนๆนี้ถึงยังได้รักเขาอยู่ คีย์เดินไปหยิบเสื้อผ้าของมินโฮออกมา ทั้งสองคนจัดการแต่งตัวเสร็จ แล้วรีบ
เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ สักพักดูเหมือนฝนจะค่อยๆตกลงมาจนตอนนี้เริ่มที่จะตกหนักขึ้นทุกที ไม่รู้ทำไมอยู่ๆคนร่างเล็ก
กลับมีภาพคนๆหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวสมอง เขารีบหันไปมองดูนาฬิกา ตอนนี้ 6 โมงเย็นแล้ว อนยูยังจะรอเขาอยู่รึเปล่า
ตอนนี้คนๆนั้นจะเป็นยังไงบ้าง ฝนก็ดูท่าจะตกหนัก เขาจะทำยังไงดีจะไปหาอนยูหรือว่าอยู่กับมินโฮที่นี้

“คีย์...คีย์!”
“อะ อะไรเหรอมินโฮ”
“เป็นอะไรไป ยืนเหม่อเชียว”
“คือ...เออ ไม่มีอะไรหรอก”
“ไม่มีแน่เหรอ? สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ...มีอะไรบอกฉันได้นะ”

ที่สวนสาธารณะ ตอนนี้ฝนกำลังตกหนักอย่างไม่มีท่าทีจะหยุด คนร่างหนานั่งกอดอก ตัวหนาวสั่นอยู่ที่ม้านั่งคนเดียว
ทั้งที่คิดว่าจะตัดใจแล้ว แต่เขากลับเลือกที่จะเดินมานั่งรอความหวังลมๆแร้งๆ อยู่ที่นี้ ท้องฟ้าที่แทบจะมืดสนิท บอก
เวลาที่จวนจะใกล้หมดเต็มที คีย์จะมาหาเขาหรือเปล่า คำตอบนี้เขาเองก็รู้อยู่แกใจ สายฝนที่โปรยปรายตกลง มันช่วย
ชำระใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาได้เป็นอย่างดี ยิ่งเวลาใกล้หมด หัวใจก็เหมือนจะแตกสลาย คนร่างหนาภาวนา
ให้เวลาเดินผ่านไปช้าๆเขายังเผื่อใจว่าคีย์อาจจะเปลี่ยนใจมารักเขาบ้างก็ได้ แต่เวลาก็เดินตามการหมุนของโลกอย่าง
ไม่มีหยุดหย่อน จนตอนนี้มันหมดลงแล้ว แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่มีน้ำฝนหยดลงกระทบกับร่างเหมือนยังตอนแรก
อนยูขมวดคิ้วเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน มันมีร่มคันหนึ่งค่อยกันน้ำฝนให้เขา และคนที่ถือร่มยืนอยู่ด้านหลังของเขา

“คีย์!”
“ไม่กลัวเป็นหวัดหรือไง ถึงได้มานั่งตากฝนอยู่ตรงนี้”
“คีย์!นี่คีย์จริงๆใช่ไหม”
“แล้วนายคิดว่าเป็นใครละ ฝาแฝดของฉันงั้นเหรอ?”

อนยูรีบดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น จนคนร่างเล็กแทบจะหายใจไม่ออก แต่คนโดนกอดก็ไม่ได้บ่นอะไรสักคำ เขายินดี
และก็เต็มใจที่จะรับอ้อมกอดจากคนตรงหน้านี้ เพราะที่ผ่านมาเขาเองก็ยังไม่เคยตอบแทนอะไรให้กับความรักที่คนๆนี้มีให้เขา
เลย การตอบแทนที่เขาจะมอบให้ต่อจากนี้ คือหัวใจที่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขาได้มอบให้คนตัวหนานี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“คีย์เลือกฉันจริงๆเหรอ คีย์รักฉันจริงๆใช่ไหม ให้ฉันเป็นคนรักของคีย์ได้ใช่ไหม”

ร่างเล็กไม่ตอบอะไรเอาแต่ยืนนิ่งให้อีกคนกอด

“คีย์”

เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของอนยู แต่เป็นเสียงของผู้ชายอีกคนที่กำลังเดินก้าวเข้ามา

“คีย์นี้มันอะไรกัน”
“อนยู คีย์รักอนยู แต่คีย์ก็เลิกรักมินโฮไม่ได้ คีย์ไม่รู้จะทำยังไง คีย์ไม่รู้จริงๆ”

อนยูมองคนในอ้อมกอดสลับกับมองคนตัวสูง เหมือนตอนนี้เขาจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำยังไงกับรักที่เกิดจากพวกเขาทั้งสามคน

วันต่อมา
“คีย์” ฟอด...แก้มนิ่มถูกหอมจนแทบซ้ำ
“คิดถึง”
“อนยูเดี๋ยวก็มีใครมาเห็นหรอก คนอะไรบ้าๆ”
ฟอด แก้มนิ่มอีกข้างโดนจมูกคมชกชิ่งไปเช่นกัน
“ไงหลับสบายไหม”
“มินโฮ…อะไรกันเนี่ย ทั้งคู่เลยหยุดแกล้งคีย์ได้แล้ว”

หลังจากนั้นทั้งสาม จึงตกลงจะคบกัน โดยที่ไม่ให้ใครต้องซ้ำใจ ไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะดูผิดแปลกไปไหม แต่ถ้าทำแล้วมีความสุข
ไม่ทำให้เดือดร้อนใคร นั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ผิด ความรักไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับคนสองคนเสมอไป แต่มันขึ้นอยู่กับหัวใจของ
คนที่รักกันมากกว่า

kuma1.gif  
จบแบบนี้ไม่รู้ว่าจะประทับใจกันไหม แต่ไรเตอร์ว่ามันโอเคแล้ว 5555
ไม่อยากให้เศร้า ไม่ค่อยชอบแต่งเศร้าสักเท่าไหร่
ใครที่ไม่ชอบก็ขอโทษด้วยนะ ไรเตอร์ชอบแบบแฮปปี้

Fiction of Me |trackback(0) |ความคิดเห็น(0)

ข้อมูลส่วนตัว

Shinee Land☆*゜

Author:Shinee Land☆*゜


Trackbacks ล่าสุด

ค้นหา

แบบฟอร์มขอเป็นเพื่อน